
เกษตรฯปล่อยเรือสุขาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
เกษตรฯปล่อยเรือสุขาเคลื่อนที่ สุขาพัฒนา ร่วมช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม ลดปัญหาโรคระบาดอย่างเร่งด่วน
(20ต.ค.) นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนปี 2553 นี้ พื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำเหนือไหลหลาก และฝนตกหนักในพื้นที่ กอปรกับเกิดน้ำทะเลหนุนสูง กรมชลประทาน ได้สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 1,500,000 บาท โดยสำนักงานชลประทานที่ 11 ได้ร่วมกับสำนักเครื่องจักรกลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงเรือสุขาพัฒนาให้อยู้ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน
โดยวันนี้กระทรวงเกษตรฯส่งเรือสุขาเคลื่อนที่ “สุขาพัฒนา” เพื่อออกไปให้บริการแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งตามพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในแหล่งชุมชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งจากภาวะน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเหนือไหลหลาก
ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังจากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ทางตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสัก ทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมากไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ประกอบกับในช่วงระหว่างวันที่ 23-26 ตุลาคมที่จะถึงนี้เป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง อาจจะส่งผลกระทบให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะปัญหาทางด้านสุขอนามัย กรมชลประทาน จึงได้จัดส่งเรือสุขาพัฒนา จำนวน 3 ลำ เพื่อนำไปช่วยบรรเทาทุกข์และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา
ทั้งนี้เรือสุขาพัฒนา จะออกให้บริการตลอด 24 ชม. ซึ่งประชาชนสามารถขอรับบริการได้โดยแจ้งความต้องการผ่านหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกรมชลประทาน หรือติดต่อที่เบอร์โทร 1460 ตลอด 24 ชม. โดยขณะนี้มีหน่วยงานที่ขอรับการสนับสนุนแล้ว ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี จำนวน 2 ลำ ได้แก่ ที่หมู่ 1 ตำบลกลางเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และเทศบาลนครปากเกร็ด ขอรับการสนับสนุนที่ วัดพญาเจ๋ง ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สำหรับที่กรุงเทพมหานคร ได้เตรียมเรือสุขาพัฒนาจำนวน 1 ลำ ซึ่งขณะนี้ทาง กทม.กำลังตรวจสอบพื้นที่ โดยทางสำนักการระบายน้ำ จะประสานกับสำนักชลประทานที่ 11 เพื่อออกให้บริการต่อไป
จากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อปี 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วม ได้พระราชทานแนวพระราชดำริในการแก้ไขและบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งหนึ่งในปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร คือ ปัญหาห้องน้ำ ห้องส้วม ที่ทรงมีพระราชปรารถให้หาวิธีช่วยเหลือราษฎรด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยกรมชลประทานได้สนองพระราชปรารถ โดยการนำเรือบรรทุกซึ่งเป็นเรือเหล็กขนาด 45 ตัน นำมาดัดแปลงให้เป็นเรือสุขาเคลื่อนที่ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ยากแก่ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเรื่องสุขอนามัย เพื่อเป็นการช่วยลดปัญหาโรคระบาดที่จะตามมา โดยเรือดังกล่าวนี้มีความกว้าง 5 เมตร ประกอบด้วยสุขาชาย 3 ห้อง และสุขาหญิง 3 ห้อง ห้องอาบน้ำชายและห้องอาบน้ำหญิงอย่างละ 1 ห้อง รวมทั้งโถปัสสาวะชายและอ่างล้างหน้าและล้างมือ
ทั้งนี้ เรือสุขาเคลื่อนที่ “สุขาพัฒนา” ถือเป็นเรือสุขาที่มีระบบการทำงานที่สมบูรณ์ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นระบบบำบัดน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล ที่สามารถบำบัดน้ำเสียได้ตามมาตรฐานก่อนปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำ ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำที่มีทั้งระบบถังกรองน้ำ ระบบฆ่าเชื้อโรค ระบบป้องคลอรีน ระบบเก็บน้ำและจ่ายน้ำ ตลอดจนระบบไฟฟ้า และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า นำไปใช้ครั้งแรกโดยการให้บริการราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สุเหร่าบางอ้อ เขตคลองสาน และเขตบางพลัด
รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพอพระราชหฤทัยในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน 1,050,000บาทให้กรมชลประทาน นำไปสร้างเรือสุขาพัฒนาเพิ่มอีก 2 ลำ ซึ่งกรมชลประทาน ได้ดำเนินการแล้วเสร็จนำไปให้บริการแก่ราษฎรที่อาศัยอยู่ในเขตคลองสานและภาษีเจริญเมื่อปี 2549



