
รบ.เล็งพักหนี้-หั่นดอกเบี้ยช่วยน้ำท่วม
"อภิสิทธิ์"ออกรายการ "ราษฎร์ รัฐ รวมใจช่วยภัยน้ำท่วม เผยมาตรการช่วยเหลือให้สรุปตัวเลขที่ชัดเจนเสนออังคารหน้า ด้านก.คลังกำหนดให้ "พักหนี้-หั่นดอกเบี้ย" สนง.เลขาธิการสภาผู้แทนฯเชิญร่วมบริจาคช่วยน้ำท่วม ผู้ว่าฯลำพูนเร่งช่วยหลังน้ำป่าทะลักตลิ่งอ.ลี้พัง
(21ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 21.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ออกรายการสดในรายการ “ราษฎร์ รัฐ รวมใจช่วยภัยน้ำท่วม” ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ช่อง 9 อสมท. โดยได้สนทนาร่วมกับตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม และร่วมรับโทรศัพท์ในการรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักฯ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ นายปณิธาน วัฒนายากรณ์ โฆษกรัฐบาล มาร่วมรับโทรศัพท์ เป็นต้น
นายกฯกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ลพบุรี ในวันนี้ พบว่าหนักหนาสาหัสมาก หลายคนบอกว่าตั้งแต่อยู่มาไม่เกิดเหตุเช่นนี้ ซึ่งเมื่อไปช่วยแล้วไม่ใช่ว่าพี่น้องประชาชนจะออกมารับความช่วยเหลือง่ายๆ จึงต้องมีเรือ สุขาลอยน้ำ เต๊นท์ ปัญหาก็คือที่ท่วมมากๆ น้ำก็ไม่ได้ลดเร็ว และที่ท่วมที่นี่ก็จะไหลไปท่วมที่อื่นอีก ซึ่งต้องขอขอบคุณประชาชน เอกชน และสมาคมต่างๆ ที่ห่วงใย ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ ทุกบาททุกสตางค์มีความหมาย
"รัฐบาลก็เร่งที่จะชดเชยความเสียหายเป็นพิเศษจะทำอย่างไร ที่ได้บอกไปแล้วว่าเราจะไม่ใช่ระเบียบปกติให้ที่มีค่าซ่อมบ้าน 1-2 หมื่นบาท โดยจะให้เสนอตัวเลขที่ชัดเจนวันอังคารหน้า รวมถึงที่นาที่เสียหายต้องมีการชดเชย เพราะไม่ต้องการให้ประชนชนกังวลเกินไป อย่างโคราช ชัยภูมิ ก็มีผู้เสียหายเป็นแสนครัว" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
"พักหนี้-หั่นดอกเบี้ย"ช่วยน้ำท่วม
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลัง ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทราบว่า กระทรวงการคลังพร้อมอนุมัติวงเงินทดรองจ่าย กรณีช่วยเหลือภัยน้ำท่วมในครั้งนี้
ทั้งนี้หากวงเงินทดรองจ่ายตามอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีอยู่ 50 ล้านบาทไม่เพียงพอ โดยจะใช้อำนาจของอธิบดีกรมบัญชีกลาง ที่อนุมัติได้ไม่เกิน 200 ล้านบาท หรือหากต้องการมากกว่านี้ก็จะใช้อำนาจของปลัดกระทรวงการคลัง ที่อนุมัติได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท แต่ถ้าสูงกว่า 500 ล้านบาท จะต้องใช้อำนาจของ รมว.คลัง ในการอนุมัติ
นายกรณ์กล่าวอีกว่า รัฐบาลพร้อมพิจารณาชดเชยดอกเบี้ยจ่ายให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กรณีที่ ธ.ก.ส.จะเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 ปี หรือให้สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ ซึ่งในแง่ความเสียหาย และวงเงินที่จะชดเชยนั้น ธ.ก.ส.ยังต้องประเมินภายหลังจากปัญหาน้ำท่วมได้ลดลงแล้ว
“ได้มีการประชุมกับแบงก์รัฐเกี่ยวกับมาตรการที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในแต่ละพื้นที่แล้ว โดยทุกแห่งพร้อมที่จะให้สินเชื่อเพิ่มเติม และปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งในส่วนของธ.ก.ส.ก็มีลูกค้าประมาณ 2 แสนราย ที่ได้รับผลกระทบ แต่คงต้องมาประเมินว่า มีความเสียหายที่แท้จริงจำนวนเท่าใด ตกลงกันแล้วว่า ถ้าจำเป็นต้องเข้าไปช่วยเหลือสินเชื่อเพิ่มเติม ด้วยดอกเบี้ยพิเศษ หรือการพักชำระหนี้ ธนาคารก็สามารถเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติชดเชยให้ได้" นายกรณ์กล่าว
ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะได้เดินทางออกจากอ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี มายังวิทยาลัยอาชีวะศึกษาลพบุรี ที่ตั้งอยู่ที่อ.เมือง ลพบุรี เพื่อพบปะกับประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม รวมทั้งได้มอบถุงยังชีพและส้วมลอยน้ำให้กับประชาชนด้วย ทั้งนี้ในการพบกับประชาชนมีการบันทึกเทปรายการเชื่อมั่นไปในตัว
โดยนายกฯ กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า ลพบุรีเป็นจังหวัดที่น้ำท่วมเป็นระยะ แต่ปีนี้ท่วมอย่างมาก ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาด เพราะเมื่อ 2 - 3 เดือนก่อน เรายังเป็นห่วงเรื่องภัยแล้ง แต่ว่าอากาศแปรปรวน ฝนตกอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามรัฐบาลและท้องถิ่นจะระดมกำลังอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้มีความห่วงใยของคนไทยเข้ามาอย่างมาก
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ตนรู้ว่าประชาชนเครียด แต่รัฐบาลยืนยันว่าในส่วนของทรัพย์สินที่เสียหายจะดูแลเป็นกรณีพิเศษ ส่วนเรื่องของการบริหารจัดการน้ำนั้นต้องทำให้เป็นระบบมากขึ้น เพราะเมื่อความเจริญเข้ามาก็มีสิ่งก่อสร้างที่ไปขวางทางน้ำซึ่งมีผลต่อทิศทางของน้ำ ทั้งนี้หากประชาชนมีอะไรก็บอกรัฐมา ก็พร้อมที่จะรับฟังและจะเร่งแก้ไขให้เร็วที่สุด ส่วนสถานการณ์น้ำขณะนี้ยังมาก ซึ่งจะให้ลดลงโดยเร็วไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลา อย่างไรก็ดีตนขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคน
ผบ.ตร.ประณามโจรขโมยของชาวบ้านน้ำท่วม
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. กล่าวถึงความเดือดร้อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยว่า เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมาตนได้ไปตรวจพื้นที่อุทกภัยที่สภ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มีน้ำท่วมสถานี และแฟลตตำรวจที่ด้านหลังสถานีบางส่วนก็ต้องไปอาศัยหน่วยงานอื่นที่ไม่ได้รับผบกระทบอยู่อาศัยไปก่อน รวมถึงมีการแบ่งกำลังจากหน่วยข้างเคียง ในส่วนของผู้บังคับบัญชาก็จัดเรือ มนุษย์กบ แพทย์จากรพ.ตำรวจ และยังมีสิ่งของบริจาคจากศูนย์ช่วยเหลือนำท่วมจาก ตร.เองด้วย นอกจากจะช่วยเหลือตำรวจแล้วก็ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนด้วยและวันนี้ได้รับรายงานว่า ที่อ.บ้านหมี่ น้ำท่วมหนักเช่นกัน เราก็ต้องจัดแบ่งกำลังหน่วยใกล้เคียงไปดูแล
เมื่อถามว่า มีเหตุการณ์คนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินของประชาชนหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า เริ่มมีบ้างที่อ.ปักธงชัย เบื้องต้นให้ขอความกรุณาประชาชนให้รวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน หากต้องการความช่วยเหลือโทรมาแจ้งที่ 1599 ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของตร. และส่งสายตรวจ สายสืบไปคอยดูแลเต็มที่ ส่วนคนร้ายที่เข้าไปก่อเหตุเช่นนี้ก็สมควรประนามเพราะเข้าไปก่อเหตุซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่แล้ว และสิ่งที่อยากจะขอบริจาคส่วนหนึ่งคือไฟฉาย ก็เพื่อป้องกันโจรขโมยที่เข้าไปก่อเหตุร้ายขึ้น ส่วนของกำลังตำรวจ เรามีกำลังเสริมจาก หน่วยงานที่ไม่ประสบเหตุน้ำท่วมไปดูแลเช่น บช.ภ. 5 บช.ตชด. บช.ก. และในวันพรุ่งนี้จะจัดรถขนส่งขนาดใหญ่ไปช่วยเคลื่อนย้ายประชาชนที่ติดค้างตามขนส่งต่าง ๆ ด้วย
สนง.เลขาธิการสภาผู้แทนฯเชิญร่วมบริจาคช่วยน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดตั้งโต๊ะรับบริจาคเงิน อาหารแห้ง และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคอีสานและภาคกลาง ให้ผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาคได้ด้วยตัวเองตั้งแต่วันที่ 21-27 ต.ค.โดยไม่เว้นวันหยุดรายการ ที่บริเวณห้องโถงอาคารรัฐสภา 1 สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ถ.อู่ทองใน หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-2441076 , 083-6049997, 081-9089933 , 081-5676761
ทั้งนี้ ในการเปิดรับบริจาควันแรก มี ส.ส.ข้าราชการสภา และประชาชนทั่วไป ทยอยร่วมบริจาค รวมยอดเงินเบื้องต้นประมาณ 15,000 บาท อย่างไรก็ตามในวันที่ 28 ต.ค.เวลา 08.30 น.ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯจะเคลื่อนขบวนเพื่อนำสิ่งของบริจาครวบรวมสิ่งของและเงินทั้งหมดไปมอบให้กับผู้ประสบภัย
ผู้ว่าฯลำพูนเร่งช่วยหลังน้ำป่าทะลักตลิ่งอ.ลี้พัง
ช่วงบ่ายวันนี้ นายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจ.ลำพูน พร้อมด้วยนายวุฒิพงศ์ จัตุรัตน์ นายอำเภอลี้ นำหลายหน่วยงานลงพื้นที่เร่งเข้าสำรวจและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขต อ.ลี้ จ.ลำพูนแล้ว หลังได้รับรายงานเกิดน้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน 6 ตำบลของอำเภอลี้ คือที่ ต.ป่าไผ่ ต.ลี้ ต.แม่ตื่น ต.นาทราย ต.ก้อและต.ศรีวิชัย ต่อเนื่องตั้งแต่เย็นวานถึงบ่ายนี้(21 ตุลาคม53) มีตัวเลขผู้ประสบภัยรวมแล้วมากกว่า 800 ครัวเรือน
สำหรับน้ำป่าดังกล่าวยังได้ซัดตลิ่งที่ ต.ก้อ อ.ลี้ให้พังลงมาหลายจุด ซึ่งจะส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและสวนลำไยของชาวบ้านพังเสียหายขยายวงกว้างมากขึ้นอีก ขณะที่นายอำเภอลี้แจ้งว่าฝนยังตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงบ่าย ผู้ว่าฯและนายอำเภออยู่ระหว่างลงพื้นที่ช่วยเหลือ เบื้องต้นทราบว่าระดับน้ำเพิ่มขึ้นมาสูงสุดถึงระดับเอว เกรงว่าฝนที่ตกหนักลงมาอีกอาจทำให้น้ำทะลักผ่านตลิ่งที่พังแล้วหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนขยายต่อไปยังบ้านหมู่ที่1-4ของ ต.ก้ออีกหลังจากนี้



