
ผู้ว่าฯอ่างทองประกาศให้ชาวบ้านขนของหนีน้ำ
ผู้ว่าฯอ่างทอง ประกาศให้ชาวบ้านขนของหนีน้ำ หลังเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังคงปล่อยน้ำในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่น้ำได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราชฎรใน ต.บ้านรี อ.เมืองอ่างทอง แล้ว 50 หลังคาเรือน น้ำป่าไหลท่วมอ.แม่พริกสะพานขาด 2 แห่ง
หลังจากระดับน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คลองบางแก้วที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา และไหลผ่านไปยัง อ.มหาราช จ.อยุธยา มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้บ้านเรือนราชฎร หมู่ที่ ม.3 ต.บ้านรี อ.เมือง จ.อ่างทอง เป็นหมู่บ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองบางแก้วเดือดร้อนอย่างหนัก โดยน้ำได้ทะลักล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมตามบ้านเรือนประชาชน อย่างรวดเร็ว และมีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านต้องรีบขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้ง นำสัตว์เลี้ยง และยานพาหนะ ไปยังพื้นที่สูง บางส่วนชาวบ้านเริ่มกางเต้นท์นอนบนไหล่ถนน พร้อมกับนำสิ่งของมาไว้ ทั้งนี้จากรายงานของ นายเจียม สุขชื่น กำนัน ต.บ้านรี พบว่า มีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้วประมาณ 50 หลังคาเรือน
ด้านนายวิศว ศะศิสมิต ผวจ.อ่างทอง กล่าวว่า ตอนนี้ตนได้สั่งการให้ทางท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน เฝ้าดูสถานการณ์น้ำตามจุดต่างๆอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตอนนี้ทางเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาท ยังคงปล่อยน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน ในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะทำให้น้ำล้นตลิ่งได้ตลอดเวลา ดังนั้น จึงขอเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ให้เก็บข้าวของเครื่องใช้ไปไว้ในที่สูง
อย่างไรก็ตาม สำหรับการช่วยเหลือนั้น ทางจังหวัดได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ ชุดเคลื่อนที่เร็ว เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมเป็นการด่วนแล้ว
น้ำป่าไหลท่วมอ.แม่พริกสะพานขาด 2 แห่ง
นายสุรพล บุรินทราพันธุ์ นายอำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ต.แม่พริก อ.แม่พริก ว่า วันนี้ถือว่า เป็นวันที่ สอง ที่เกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาจากยอดเขาสูงจำนวนมาก เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา น้ำป่าได้ไหลทะลักลงมาสร้างความเสียหายอ่างเก็บน้ำแม่พริก หรืออ่างเก็บน้ำผาวิ่งชู้ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ทำให้หน้าอ่าง และสันอ่างได้รับความเสียหาย และในวันนี้น้ำป่าที่ได้ไหลทะลักลงมาอีก และได้กัดเซาะคอสะพานได้รับความเสียหายอีก 2 แห่ง ในพื้นที่ ต.แม่พริก ได้แก่ สะพานแม่พริก เขตบ้านแม่พริกลุ่ม ม.7 แต่ยังไม่ถึงขั้นกับขนาด รถสามารถผ่านไปได้
สำหรับสะพานแบรีย์ ที่ทางศูนย์ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง ได้วางใช้งาน เมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา บริเวณบ้านห้วยขี้นก ม.7 น้ำป่ายังได้กัดเซาะดินบริเวณคอสะพานแบรีย์ ที่ตั้งอยู่จนขาดเช่นกัน ทำให้รถทุกชิดไม่สามารถผ่านไปส่งผลกระทบทำให้ 3 หมู่บ้านในพื้นที่ ได้แก่ ชาวบ้านห้วยขี้นก บ้านปางยาว และบ้านแพะดอกเข็ม กว่า 300 ครัวเรือนไม่สามารถออกมาได้ ขณะนี้ ชาวบ้านกำลังเร่งช่วยกันนำไม้ท่อนขนาดใหญ่มาวางเชื่อมต่อสะพานแบรีย์ เพื่อใช้งานได้ชั่วคราว ส่วนถนนเข้าไปหมู่บ้านที่เคยขาดมาแล้ว และได้ทำการซ่อมแซม แล้ว โดยการนำดินมาถมอัดบด ก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน ขณะนี้เครื่องจักรกลหนักกำลังเร่งซ่อมแซม
ด้าน นายอธิคม สุพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ลงนามประกาศให้พื้นที่ ต.แม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาในพื้นที่ ซึ่งได้สร้างความเสียหายแก่งอ่างเก็บน้ำแม่พริก หรืออ่างเก็บน้ำผาวิ่งชู้ รวมถึงถนนหลายแห่งในพื้นที่ ที่ถูกน้ำป่าไหลกัดเซาะ ตลอดจนสะพานที่ชาวบ้าน 10 หมู่บ้านใช้สัญจรขาด และได้รับความเสียหายถึง 2 แห่ง
ดังนั้น ทางจังหวัดลำปาง จึงได้ประกาศให้ ต.แม่พริก เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดน้ำป่าไหลหลาก เพื่อที่หน่วยงานของรัฐทุกฝ่าย จะได้นำงบประมาณฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาภัยทางธรรมชาติ ออกมาใช้ในการเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ หากไม่เพียงพอ ทางอำเภอแม่พริก ก็สามารถเสนอของบทดลองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง วงเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบเพื่อใช้บรรเทาภัยพิบัติได้
ทั้งนี้ ทางจังหวัดลำปาง ได้เกิดความเป็นห่วงพื้นที่เสี่ยงภัย และพื้นที่ที่เกิดน้ำป่าไหลหลาก จึงได้สั่งการให้นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทั้ง 13 อำเภอ ได้ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และให้รุดเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน หากเกิดภัยทางธรรมชาติขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.แม่พริก ให้ติดตามสถานการณ์ต่อไป
ผู้ว่าเชียงใหม่เปิดศูนย์รับบริจาค-ช่วยเหลือน้ำท่วม
ที่ห้องประชุมชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และนายประจญ ปรัชญ์สกุล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวเปิด "ศูนย์ช่วยเหลือเพื่อรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย"ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งกำลังประสบความเดือดร้อนอย่างหนักจากเหตุน้ำท่วมในพื้นที่รวม 27 จังหวัดขณะนี้
ม.ล.ปนัดดา เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุอุทกภัยหลายจังหวัด พบว่าเจ้านายฝ่ายเหนือ สภากาชาด อบจ.และหน่วยงานต่างๆในจ.เชียงใหม่ได้พากันตื่นตัวแสดงน้ำใจที่จะบริจาคเงินและต้องการที่จะให้ความช่วยเหลือไปยังคนไทยด้วยกันอย่างต่อเนื่อง ทางจังหวัดจึงได้จัดตั้ง"ศูนย์ช่วยเหลือเพื่อรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย"ขึ้นมา เพื่อเป็นจุดรวมในการเปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของ โดยตั้งจุดรับบริจาคที่ศูนราชการจ.เชียงใหม่ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะบริจาคเงินช่วยเหลือสามารถโอนเงินฝากเข้าทางบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาข่วงสิงห์ ชื่อบัญชี "กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยจ.เชียงใหม่" หมายเลขบัญชี 547-0-37532-3 ระหว่างวันที่ 20-25 ตุลาคม 53พร้อมส่งสำเนาหลักฐานการโอนเงินไปทางโทรสารหมายเลข 053-221470 จังหวัดจะนำเงินที่ได้รับบริจาคทั้งหมดโอนเข้าบัญชีกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี ธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล หรือติดต่อรายละเอียดได้ที่หมายเลข 053-409345 ,053-213872,053-221470 และ 053-213551ตลอด 24 ชั่วโมง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการแถลงข่าว ม.ล.ปนัดดาและนายบุญเลิศ นายก อบจ.เชียงใหม่ยังได้ร่วมกันนำเงินส่วนตัวรวมกันเป็นยอดเงิน 100,000 บาทเพื่อมอบบริจาคเข้ากองทุนฯช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมดังกล่าวผ่านทางจังหวัดทันที



