
บ่าววีนำทีมศิลปินอาร์เอสช่วยน้ำท่วมโคราช
มท.1 มอบถุงยังชีพช่วยเหยื่อน้ำท่วมสระแก้ว - ปราจีนบุรี ปภ.เผยชายแดนไทยอ่วม ฝนถล่มไม่ยั้ง สั่งระดมเรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เข้าพื้นที่แล้ว กฟภ.แจกข้าวกล่องฟรีวันละ 5,000 กล่อง พร้อมจ่ายไฟเข้าสู่ระบบในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ( กอศ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพื้นที่และผู้ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยนางสาวนริศรา กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมวิทยาลัยการอาชีพปากช่อง ว่า วิทยาลัยการอาชีพปากช่อง ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนและพระภิกษุสงฆ์ ที่ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัย โดยจัดตั้งศูนย์อาชีวศึกษาร่วมด้วยช่วยประชาชน “กู้วิกฤตภัยน้ำท่วม” จำนวน 3 ศูนย์ ได้แก่ หมวดการทางปากช่องที่ 1 และสนามน้อย ดำเนินการเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงเครื่องมือ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องมือทางการเกษตร
ทั้งนี้ ในส่วนวัดไตรรัตน์นั้นเป็นศูนย์บริการ โดยให้บริการแจกข้าวกล่อง น้ำดื่ม ถุงยังชีพ ยาเวชภัณฑ์ ใน 5 หมู่บ้าน ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ได้แก่ หมู่บ้านโนนป่าติ้ว หมู่บ้านหนองจาน หมู่บ้านสนามน้อย หมู่บ้านหนองคู นอกจากนี้วิทยาลัยฯยังได้จัดตั้งศูนย์วิทยุ ประจำวิทยาลัยการอาชีพปากช่อง จำนวน 2 ศูนย์ ได้แก่ ห้องประชาสัมพันธ์และอาคารโรงฝึกงาน ซึ่งสามารถส่งสัญญาณวิทยุได้อย่างทั่วถึง เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแจ้งข่าวสารและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
บ่าววีนำทีมศิลปินอาร์เอสช่วยน้ำท่วมโคราช
เมื่อเวลา 11.00 น. ศูนย์อาสาเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก และ พล.อ.ต. ชูชีพ แผ้วสมบูรณ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือน กองทัพอากาศ นำทีมศิลปินจาก บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ได้แก่ บ่าววี (พันจ่าอากาศโท วีรยุทธิ์ นานช้า) ,วงแบล็กวานิลลา (แบ๊งค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม, กราฟ-โอสธี ซุ่นมงคล, โดม-ราชนันทร์ คุณาริยานุกูล, เอ-อัคชิน วงศาลัคนากร) หญิง ธิติกานต์ , การะเกด และ เป้ วงเคลิ้ม (พัศวุฒิ ศิริอำพันธ์กุล) นำถุงยังชีพไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัย และไปให้กำลังใจบรรดาชาวบ้านที่เดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
โดยกลุ่มศิลปินได้ช่วยกันขนถุงยังชีพ จากกองทัพอากาศขึ้นเครื่องบิน C 130 และเดินทางไปยัง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย
พร้อมกันนี้บ่าววี ได้เป็นตัวแทนศิลปินกล่าวว่า "พวกเรารู้สึกเห็นใจผู้ประสบภัยทุกคนที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์น้ำท่วมนะครับ ปีนี้ฝนตกเยอะมากจริง ๆ น้ำท่วมหลายแห่ง หลายจังหวัด มีชาวบ้านเป็นจำนวนมากที่ต้องประสบความเดือดร้อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกเราก็ดีใจที่ได้เห็นน้ำใจคนไทยที่มีต่อคนไทยด้วยกันที่ร่วมกันบริจาคทั้งเงินและสิ่งของผ่านทางช่องทางต่าง ๆ และมีหลายหน่วยงานที่เดินหน้าให้ความช่วยเหลือ พวกเราจึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมกันส่งใจ และส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบอุทกภัยให้ผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปให้ได้ด้วยดีนะครับ"
มท.1 มอบถุงยังชีพช่วยเหยื่อน้ำท่วมสระแก้ว-ปราจีนบุรี
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นประธานมอบถุงยังชีพ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว และปราจีนบุรี โดยจุดแรกที่หอประชุมเทศบาลตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จำนวน 1,000 ชุด ส่วนจุดที่สอง ที่โรงเรียนกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 500 ชุด และจุดที่สาม ที่ชุมชนตลาดเก่า ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 500 ชุด
โดยนายชวรัตน์ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้นำในพื้นที่ดูแลด้านความปลอดภัยในชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยอย่างใกล้ชิด และให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมท้งบูรณาการการปฏิบัติงานกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อเร่งสำรวจความเสียหาย และดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากพื้นที่ใดได้รับความเสียหายรุนแรง จนเกินขีดความสามารถที่จะจัดการเองได้ ให้ประสานขอรับการสนับสนุนจากส่วนกลาง
ด้าน นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรม ปภ. กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออก ว่า ร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านภาคใต้ตอนบน ภาคกลาง และภาคตะวันออกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หลายจังหวัดในภาคตะวันออกมีฝนตกหนัก ส่งผลให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย รวม 4 จังหวัด 10 อำเภอ ได้แก่ ระยอง จำนวน 2 อำเภอ ตราด จำนวน 2 อำเภอ สระแก้ว จำนวน 4 อำเภอ และ ปราจีนบุรี จำนวน 2 อำเภอ โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประสบภัย 4 อำเภอ 10 ตำบล 1 เทศบาล ได้แก่ อำเภออรัญประเทศ อำเภอวังน้ำเย็น อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง ซึ่งสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจริมชายแดนประเทศกัมพูชา บริเวณตลาดโรงเกลือ อำเภออรัญประเทศ ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมอย่างหนัก
นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า โดยสาเหตุของน้ำท่วมในครั้งนี้เกิดจากสภาพภูมิประเทศเป็นที่ลุ่มต่ำ จึงเป็นที่รับน้ำจากพื้นที่อื่น ประกอบกับลำห้วยคลองลึก ซึ่งเป็นคลองกั้นเขตชายแดนไทย กัมพูชาตื้นเขิน มีปริมาณน้ำสูง จนไม่สามารถระบายน้ำออกนอกพื้นที่ได้ทัน จึงเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ในด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 ปราจีนบุรี ได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานในพื้นที่ นำเรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย รวมถึงถุงยังชีพสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว
อธิบดี กรมปภ.กล่าวต่อว่า ส่วนจังหวัดปราจีนบุรี มีพื้นที่ประสบอุทกภัย รวม 2 อำเภอ 4 ตำบล 14 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอนาดี และกบินทร์บุรี ซึ่งสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เกิดจากน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ ประกอบกับสภาพภูมิประเทศของจังหวัดปราจีนบุรีตั้งอยู่ระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติทับลาน จึงเป็นพื้นที่รับน้ำโดยตรงจากทั้งสองแห่ง ส่วนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 ปราจีนบุรี ได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จัดส่งเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมจัดส่งเครื่องจักรกล อุปกรณ์กู้ภัย และเรือท้องแบน สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่แล้ว
กฟภ.แจกข้าวกล่องฟรีวันละ5,000 กล่องช่วยผู้ประสบภัย
นายดำรงศักดิ์ ตันรัตนกุล รองผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และนายวันโชค ถวิลวิทยานนท์ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จ.นครราชสีมา เดินทางไปมอบถุงยังชีพเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งสิ่งของภายในถุงยังชีพ ประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง ของใช้ที่จำเป็นอื่นๆ และไฟฉายประหยัดพลังงาน (แบบมือบีบ) สำหรับใช้ให้แสงสว่างในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน ณ อ.ปักธงชัย และ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เป็นพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรง
นอกจากนี้ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ออกหน่วยให้บริการอาหารกล่องแจกจ่ายประชาชนวันละ 3,000-5,000 กล่องในพื้นที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
พร้อมจ่ายไฟเข้าสู่ระบบ-ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
นายดำรงศักดิ์ เปิดเผยด้วยว่า ตามที่เกิดอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากท่วมทั่วทุกภาคของประเทศ ส่งผลให้ประชาชนใน 21 จังหวัด ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก อาทิ ที่จังหวัดนครราชสีมา ปราจีนบุรี ลพบุรี สระแก้ว พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ชัยภูมิ ปทุมธานี บุรีรัมย์ พิจิตร ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสาคร เพชรบุรี ชลบุรีและในบางพื้นที่ระดับน้ำท่วมสูงถึง 2 – 3 เมตร อาทิ ที่อำเภอปักธงชัย อำเภอเฉลิมพระเกียรติและ อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา อำเภอเสนา บางปะหันและอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอเมืองและอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ทำให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำเป็นต้องงดจ่ายกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดย นายณรงค์ศักดิ์ กำมเลศ ผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้กำชับให้ผู้อำนวยการไฟฟ้าเขตทั้ง 12 เขต และผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทุกแห่งประสานงานกับจังหวัด อำเภอ ตำบล กรมบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับ ป้องกันและแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วม
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ในการขนย้ายประชาชนไปยังพื้นที่ที่ ปลอดภัยและจัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการสำรวจ ตรวจสอบระบบจำหน่ายและสถานีไฟฟ้าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ยกมิเตอร์ และปลั๊กไฟให้พ้นจากระดับน้ำ มีการปรับปรุงแนวเสาไฟฟ้าให้แข็งแรงและปลอดภัยกรณีเกิดน้ำท่วม โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนกลับให้ประชาชนได้ในบางพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลงและฝนเริ่มเบาบาง อาทิ บริเวณจุดต้นน้ำที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา อำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้วและอำเภอสูงเนิน สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับคืนได้เกือบ 100 % แต่สำหรับอำเภอเมืองและอำเภอขามทะเลสอสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้แล้วบางส่วน สำหรับที่อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอบ้านหมี่ อำเภอชัยบาดาล อำเภอลำสนธิ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้แล้ว 100 %
ในส่วนของการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับ คณะแม่บ้าน และครอบครัว พนักงาน กฟภ. และ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ออกช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในการขนย้าย สิ่งของที่จำเป็นตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2553 โดยนำรถบรรทุก 6 ล้อ รถยนต์ขนาด 6 ตัน ของ กฟภ. และเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ นำถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภค บริโภคและสิ่งของจำเป็นมอบให้ประชาชน และมีการมอบเงินสมทบให้ประชาชนที่น้ำท่วมมิดหลังคาบ้าน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้จัดข้าวกล่องวันละ 1,000 กล่อง สำหรับผู้ประสบภัยในจังหวัดต่างๆ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ประชุมกับหน่วยงานรัฐเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน มีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และคำแนะนำในการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยทางสถานีวิทยุ หอกระจายข่าว เสียงตามสายของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล รวมทั้งจัดรถยนต์ของ กฟภ. แจ้งข่าวในพื้นที่ที่น้ำท่วมและขอเรียนย้ำว่าพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม หากน้ำลดพ้นระดับอันตราย กฟภ. พร้อมจ่ายไฟเข้าระบบได้ทันทีทุกพื้นที่
สำหรับ ประชาชนที่ประสงค์จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากภาวะน้ำท่วม ที่กรุงเทพฯ สามารถสมทบทุน บริจาคอาหารพร้อมทาน น้ำดื่มและสิ่งของจำเป็น ได้ที่บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 4 สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือสมทบทุนเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขา กฟภ. เลขที่ 073-1-09891-9 ชื่อบัญชี “ชาว กฟภ. รวมใจช่วยผู้ประสบภัย” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟ โทร.1129 PEA Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง
กฟผ.ขอนแก่นยันไม่มีปัญหาการจ่ายไฟให้ประชาชน
นายสุเมธ เตรียมเวชวุฒิไกร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ได้รับรายงานว่าสถานีย่อยในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม 1แห่ง เนื่องจากระดับน้ำสูงไหลเข้าไปในห้องควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้า จึงให้เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องสูบน้ำจำนวน 7 เครื่อง สูบน้ำออกตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมนำกระสอบทรายมากั้นน้ำ ทำให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนได้ตามปกติ
นอกจากนี้ยังได้กำชับให้พนักงานทุกคนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากปริมาณน้ำเพิ่มสูง ต้องเร่งดำเนินการป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าสวิตท์ไฟ และเฝ้าระวังสายส่งไฟฟ้าแรงสูง หากมีระยะห่างจากพื้นประมาณ 3 เมตรอาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร และจะเกิดอันตรายได้ ส่วนมาตรการป้องกันไฟฟ้าดับทาง กฟผ.ได้วางแผนการสลับสายส่งไฟฟ้า หากสายส่งไฟฟ้าเส้นหนึ่งชำรุดก็ใช้เส้นอื่นจ่ายแทนกันได้ ส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้า หากมีปริมาณน้ำมากจนไม่สามารรถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ก็มีแผนสำรองในการนำไฟฟ้ามาจากภาคเหนือ ภาคกลางและประเทศเพื่อนบ้าน จึงขอยืนยันว่าปริมาณไฟฟ้ามีเพียงพออย่างแน่นอน
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำหน้าที่ผลิต จ่ายกระแสไฟฟ้าและดูแลระบบส่งในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน มีสถานีจ่ายไฟฟ้าย่อยทั้งหมด 50 สถานี ทุกแห่งยังสามารถดำเนินการจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ ยังไม่มีผลกระทบจากสภาวะน้ำท่วมรวมถึงพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมาด้วย



