
อภิสิทธิ์ห่วงน้ำท่วมกทม.แนะยกระดับช่วย
นายกฯห่วงน้ำท่วมกทม.แนะปภ.ถ้าต้องยกระดับการช่วยเหลือน้ำท่วมให้รีบแจ้ง จับตาน้ำทะเลหนุน กทม.พร้อมรับวิกฤต 3 น้ำมาเจอกัน สั่งปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด 214 แห่ง กักน้ำไว้ในเจ้าพระยา จับตา 23-27 ต.ค.น้ำทะเลหนุนสูง
เมื่อเวลา 12.15น. วันที่ 20 ต.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังศูนย์บัญชาการสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย(เทเวศน์) เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและรับฟังการรายงานสถานการณ์ล่าสุดจากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น โดยมีนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้บริหารปภ. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สรุปการรายงานสถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้ง ยังได้มีการวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ไปฟังสถานการณ์จากผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆที่ประสบปัญหาน้ำท่วมด้วย
ทั้งนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่า จนถึงขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยจำนวน 17 จังหวัด 101 อำเภอ 557 ตำบล 3,973 หมู่บ้าน ได้แก่ ระยอง ตราด สระแก้ว นครราชสีมา ปราจีนบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ ชัยภูมิ สระบุรี เพชรบูรณ์ นครนายก สุพรรณบุรี ศรีสะเกษ ตาก สุรินทร์ บุรีรัมย์และขอนแก่น ในส่วนของจังหวัดนครราชสีมานั้น โดยรวมมีพื้นที่ประสบปัญหาทั้งหมด 4 อำเภอ 238 ตำบล 1,653 หมู่บ้าน
อย่างไรก็ตาม ปภ.เชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาคเงินและสิ่งของช่วยหลือผ่านเลขที่บัญชี 067-0068-950 ในนามกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี ธนาคารกรุงไทยสาขาทำเนียบรัฐบาล และบริจาคสิ่งของได้ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเปิดสายด่วนนิรภัยที่หมายเลข 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง และที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-6373881-82
ทั้งนี้นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าฯลพบุรี รายงานสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดในพื้นที่ว่า ปัจจุบันในเขตเมืองจังหวัดลพบุรี ได้มีการดำเนินการป้องกันไม่ให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมขัง เพื่อป้องกันสถานที่ราชการต่าง ๆ และเขตเศรษฐกิจ สำหรับพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม 11 อำเภอนั้น ยังมีพื้นที่ที่น้ำท่วมรุนแรงอยู่อีก 3 อำเภอ คืออำเภอบ้านหมี่ ท่าวุ้งและอำเภอเมือง ซึ่งทางจังหวัดได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ อพยพประชาชนมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว
ส่วนประชาชนที่เจ็บป่วยไม่หนัก จังหวัดก็ได้นำคณะแพทย์เข้าไปดูแลรักษาในสถานที่ที่จัดไว้ ส่วนผู้ป่วยหนักหรือผู้ที่ต้องคลอดบุตรก็จะไปรับมารักษาที่โรงพยาบาล และทาง ปภ.ก็ได้มอบเรือท้องแบนจำนวน 50 ลำ มาช่วยเหลือแล้ว และทางจังหวัดและหน่วยงานต่างๆได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ในการช่วยเหลือเรื่องอาหารให้กับประชาชนในจุดต่าง ๆ ทั้งนี้สถานการณ์น้ำในปีนี้ถือว่ารุนแรงกว่าปี 2551 สำหรับปัญหาใหญ่ในขณะนี้คือเรื่องของส้วม ซึ่งทางจังหวัดได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าชั่วคราว โดยใช้ถังน้ำมัน 200 ลิตร จำนวน 30 ชุด บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนไปก่อน
ด้านจังหวัดนครราชสีมาได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดในพื้นที่ว่า ขณะนี้เหลือพื้นทีที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักอยู่ 5 อำเภอ ขณะนี้มีปริมาณน้ำที่ไหลผ่านมาทางเขื่อนลำพระเพลิง ปักธงชัย ส่วนปริมาณน้ำในลำตะคองเริ่มลดลงบ้างแล้ว ส่วนจังหวัดสระแก้ว ทางผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานว่าปริมาณน้ำท่วมขังเริ่มลดลงประมาณ 10 ซม. แต่ที่อำเภออรัญประเทศ และโคกสูง ปริมาณน้ำยังท่วมสูงอยู่ ต่างกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ปริมาณน้ำเพิ่มเพิ่มสูงขึ้น 10-20 ซม. เนื่องจากน้ำจากลุ่มน้ำลพบุรี เริ่มไหลบ่าเข้าในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้มีเรือที่ได้รับบริจาครวมแล้ว 200 ลำ ก็เพียงพอในการแก้ปัญหาเบื้องต้นไปได้
ส่วนปัญหาน้ำท่วมที่จังหวัดนครสวรรค์ นั้นยังมีปัญหาหนักอีก 5 อำเภอ แม้ปริมาณน้ำจะเริ่มลดลง แต่ปริมาณน้ำยังสูงประมาณ 1.20-1.50 เมตร เนื่องจากน้ำจากลพบุรีและเพชรบูรณ์ ยังคงไหลเข้ามาในพื้นที่ ขณะที่ปริมาณน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี น้ำยังคงท่วมขังในระดับสูง 1 เมตร สูงสุด 1.50 เมตร โดยเฉพาะที่อำเภอศรีมหาโพธิ์ เช่นเดียวกับที่จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ยังมีปริมาณน้ำท่วมขังค่อนข้างสูง เพราะน้ำที่ไหลบ่ามาจากอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี มีปริมาณมาก อีกทั้งน้ำในอ่างเก็บน้ำกะเสียวล้น จากที่สามารถรองรับน้ำได้ 240 ล้าน ลบ.ม.ปัจจุบันมีปริมาณน้ำถึง 280 ล้าน ลบ.ม.
ทั้งนี้นายจรินทร์ จักกะพาก ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ รายงานว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่มีปัญหาการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และคาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาอีกในช่วง 2-3 วันปริมาณน้ำก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเป็นห่วงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี กรุงเทพมหานครและจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจะประสบปัญหา พร้อมระบุว่าที่ตนมาวันนี้เพื่ออยากทราบสถานการณ์ว่าต้องยกระดับการบูรณาการหรือไม่เพราะพื้นที่ผลกระทบขยายตัวไวมาก ถ้าจำเป็นขอให้อย่าลังเลขอให้แจ้งเข้ามา
จากนั้นนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผอ.สำนักช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปภ. รายงานว่า ในส่วนของปทุมธานีและกรุงเทพมหานครนั้น จากการประสานกับกรมชลประทานมีปัจจัยที่จะส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาคือ ปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลบ่าลงมา บวกกับปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำฝน ซึ่งทางกรมอุตุฯ ระบุว่าช่วงช่วง 1-2 วันนี้จะยังไม่มีฝนตกลงมาแต่ก็มีการเฝ้าติดตามอยู่ ทั้งนี้มี 27 ชุมชน ในกรุงเทพฯ อาจเกิดภาวะน้ำท่วมได้ ทั้งนี้ทางผู้ว่าฯ กทม.และปทุมธานีได้มีแผนการป้องกันไว้แล้ว
โดยตอนหนึ่งในการรายงานนายกฯได้ถามถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยนั้น จากปัญหาอุทกภัย ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย โดย 3 ราย เป็นเด็กที่ไปเล่นน้ำในฝาย จึงมีการประชาสัมพันธ์ไปยังบรรดาผู้ปกครองให้ช่วยกันดูแลและระมัดระวังด้วย
นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงข้อจำกัดของปภ.ที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อเต๊นท์ เรือ และเครื่องมือต่าง ๆ อาทิ เต๊นทุกจังหวัดขอเข้ามาหมดแต่ปภ.มีจำนวนจำกัด เรือท้องแบนทั้งประเทศมี 800 ลำ ดังนั้นในอนาคตจะต้องมีความพร้อมมากกว่านี้ นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้จ่ายค่าตอบแทน อปพร. ที่ไม่ได้ค่าตอบแทนในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนเหมือนกรณีช่วยเหลือทางด้านสาธารณะสุขดังนั้นขอให้ดูแลเจ้าหน้าที่ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการหารือ นายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับข้อเสนอของทาง ปภ.ในการที่จะใช้งบฉุกเฉินของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีโดยประสานงานตรงกับทางจังหวัดที่เดือดร้อนและมีความจำเป็นเร่งด่วน ทั้งนี้ภายหลังการประชุมนายกฯได้เดินไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่กำลังรับสายโทรศัพท์จากประชาชนด้วย
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการยกระดับการดูแลสถานการณ์น้ำท่วม ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ยกระดับการดูแล ซึ่งการบูรณาการระหว่างหน่วยงานยังเรียบร้อยอยู่ แต่เราต้องติดตามสถานการณ์ หากมีความเสียหายขนาดพื้นที่ออกไป เราก็ต้องมีความพร้อม แต่เท่าที่ดูขณะนี้ยังรับมือได้อยู่ ในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาที่รับน้ำจากป่าสักต้องเตรียมการอย่างเต็มที่ ส่วนน้ำที่มาจากเขาใหญ่ตามเส้นทางน้ำจะออกไปที่จังหวัดชัยภูมิ บุรีรัมย์ และพื้นที่อื่น ๆ กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด สำหรับพื้นที่กทม.ในช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนเป็นเรื่องที่ต้องมาดูกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า มติครม.เกี่ยวกับการช่วยเหลือสามารถคลายข้อจำกัดไปได้ระดับหนึ่ง ส่วนการฟื้นฟูหลังน้ำลดนั้น การสำรวจความเสียหายหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการอยู่แล้ว พื้นที่ไหนที่เร่งดำเนินการได้ก็ทำ โดยครม.มีมติชัดเจนให้เปลี่ยนหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือ รวมถึงพื้นที่การเกษตรเพราะเดิมการชดเชยต่ำมาก นอกจากนี้เกษตรกรยังได้สิทธิประกันรายได้อีกต่าง ๆ หาก ทั้งนี้ยังไม่ได้ประเมินความเสียหายทั้งหมด
กทม.พร้อมรับวิกฤต3น้ำมาเจอกันสั่งปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด
นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ และนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจงานแนวเรียงกระสอบทรายริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณถนนทรงวาด และตรวจงานก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมคลองบางกอกน้อย บริเวณชุมชนสันติชนสงเคราะห์
นายพรเทพ กล่าวว่า กทม. มีความพร้อมในการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ต่างๆ โดยมีการประสานไปยังกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด ขณะนี้กรมชลประทานได้ปล่อยน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนพระราม 6 รวม 3,655 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากแนวป้องกันน้ำท่วมที่มีอยู่สามารถรับน้ำได้ที่ระดับความสูงประมาณ 2.5 เมตร จากระดับน้ำทะเล และจากการตรวจวัดปริมาณน้ำในช่วงเช้ามีความสูงประมาณ 1.5 เมตร ยังสามารถรับน้ำเพิ่มได้อีก 1 เมตร ในส่วนของชุมชนจุดเสี่ยงที่อยู่นอกแนวเขื่อนกั้นน้ำของ กทม. ขณะนี้ได้นำกระสอบทรายกว่า 2 แสนใบ มาวางเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวที่ความสูง 2.5 เมตร เช่นเดียวกัน พร้อมทั้งเตรียมเครื่องสูบน้ำ และเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยงต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ได้เตรียมเวชภัณฑ์ ยา และสถานที่พักชั่วคราวบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนหากเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ
ทั้งนี้ จากการพยากรณ์อากาศและคาดการสถานการณ์น้ำในระหว่างวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ คาดว่า จะมีน้ำเหนือไหลบ่าและน้ำทะเลหนุนสูง จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ แต่เชื่อว่ายังสามารถรับมือได้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม โทร. 0-2248-5115 และสายด่วน กทม. 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านนายสัญญา ชีนิมิต ผอ.สำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินการรับมือน้ำท่วมในพื้นที่ กทม.นั้น ซึ่งขณะนี้มีทั้ง 3 น้ำ มาเจอกัน ได้แก่ น้ำเหนือไหลหลาก น้ำทะเลหนุน และน้ำฝนที่ตกลงมา โดย กทม.ได้ดำเนินการปิดประตูน้ำ จำนวน 214 แห่งทั้งหมด เพื่อไม่ให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าในคลองย่อยต่างๆ และเตรียมพร้อมสถานีสูบน้ำ ที่มีอยู่ 157 แห่ง ในการสูบน้ำออกจากพื้นที่ริมเจ้าพระยาทั้งหมด ส่วนการป้องกันน้ำท่วมก็ได้มีแนวเขื่อน สูง 2.5 เมตร ความยาว 77 กิโลเมตร ส่วนที่ยังไม่มีแนวเขื่อนก็ได้เรียงแนวกระสอบทรายไว้พร้อมแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนได้ให้เจ้าหน้าที่อยู่ประจำตามจุดต่างๆ ประสานหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากมีปัญหาให้รายงานให้ทราบอย่างเร่งด่วน ส่วนสถานการณ์น้ำล่าสุดในวันนี้ มีปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 3,655 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งปริมาณน้ำในระดับนี้จะยังไหลผ่าน กทม.เป็นเวลาอีก 2 วัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างวันที่ 23-27 ต.ค.นี้ จะต้องเฝ้าระวังน้ำทะเลที่จะหนุนสูงอีกครั้ง โดยเฉพาะวันที่ 26-27 ต.ค. ที่จะหนุนสูงที่สุด คาดว่าฐานน้ำจะอยู่ที่ระดับ 1.17 เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 17.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมารับมอบและร่วมปล่อยขบวนรถยนต์บรรทุกน้ำ รถสุขาเคลื่อนที่ รถไฟฟ้าส่องสว่าง รวมทั้งเจ้าหน้าที่และถุงยังชีพ เพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน จ.นครราชสีมา ที่บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการ กทม
น้ำท่วมอ.วังทองรอบสอง-ส่งทหารช่วยกั้นทำนบ
สถานการณ์ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องในจังหวัดพิษณุโลกมาหลายวัน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำวังทองเพิ่มระดับจนล้นตลิ่งในหลายจุด โดยเฉพาะที่บ้านตระกูสามนาง หมู่ 12 ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ความแรงของน้ำในแม่น้ำวังทอง ได้กัดเซาะถนนจนพังเป็นทางยาวร่วม 10 เมตร น้ำได้ไหลจากแม่น้ำวังทองไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏรและพื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหายจำนวนมาก และเป็นจุดที่ถูกน้ำท่วมเป็นรอบที่สองแล้ว หลังจากครั้งแรกเมื่อเดือนกันยานที่ผ่านมาน้ำแม่น้ำวังทองได้ล้นตลิ่งสร้างความเสียหายให้กับนาข้าวหลายหมื่นไร่
ทั้งนี้ กองพลพัฒนาที่ 3 ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ ได้ส่งกำลังทหาร 1 กองร้อย มาช่วยชาวบ้านตระกูสามนาง ซ่อมแซมถนนที่เป็นทำนบกั้นน้ำที่ถูกน้ำกัดเซาะจนพัง เพื่อกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวที่กำลังออกรวงร่วม 1,000 ไร่ ทหารและชาวบ้านได้ช่วยกันนำไม้มาตอกเป็นแนวเขื่อน และนำกระสอบทรายกั้นน้ำ
ขณะที่นายชัยวัฒน์ สารสมบัติ นายอำเภอวังทอง ได้ส่งการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วม และแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำวังทอง ได้เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด คาดว่าคืนวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ระดับน้ำจะเพิ่มสูงสุด อาจจะไหลล้นพนังเขื่อนกั้นน้ำได้
นางสุภาณี นนท์น้อย ส.อบต. หมู่ 12 ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ครั้งนี้น้ำท่วมเป็นรอบที่สองแล้ว และสูงกว่าครั้งก่อน ความแรงของน้ำได้กัดเซาะถนนที่กั้นน้ำจนพังลง กำลังไหลเข้าท่วมข้าวที่กำลังจะเกี่ยวได้เนื้อที่ 1,000 ไร่ จึงขอความช่วยเหลือจากกองพลพัฒนาที่ 3 มาช่วยกันสร้างทำนบกั้นน้ำ



