ข่าว

'มาร์ค'ลุยตรวจน้ำท่วมอ.บ้านหมี่ลพบุรี

'มาร์ค'ลุยตรวจน้ำท่วมอ.บ้านหมี่ลพบุรี

21 ต.ค. 2553

นายก"อภิสิทธิ์" เดินทางไปตรวจน้ำท่วมพื้นที่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ขณะที่ชาวบ้าน วอนรัฐบริหารจัดการน้ำหลังน้ำท่วมซ้ำซาก ด้าน“โสภณ” สั่ง กรมทางหลวง ยกรางรถไฟ แก้ไขน้ำท่วมราง

(21ต.ค.) เวลา 09.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐ มนตรี นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและรักษาการโฆษกรัฐบาล และคณะเดินทางมายังสะพานคลองพุคา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เพื่อลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งนี้เมื่อนายกฯเดินทางมาถึงได้ฟังสรุปสถานการณ์จากนายฉัตรชัย พรหมณ์เลิศ ผู้ว่าฯลพบุรี พล.ท.อุดมเดช ศรีตะบุตรี แม่ทัพภาค 1 ให้การต้อนรับ ภายหลังรับฟังบรรยายสรุปนายกฯสวมเสื้อชูชีพและสวมบูทของกรมอนามัยที่ป้องกันเศษวัสดุที่อาจลอยเข้าไปด้านในบูท เดินลงไปในน้ำที่ท่วมสูงระดับหัวเข่า เพื่อตรวจสภาพสุขาลอยน้ำ ที่นำถังน้ำมัน 200 ลิตรนำมาผูกติดกันและมีหลังคา

 จากนั้น นายกฯ และคณะรวมทั้งสื่อมวลชนบางส่วนได้นั่งเรือท้องแบนของกองทัพบกซึ่งเตรียมไว้จำนวน 4 ลำเดินทางเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งมีระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร

 นางบรรจง เจริญศิลป์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.พุคา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ให้สัมภาษณ์ถึงความยากลำบากเรื่องอาหารการกิน ว่า ชาวบ้านตั้งเต้นท์เพื่อใช้สำหรับประกอบอาหาร นำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนักภายใน 5 หมู่บ้าน สำหรับประเภทอาหารที่ทำแจกชาวบ้านก็ขึ้นอยู่กับสิ่งของที่ได้รับบริจาค อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงรัฐบาลในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่มีปัญหาอยู่จนทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งที่นี่เคยเกิดเหตุมาแล้วเมื่อปี 2551 และเกิดปัญหาซ้ำ แต่หนักกว่าปีที่แล้ว

 ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวกรณีพื้นที่เส้นทางคมนาคมที่ประสบปัญหาอุทกภัย ว่า เส้นทางช่วง จ.ลพบุรี มีน้ำป่าไหลเข้ามามากทำให้น้ำท่วม รวมทั้งในส่วนขอภาคเหนือ ซึ่งเกิดปัญหาตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ต.ค.เวลา 22.00 น.โดยขึ้นสูงสุดถึง 1 เมตร แต่ขณะนี้ลดลงมาเหลือ 40 เซนติเมตร ซึ่งรถจะวิ่งได้นั้นจะต้องเหลือ 30 เซนติเมตร ทั้งนี้ การแก้ไขในเบื้องต้นนั้น ได้มีการระดมหน่วยงานในกระทรวงคมนาคม คือ กรมทางหลวง กับจราจรเข้าไปดู โดยจะมีการยกรางรถไฟขึ้นในช่วงสั้นๆ ที่สามารถยกได้ เพื่อให้รถผ่านไปได้ และคาดว่าในช่วงบ่ายของวันนี้ (21ต.ค.) คงจะสามารถเปิดเส้นทางได้ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงที่น้ำป่าไหลผ่าน โดยให้อาสาสมัครยืนดูแลตลอดเวลา

 นายโสภณ กล่าวอีกว่า ส่วนผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงนั้น ได้มีการเตรียมรถ บขส.เพื่อรองรับแล้ว ซึ่งคาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้ ส่วนจำนวนผู้โดยสารเบื้องต้นนั้น ตนยังไม่ทราบเพราะไม่สามารถเช็คได้ อย่างไรก็ตาม ได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารสายเหนือมารวมตัว เพื่อที่จะรับส่งตามพื้นที่ที่ต้องการไป

ด้านนายย้อย รัตนวิโมข อายุ 82 ปี อาศัยอยู่บ้านริมน้ำเจ้าพระยา ท่าน้ำวัดโบสถ์ เลขที่ 91/1 ม.5 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วม เมื่อคืนที่ผ่านมาน้ำได้ขึ้นจากเดิม 50 เซ็นติเมตร์ และเหลืออีก 30 เซ็นติเมตรก็จะถึงที่นอน เพราะเป็นบ้านชั้นเดียว ที่บ้านอยู่ด้วยกัน 5 คน กับลูกๆ และภรรยา ที่มีอายุ 77 ปี ซึ่งภรรยา และตน ทั้งคู่ต่างก็ป่วย ต้องเดินทางไปผ่าตัดหัวเข่า ตามหมอนัด ในวันที่ 21 ตุลาคม ต้องให้ลูกหลาน อุ้มลุยน้ำออกไป 300 เมตร กว่าจะถึงถนน เพื่อขึ้นรถยนต์แท็กซี่ไปโรงพยาบาล จนขณะนี้ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดมาดูแล ความเดือดร้อนชาวบ้านที่อาศัยริมน้ำ เขต หัวถนนติวานนท์ ต.บ้านกลาง อ.เมือง ซึ่งก็ได้แจ้งไปยังลูกหลานให้มาช่วยขนของหนีน้ำ และยกระดับพื้นเพื่ออาศัยหลับนอนอีก 50 เซนติเมตรจึงอยากขอให้  อบต.บ้านกลาง นำไม้มาให้ความช่วยเหลือ เพราะชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือนที่อาศัยริมน้ำต่างยากจนและเดือดร้อนมาก

 นายนิพนธ์ โพธ์มั่น ผอ.โรงเรียนวัดโบสถ์ (บวรธรรมกิจวิทยา) ต.บ้านกลาง อ.เมือง กล่าวว่า สถานที่ตั้งโรงเรียนอยู่นอกคันกั้นน้ำ ใกล้แม่น้ำเจ้าพรนะยา  ตั้งแต่มารับราชการ 17 ปี ที่ผ่านมา ต้องต่อสู้ และแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมเกือบทุกปี เพราะพื้นที่ต่ำ และตัวอาคารโรงเรียนก็ทรุดตัวทุกปี ปัจจุบันมีเด็กนักเรียน 294 คน ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 เดิมมีกำหนดจะเปิดภาคเทอม วันที่ 1 พฤศจิกายน แต่ขณะนี้ระดับ น้ำได้ท่วมสูงขึ้นเลื่อยๆ วันละ 50 เซนติเมตร ปัจจุบันถึงพื้นห้องเรียน ต้องเกณฑ์ ครอบครัวครู และนักการภารโรง มาช่วยกันยกระดับ ขนทรัพย์สินหนีน้ำ หากยังไม่สามารถเปิดเรียนได้ก็จะขอเลื่อนออกไปอีก 7 วัน