
ในหลวงทรงห่วงปชช.รับสั่งไม่ทอดทิ้ง
"ในหลวง"โปรดเกล้าฯให้นำสิ่งของพระราชทานไปมอบให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัยมีรับสั่งไม่ทอดทิ้ง พระเทพฯพระราชทานถุงยังชีพชาวนครสรรค์ น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วม 3 อำเภอ จ.สิงห์บุรี ประชาชนเร่งขนสิ่งของขึ้นที่สูง
สถานการณ์น้ำเหนือไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พื้นที่ภาคกลางหลายจังหวัดประสบปัญหาอุทกภัย คาดว่าสัปดาห์หน้ากรุงเทพมหานครจะเผชิญกับวิกฤติน้ำท่วมครั้งสำคัญ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่น้ำเหนือไหลบ่าลงมาสมทบกับน้ำทะเลหนุนสูง
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะผู้แทนพระองค์ นำถุงยังชีพพระราชทานจำนวน 500 ชุด มามอบแก่คณะแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมกันนี้ มีการมอบพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีก 500 รูป เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่คณะแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยด้วย
นายดิสธรกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยพสกนิกรที่ประสบอุทกภัยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องโรงพยาบาลที่ทรงมีความห่วงใยและมีพระราชกระแสรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ดูแลเป็นพิเศษ
"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยในความเดือดร้อนของราษฎรที่กำลังประสบอุทกภัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 10 ล้านบาท ผ่านทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยนำไปจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค ที่จำเป็นต่อการยังชีพ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ถึงมือผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่อย่างเร่งด่วน ซึ่งผมในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ได้รับพระราชกระแสจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อนำไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่" นายดิสธรกล่าว
นายดิสธรยังกล่าวอีกว่า ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติขึ้นในประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยพสกนิกรทุกคน และไม่เคยทอดทิ้งประชาชนของพระองค์ นอกจากนี้มีกำหนดการเดินทางไปมอบสิ่งของพระราชทานที่ จ.นครสวรรค์ และลพบุรี
เมื่อเวลา 15.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอินจันทร์ บุราพันธ์ รองราชเลขาธิการ และนายสำเริง เอี่ยมสะอาด รองราชเลขานุการในพระองค์ฯ สำนักราชเลขาธิการ เดินทางไปมอบถุงยังชีพและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.นครสรรค์ ณ หอประชุมเทศบางตำบลท่าตะโก อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์
ก่อนหน้านี้เวลา 12.30 น. ที่สหกรณ์การเกษตรลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดมาตุ เสด็จไปทรงประกอบอาหาร 2 เมนู ได้แก่ ข้าวหน้าไก่ และ ข้าวหมูทอด เพื่อประทานแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยใน 6 ชุมชน ซึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากทรงประกอบเมนูอาหารเสร็จแล้ว ประทับเรือท้องแบนเข้าไปในชุมชนต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนได้แก่ ชุมชนบ้านดู่ ชุมชนวังดู่ ชุมชนบ้านดู่นอก ชุมชนบ้านโรงนา ชุมชนบ้านหนองไผ่ และชุมชนบ้านขอนขว้าง โดยประทานอาหารที่ทรงปรุงด้วยพระองค์เอง พร้อมประทานน้ำดื่ม ยารักษาโรค ยาแก้น้ำกัดเท้า และทรงมีพระปฏิสันถารแก่ผู้ประสบอุทกภัยด้วยความห่วงพระทัยยิ่ง
น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม3อำเภอจ.สิงห์บุรี
เมื่อเวลา 10.00 น. นายพิเชษฐ ไพบูลย์ศิริ ผู้ว่าฯสิงห์บุรีรุดตรวสอบพื้นอำเภออินทร์บุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี อำเภอพรหมบุรี บ้านเรือนประชาชนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในวันนี้แม่น้ำเจ้าพระยาได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน 2 เทศบาล 5 ตำบล 41 หมู่บ้าน และบ้านเรือนประชาชน 2,300 ครัวเรือน ประชาชนต้องเร่งขนย้ายสิ่งของ เครื่องมือการเกษตร รถยนต์กระบะ สัตว์เลี้ยงไว้บนไหล่ถนนที่สูงจากระดับน้ำ โดยมีหน่วยราชการกางเต้นเป็นที่พักชั่วคราวไว้ให้ประชาชน ปริมาณการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา จ. ชัยนาทในวันนี้ 2.800 ลบ.ม./วินาที (เวลา 06.00 น.)
อย่างไรก็ตามทางจังหวัดสิงห์บุรี ได้ออกประกาศเตือนภัยให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามข่าวสารเป็นระยะ และเฝ้าระวังตรวจระดับน้ำ สิ่งของต่างๆ ให้อยู่ในที่ปลอดภัย
นายชัย สุวพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองอ่างทองได้เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองปากช่องจังหวัดนครราชสีมา และเทศบาลตำบลท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยการนำสิ่งของข้าวสารอาหารแห้งยารักษาโรครวมทั้งเงินที่ตั้งโต๊ะบริจาคเงินและสิ่งของพร้อมส่งรถบรรทุกน้ำเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย อย่างเร่งด่วน
นายเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา ได้เดินทางตรวจสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ทุกวันและบอกว่าว่ารู้สึกเป็นห่วงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ ได้สั่งการให้ตน และผู้เกี่ยวข้องให้จัดการบริหารน้ำให้ดี โดยเฉพาะตรงไหนที่เป็นเขตเศรษฐกิจต้องดูแลให้ดีอย่าให้น้ำเข้าไปโดยเด็ดขาด อย่าให้ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังให้ผู้นำท้องถิ่นแต่ละแห่งที่ได้รับผลกระทบเตรียมพร้อมตลอดเวลา เพราะปีนี้น้ำมากมากเหลือเกิน
ในส่วนของเขตเทศบาลขณะนี้น้ำในระดับแม่น้ำท่าจีนสูงกว่าระดับถนนประมาณ 30 ซ.ม. แต่ยังมีน้ำซึมจากเขื่อนที่กำลังก่อสร้างไม่เสร็จด้านทิศตะวันออก จึงได้สั่งการให้โยธาธิการจังหวัดเร่งแก้ไขแล้ว เพื่อๆไม่ให้น้ำทะลักเข้าเขตเศรษฐกิจในตัวเมืองสุพรรณบุรี
นอกจากนี้ยังมีประชาชน ร้านค้าในเขตเทศบาลโทรมาถามเรื่องน้ำว่าจะท่วมเทศบาลหรือไม่แต่ตนยังไม้คำตอบไม่ได้เพราะปีนี้น้ำมาก จึงได้เตือนไปว่าถ้ากลัวก็ให้ก่ออิฐหรือทำผนังป้องกันหน้าบ้านไว้ก่อน ซึ่งขณะนี้ร้านค้าส่วนใหญ่ก่อผนังและวางแนวกระสอบทรายป้องกันหน้าบ้านไว้แล้ว
พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ก่อนตรวจดูสภาพน้ำท่วมพื้นที่ จ.ลพบุรี ถึงปัญหาอุทกภัยในพลายพื้นที่ว่า กองทัพภาคที่ 1 มีความห่วงใยประชาชนตามแนวทางของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำมาว่าให้หน่วยทหารทุกหน่วยต้องไปดูแลช่วยเหลือประชาชน เพราะถือว่าทุกข์ประชาชนคือทุกข์ข้าราชการเดียวกัน และวันนี้ (21 ต.ค.) จะไปตรวจการปฏิบัติงานของกำลังในส่วนของกองทัพภาค 1 ซึ่งพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยหนัก คือ จ.ลพบุรี ซึ่งคงไป อ.บ้านหมี่ เพื่อตรวจดูพื้นที่โดยทั่วไป ซึ่งจะได้วางแผนช่วยเหลือเพิ่มเติม นอกจากนั้นจะไปที่อ.ท่าเรือ จ. พระนครศรีอยุธยา ซึ่งหลักๆ ก็จะดูใน 2 จุดนี้ก่อน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาหนัก
พล.ต.อุดมเดช กล่าวว่า กองทัพภาค 1 ได้จัดประชุมทางไกลกับระดับกองพล กองบัญชาการช่วยรบ กองพลพัฒนา มณฑลทหารบก และ จังหวัดทหารบกทุกแห่ง เพื่อหารือและสั่งการเพื่อช่วยเหลือประชาชน พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามแนวทาง 3 ขั้นตอน คือ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ ซึ่งขณะนี้บางพื้นที่เกิดไปแล้ว ดังนั้นพื้นที่ที่เหลือต้องเตรียมการเพื่อรับมือ ระหว่างเกิดเหตุการณ์ หากพบว่าพื้นที่ไหนมีปัญหาก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ และหลังเกิดเหตุการณ์ ซึ่งจะเน้นในเรื่องของการฟื้นฟู ว่าพื้นที่ใดมีผลกระทบมากเราต้องเตรียมการและวางแผนช่วยเหลือให้ครบถ้วน นอกจากนี้ยังกำชับให้ทุกหน่วยช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มความสามารถที่สุด
เมื่อถามว่าพื้นที่ที่รับผิดชอบนั้นเกิดอุทกภัยกี่จังหวัด พล.ท.อุดมเดช กล่าวว่า ขณะนี้ประสบภัยแล้วกว่า 10 จังหวัด จากพื้นทีที่รับผิดชอบทั้งหมด 26 จังหวัด ซึ่งมีความเสียหายลดหั่นกันไปแต่ที่ประสบปัญหาหนักที่สุด คือจ.ลพบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกก็มี จ.ปราจีนบุรี และ จ.สระแก้ว ซึ่งกองทัพจะพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ส่วนอุปสรรคปัญหาในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่นั้น เป็นเรื่องของการเดินทางเข้าช่วยเหลือบางพื้นที่ค่อนข้างยากลำบาก แต่ในขีดความสามารถของอุปกรณ์ช่วยเหลือที่กองทัพมีอยู่ก็จะพยายามอย่างเต็มที่
“การช่วยเหลือขณะนี้ก็ทำในหลายรูปแบบ ทั้งในส่วนของกำลังพลที่ลงไปช่วยในการขนย้ายสิ่งของ ขนย้ายประชาชน และคนเจ็บไปยังโรงพยาบาล ซึ่งจะมีการจัดลำดับความสำคัญไว้อยู่แล้ว เช่น วัด สถานพยาบาล แหล่งชุมชน สถานที่ราชการ และสถานที่สำคัญ ขณะที่การช่วยเหลือทางเรือ หรือ เรือท้องแบนนั้นก็ได้นำไปช่วยเหลือด้วย แต่ส่วนของทหารจะยังคงมีไม่มาก แต่จะพยามระดมเท่าที่มีอยู่มาช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ขณะที่การฟื้นฟูด้านสุขภาพกับประชาชนหลังน้ำลดนั้น ก็ได้มีการเตรียมไว้เช่นกัน เช่นในส่วนของการรักษาพยาบาล เพราะเป็นหลักปฏิบัติที่ได้วางไว้ คือ ทุกทุกจังหวัด ทุกมณฑล จะต้องมีศูนย์รักษาพยาบาล เพื่อดูความเจ็บป่วย โดยมีนายแพทย์ทหารที่ไปดูแล และด้านจิตใจหากมีผลกระทบก็จะพยายามให้ความอบอุ่น และมีเจ้าหน้าที่ที่คอยพูดคุย ” พล.ท.อุดมเดช กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วม ต.แม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ชาวบ้านยังเฝ้าระวังหวั่นเกิดเหตุซ้ำหลังจากในเขตพื้นที่ ต.แม่พริก มีฝนตกต่อเนื่องติดต่อกันนานหลายชั่วโมง ทำให้ปริมาณน้ำฝนที่ตกลง ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำผาวิ่งชู้ ซึ่งเป็นอ่างที่กำลังสร้างขึ้นใหม่ จนคันดินระบายน้ำของอ่างพังทลาย
หลังจากน้ำป่าไหลหลากสมทบลงสู่อ่างจนอ่างน้ำรับสภาพไม่ไหว ประกอบกับตัวสันอ่างเป็นแนวดิน ได้ทรุดตัวพังทลายลงมา ทำให้น้ำในอ่างที่มีมากกว่า 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรกว่า 300 หลังคาเรือน หลาย หมู่บ้าน ในต.แม่พริก อ.แม่พริก
นายบัณฑิต สิงห์ใจมา นายกเทศบาลตำบลแม่พริก เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม สถานการณ์เหตุ น้ำท่วมได้คลี่คลายจนกับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว และทางเทศบาลได้นำข้าวกล่องและน้ำดื่ม แจกจ่ายให้กับชาวบ้าน เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนเบื้องต้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลตำบลแม่พริกได้แจ้งเตือนให้ชาวบ้านในพื้นที่ ให้เฝ้าระวังภัย น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งชาวบ้านในตำบลแม่พริกต่างยังคงเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลาแล้ว
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 1 จ.เชียงใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในสองเขื่อนหลักภาคเหนือว่าเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ระดับน้ำยังไม่เต็มที่ความจุด 265 ล้านลูกเมตร ขณะที่ความสามารถการเก็บเต็มที่มากถึง 293 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยจะไม่ล้นอ่างหรือทางระบายน้ำฉุกเฉินออกมาในตอนนี้ เนื่องจากปัจจุบันยังมีน้ำอยู่แค่ 261 ลูกบาศก์เมตรยังไม่เต็ม แม้ว่าทางอุตุนิยมวิทยาจะแจ้งว่าฝนจะลากยาวตกไปถึงสิ้นเดือนตุลาคมหรือต่อเนื่องไปจนถึงต้นพฤศจิกายนตนยังมั่นใจว่าเขื่อน แม่งัดฯจะยังกักเก็บน้ำได้
สำหรับเขื่อนใหญ่อีกแห่งคือแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่นั้น ขณะนี้ความจุน้ำกักเก็บ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 52-53%ของความจุเขื่อนเท่านั้น ซึ่งยังไม่น่าห่วงใด ๆ
นายสุเทพ กล่าวว่า ในส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ที่เริ่มเต็มได้แก่อ่างแม่ออน อ.แม่ออน อ่างแม่โก๋น อ.พร้าวแต่ก็ไม่เป็นปัญหา โดยเฉพาะที่ อ่างแม่หาด อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่นั้นขณะนี้เรากำลังผันน้ำเข้าไปใส่ยัง อ่างแม่ตูบ อ.ดอยเต่าซึ่งมีน้ำอยู่เพียง 20%เท่านั้น ขณะที่อ่างเก็บน้ำ ขนาดเล็กอย่างห้วยมะนาว อ.แม่วางยังมีน้ำอยู่แค่40%
ทั้งนี้ ภาพรวมจึงยังรับน้ำได้อยู่แม้ว่าฝนจะตกหนักมากในสองวันที่ผ่านมาทางฝั่งตะวัน ตกของจ.เชียงใหม่ อย่าง อ.จอมทอง อ.แม่แจ่ม อ.สันป่าตองและมีน้ำท่วมขังจากฝนในบางพื้นที่ ซึ่งจุดดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมาถือว่าค่อน ข้างแล้ง จึงรับประกันได้ 100%ว่าเขื่อนและอ่างขนาดกลางของเราจะไม่มีทางที่น้ำจะล้นออกไปสมทบกับจังหวัดที่อยู่ด้านล่างคือภาคเหนือ ตอนล่างและภาคกลางได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังโชคดีที่มีเขื่อนภูมิพลคอยดักไว้อีกที ซึ่งขณะนี้มีน้ำน้อยมาก



