
ไม่กล้าตัดสินใจแถมยังช้าอีก
ถึงแม้ว่า การผลักดันความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน 23 จังหวัด ผ่านมติ ครม.จะออกมาหลากหลาย การอนุมัติงบประมาณมีการเพิ่มเพดานให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นจังหวัดละ 200 ล้านบาท และนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินทางไปรับฟังความคืบหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทา
ยิ่งนานวัน กระแสข่าวว่าน้ำจะทะลักทลายยิ่งเขย่าขวัญให้ผู้ที่ระทมทุกข์อยู่แล้วต้องพยายามหาช่องทางเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอดหนักเข้าไปอีก
นับแต่วันที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่นครราชสีมา จนถึงวันนี้ ชาวบ้านเขาเริ่มรู้สึกแล้วว่า กำลังถูกทอดทิ้ง
นายกฯ อภิสิทธิ์ เดินทางไปนครราชสีมา ก็เพียงแค่ไปฟังการบรรยายสรุป แล้วให้ช่างภาพถ่ายรูปที่นั่งอยู่ในเรือท้องแบน มีคนลอยคอลากไป ราวกับตอนนั้นเป็นเทศกาลแห่เทียนพรรษาก็ไม่ปาน ผิดกันหน่อยก็ตรงมีทหารนั่งไปด้วยเกือบครึ่งลำ
ก็ไม่รู้ว่ากุนซือคนไหนให้คำชี้แนะ!
เรื่องที่ว่าจะไปสัมผัสกับความทุกข์ยาก ในตรอกซอกซอย หรือไปหมู่บ้านที่ติดเกาะ 2-3 วันแทบไม่มีอาหารตกถึงท้อง ไม่มีใครมีโอกาสได้เห็น นายกฯ นักเรียนนอกย่างกรายเข้าไปถึง
จริงอยู่ "งาน" ของนายกฯ นั้น มีแทบล้นออกจากห้องทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล
แต่งานช่วยเหลือประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยากอย่างแท้จริงนั้น น่าจะเป็นงานที่เร่งด่วนที่สุด และสำคัญที่สุด
แต่ดูเหมือนว่า ถ้อยแถลงที่ใช้ถ้อยคำเชือดเฉือนแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล "ถ้าอึดอัดก็อย่าอยู่" อีกวันถัดมา ก็ไล่ให้ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ไปถามเรื่องที่ลูกชายบ่นผ่านสื่อ
ล่าสุดวันพุธ ก็พูดถึงเรื่องคลิปที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไปพบกับอดีต เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อกระตุ้นให้ตำรวจดำเนินคดี ทั้งที่เรื่องนี้น่าจะปล่อยให้เป็นไปตามครรลอง หรืออาจจะให้คนอื่นไปสะกิดตำรวจทำหน้าที่ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ส่วนเรื่องช่วยเหลือชาวบ้านก็ได้แค่รับปากกับผู้ว่าฯ ที่ประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ว่าจะให้เร่งเบิกจ่ายงบประมาณได้
ไม่มีใครเข้าใจ หรือรับรู้เหตุผลว่า เหตุใดเมื่อเกิดสถานการณ์น้ำท่วมที่เข้าขั้นวิกฤติขนาดนี้ บรรดารัฐมนตรีทั้งหลาย บรรดา ส.ส.ทั้งหลาย จึงได้เพิกเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน
แต่เรื่องเช่นนี้ จะโทษว่าใครได้ ในเมื่อนายกรัฐมนตรีเอง ก็ทำหน้าที่ได้เพียงแค่ไปรับฟังการบรรยายที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม แล้วก็กลับ
ทั้งที่ภัยคุกคามจากเสื้อแดงก็ไม่น่าจะมีแล้ว แต่ก็ยังรีบกลับ
สถานการณ์น้ำท่วมที่ก่อนหน้านี้ เราเชื่อมั่นว่า "วารีบำบัด" แก้ได้สารพัดโรค และในวันนี้ ประชาชนทั่วประเทศกำลังหวาดผวากับน้ำหลากที่มากเกินปกติ
นี่เพียงแค่ภาวะเขื่อนล้น แต่หากเกิดเขื่อนแตกขึ้นมาเมื่อใด ความเสียหายจะเกิดขึ้นมากกว่านี้ไม่รู้กี่ร้อยเท่า
ปัจจุบันพื้นที่ความเสียหายค่อยๆ ขยายไปเรื่อยตามจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ในทางน้ำไหล หรือใกล้แม่น้ำที่หลากเข้าท่วมทุกสิ่งที่ขวางหน้า นั่นย่อมหมายความว่า จำนวนผู้คนที่ "ถูกทอดทิ้ง" ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
พรรคเพื่อไทยเองก็ดูจะนิ่งเฉยกับทุกข์ยากของประชาชน ทั้งที่พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายนั้น มีส.ส.สังกัดพรรคเพื่อไทย
แกนนำพรรคยังคงนั่งรอดูผลลัพธ์จากเกมการเมือง
ดูเหมือนว่าความสนุกสนานกับการได้ดูพรรคประชาธิปัตย์ที่ดิ้นหาทางแก้เกม และศาลรัฐธรรมนูญที่กำลังมือเป็นระวิงกับการแก้ปัญหาเรื่องคลิป และเรื่องข้อสอบตุลาการที่คนในพรรคเอามาเผยแพร่นั้น น่ารื่นรมย์กว่าการลงพื้นที่ไปบรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้านเป็นไหนๆ
สถานการณ์ของชาวบ้านที่แช่น้ำอยู่ในตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่า จะหันหน้าไปหาผู้แทน หรือรัฐมนตรี แทบไม่ได้เลย
ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน ก็ดูจะกำเนิดมาจากเผ่าพันธุ์เดียวกันหมด
ทั้งที่ในช่วงนี้ชาวบ้านกำลังได้รับความเดือดร้อน น่าจะเป็นช่วงที่ดีที่บรรดานักการเมืองทั้งหลายน่าจะหยุดพักการเล่นการเมืองทำลายล้าง แล้วจับมือกันไปช่วยเหลือผู้คนที่กำลังดิ้นรนหนีความตาย ที่เกิดจากความอดอยากกันเสียดีกว่า
กลับเป็นคนไทยด้วยกันที่ไม่มีตำแหน่งแห่งที่ พยายามหาสิ่งของไปบริจาค และเฝ้าดูข่าวคราวว่า สิ่งของนั้นจะไปถึงมือคนที่เดือดร้อนได้อย่างทันท่วงที
เมื่อเทียบกันแล้วระหว่างเหตุการณ์ที่สี่แยกราชประสงค์ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ต้องใช้ภาวะฉุกเฉินแล้ว สภาพการณ์ในตอนนี้ น่าจะเรียกได้ว่า ยิ่งกว่าฉุกเฉินเสียอีก
เลิกเล่นการเมือง ละมือจากงานที่ไม่จำเป็น หันมาจับมือกันแล้วไปช่วยเหลือชาวบ้านกันได้แล้ว !
แต่สำหรับนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่ผ่านมานอกจากจะถูกครหาไม่กล้าตัดสินใจแล้ว ในวันนี้ ยังจะต้องถูกตอกย้ำด้วยคำว่า ล่าช้าไม่ทันการณ์
ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]



