ข่าว

4,800ครัวเรือนติด”ชี-มูล”หนีน้ำไหลบ่า

4,800ครัวเรือนติด”ชี-มูล”หนีน้ำไหลบ่า

20 ต.ค. 2553

ชาวบ้าน 7 ตำบล 36 หมู่บ้าน 4,800 ครัวเรือน ที่อาศัยอยู่ติดริมลำน้ำมูล-น้ำชี อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เร่งอพยพขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยงขึ้นสู่ที่สูง เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม หลังน้ำเหนือจากโคราชไหลลงสู่น้ำมูล ส่งผลให้ระดับน้ำหนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้านนายอำเภอส

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.53 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้าน 7 ตำบล ที่อาศัยอยู่ติดริมลำน้ำมูล และลำน้ำชี อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ได้เร่งอพยพขนย้ายทรัพย์สินมีค่า สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น และสัตว์เลี้ยงขึ้นสู่ที่สูง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม หลังจากทางอำเภอได้มีการประกาศแจ้งเตือน ให้ประชาชนได้มีการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน

 เนื่องจากน้ำเหนือจากจังหวัดนครราชสีมา ได้ไหลบ่าลงสู่แม่น้ำมูล ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำมูลหนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ทางอำเภอก็ได้ประสานกับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ให้มีการจัดเตรียมเรือท้องแบน และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ให้พร้อม เพื่อเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน หากเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน  

 นางแดง  ศรีวิไลเจริญสุข ภูมิลำเนา  หมู่ที่  2 ต.สตึก  อ.สตึก  กล่าวว่า หลังจากทางเทศบาล และอำเภอ ได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยติดลำน้ำมูล เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำมูลที่จะเอ่อล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน ในช่วง 1 - 2 วันนี้ ในชุมชนก็ได้มีการขนย้ายข้าวของขึ้นสู่ที่สูง ถึงแม้ที่ผ่านมาชุมชนดังกล่าวที่มีกว่า 280 ครัวเรือน จะยังไม่เคยถูกน้ำท่วม แต่ก็ต้องมีการเตรียมพร้อมไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น               

 ขณะที่นายยลยง มีพืชน์ นายอำเภอสตึก จ. บุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางอำเภอได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนทั้ง 7 ตำบล 36 หมู่บ้าน 4,800 ครัวเรือน ได้แก่ ต.นิคม ต.สตึก ต.สะแก ต.ท่าม่วง ต.ทุ่งวัง ต.กระสัง และ ต.ชุมแสง ซึ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงประสบภัยน้ำท่วม ได้รับทราบ เฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมไว้แล้ว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น

 จากการออกตรวจและติดตามระดับน้ำ พบว่าในพื้นที่ต. กระสัง อ.สตึก ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่ม เป็นจุดรวมของลำน้ำ 2 สาย คือ ลำน้ำชี กับลำน้ำมูล เริ่มมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมไร่นาชาวบ้านบ้างแล้ว ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งส่วนมากปลูกข้าวหอมมะลิพันธุ์ดีของจังหวัดบุรีรัมย์ เกิดความวิตกกังวล เนื่องจากข้าวหอมมะลิออกรวงและใกล้ถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว

 อีกทั้ง เกษตรกรบางรายจำเป็นต้องเร่งเกี่ยวข้าวก่อนที่จะถูกน้ำท่วมและสร้างความเสียหาย ส่วนใหญ่ต้องลุยน้ำเกี่ยวข้าวและใช้กาละมังขนข้าวหนีน้ำกันจ้าละหวั่น และคาดว่าหากระดับน้ำสูงกว่านี้ข้าวหอมมะลิในไร่นาของเกษตรกรอาจจะได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อปี 2544 นาข้าวในพื้นที่ ต.กระสัง เคยได้รับความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท มาแล้ว 

 นายยลยง กล่าวอีกว่า ปริมาณน้ำในลำน้ำมูลจนถึงขณะนี้ ยังมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้สั่งการให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ออกตรวจตราพื้นที่ประสบภัยและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากประสบภัยน้ำท่วมให้รีบรายงานให้อำเภอ และจังหวัดทราบ จะได้สามารถช่วยผู้เดือดร้อนได้ทันที ทั้งนี้ ทางอำเภอได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการประเมินสถานการณ์วันละ 2 รอบ เช้า เย็น และมีการเตรียมพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์การช่วยเหลือประชาชน หากเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้น