
สสจ.โคราชน้ำท่วมรพ.-อนามัยสูญ252ล้าน
สสจ.โคราช สรุปมูลค่าความเสียหาย รพ.และ สอ.ในพื้นที่จากวิกฤตน้ำท่วม 252 ล้านบาท เฉพาะ รพ.มหาราชฯ เสียหายร่วม 220 ล้านบาท ขณะที่มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย บาดเจ็บและป่วยแล้วเกือบ 3 พันราย กรมอนามัยห่วงสุขภาพผู้ประสบภัยน้ำท่วมแนะวิธีกำจัดสิ่งปฏิกูลในบ้าน สธ.
ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม เวลา 9.00 น. นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่น้ำท่วมและรับฟังรายงานความเสียหายของสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมนี้ โดย นพ.วิชัย ขัตติยวิทยากุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา (สสจ.นครราชสีมา) กล่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ถึง 19 ตุลาคม โดยเฉพาะตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. เป็นต้นมา ส่งผลให้มีสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 13 แห่ง คือ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ประเมินความเสียหาย 222,000,000 บาท โรงพยาบาลจิตเวช นครราชสีมาความเสียหาย 24,600,000 บาท โรงพยาบาลชุมชน 2 แห่ง ความเสียหาย 2,550,000 บาท สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 1 แห่ง ความเสียหาย 1,180,000 บาท และสถานีอนามัย 9 แห่ง ความเสียหาย 1,790,00 1 บาท รวมความเสียหายทั้งสิ้น 252,120,000 บาท
นพ.วิชัย กล่าวว่า ส่วนการรายงานผู้ได้รับผลกระทบจากอุกภัยนั้น ล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 4 รายจากอำเภอปากช่อง 1 ราย อำเภอสูงเนิน 1 รายและอำเภอ 1 รายและอำเภอด่านขุนทด 2 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บ 185 รายทั้งหมดบาดเจ็บเล็กน้อย ในส่วนผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัด 1,473 ราย โรคตาแดง 89 ราย โรคน้ำกัดเท้า 451 ราย โรคปวดท้องและท้องเสีย 123 ราย ถูกสัตว์มีพิษกัด 24 ราย โรคนอนไม่หลับและเครียด 350 ราย โรคหอบหืด 6 ราย โรคเบาหวานและความดัน 12 รายและอื่น ๆ 465 ราย รวมทั้งสิ้น 2,993 ราย
สำหรับการจัดบริการรักษาพยาบาลประชาชนในสถานการณ์อุทกภัย จ.นครราชสีมานี้ ได้มีการเปิดจุดบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยฉุกเฉินในจุดต่าง ๆ ได้แก่ เต็นท์จุดบริการหน้าโรงแรมพีกาซีส เต็นท์จุดบริการหน้าโรงเรียนสุรนารีวิทยา โรงพยาบาลค่ายสุรนารี โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา ศูนย์บริการสาธารณสุขเมืองย่าโมทั้ง 7 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และโรงพยาบาลชุมชนใกล้เคียงที่ไม่ได้รับผลกระทบเพื่อดูแลประชาชน
ด้านพญ.สุวรรณี ตั้งวีระพงษ์ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยที่ยังอยู่ในโรงพยาบาลทั้งสิ้น 705 ราย โดยมีผู้ป่วยหนักที่ใช้เครื่องช่วยหายใจจำนวน 113 ราย ทั้งนี้ได้ส่งต่อผู้ป่วยบางส่วนไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น และโรงพยาบาลศูนย์จังหวัดขอนแก่นจำนวน 17รายและโรงพยาบาลค่ายสุรนารีอีก 4 ราย
อย่างไรก็ตามล่าสุดโรงพยาบาลไม่ได้ส่งต่อผู้ป่วยเพิ่มเติมแล้ว เนื่องจากได้มีการเติมออกซิเจนเหลวซึ่งเพียงพอที่จะให้แก่ผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอีกประมาณ 10 วัน
ขณะที่ นางพิมพาภรณ์ สังข์รัศมี ผู้ประสานงานโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ กล่าวว่า ในส่วนของโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมานั้น มีน้ำได้ท่วมสูงกว่า 1 เมตร โดยล่าสุดมีผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลทั้งสิ้น 200 รายและเจ้าหน้าที่จำนวน 150 คนยังติดอยู่ในโรงพยาบาล รถพยาบาลทั้งหมดจมอยู่ในน้ำไม่สามารถใช้การได้ รวมทั้งรถหกล้อ1คันก็จมอยู่ใต้น้ำเช่นเดียวกัน
นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ขอชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ จ.นครราชสีมาที่ไปช่วยเหลือชาวบ้านแม้ว่าตัวเองได้รับผลกระทบก็ตามเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ในส่วนการดูแลเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบนั้นได้ปรึกษากับนายจุรินทร์ ลักษณวิสิษฐ์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุขให้มีกองทุนดูแลเพื่อช่วยเหลือแล้ว เพียงแต่ต้องรอสรุปผลกระทบและผู้เสียหายที่ชัดเจนก่อน ทั้งนี้ตนรู้สึกยังเป็นห่วงจำนวนบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานขณะนี้ว่าเพียงพอหรือไม่ ซึ่งหากมีปัญหาคงต้องระดมเจ้าหน้าที่จากจังหวัดใกล้เคียงมาช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามตนอยากให้มีวอร์รูมระดับภาค ไม่ใช่ตั้งที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง เพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายจังหวัดที่อยู่รอบเขาใหญ่ที่อาจได้รับผลกระทบ
กรมอนามัยห่วงสุขภาพผู้ประสบภัยน้ำท่วมแนะวิธีกำจัดสิ่งปฏิกูลในบ้าน
นายแพทย์ประดิษฐ์ วินิจจะกูล รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงการจัดการสิ่งปฏิกูลในบ้านช่วงน้ำท่วม เพื่อลดปัญหาโรคระบบทางเดินอาหารในช่วงน้ำท่วม ว่า ขณะนี้หลาย ๆ พื้นที่ของประเทศกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ในภาคอีสาน ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ประชาชนต้องอยู่ในสภาพที่ขาดแคลนน้ำสะอาด เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค และเครื่องยังชีพต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการขับถ่ายอุจจาระและการทิ้งขยะ สิ่งปฏิกูลเหล่านี้มีเชื้อโรคปะปนอยู่ ถ้าทิ้งมากับน้ำจะทำให้เกิดโรคติดต่อ หากประชาชนนำน้ำที่ท่วมขังมาล้างอาหาร จานชามหรืออุปกรณ์ ประกอบอาหาร เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกาย ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร อาทิ โรคท้องร่วง อาหารเป็นพิษ เป็นต้น
นายแพทย์ประดิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า เพื่อป้องกันตนเองและผู้อื่นให้พ้นจากโรคระบบทางเดินอาหารในช่วง น้ำท่วม โดยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากอุจจาระและขยะด้วยการขับถ่ายในห้องส้วมที่ยังสามารถใช้การได้ ในกรณีที่ไม่สามารถใช้ห้องส้วมได้ขอให้ประชาชนขับถ่ายอุจจาระในถุง ถ้ามีปูนขาวหรือน้ำยาฆ่าเชื้อให้ใส่ลงในถุงอุจจาระก่อน แล้วปิดปากถุงให้แน่น หรือถ้าไม่มีปูนขาวหรือน้ำยาฆ่าเชื้อหลังถ่ายอุจจาระเสร็จให้รัดปากถุงให้แน่นแล้วรวบรวมส่งให้ทางการนำไปกำจัดต่อไป สำหรับขยะภายในบ้านก็ให้เก็บรวบรวมใส่ถุงแล้วผูกปากถุงให้แน่น แล้วรวบรวมส่งให้ทางการนำไปกำจัดต่อไปเช่นกัน ซึ่งประชาชนทุกคนต้องให้ความร่วมมือไม่ถ่ายอุจจาระและทิ้งขยะลงไปในน้ำ เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรคอุจจาระร่วง
นายแพทย์ประดิษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับประชาชนที่มีความจำเป็นต้องนำน้ำที่ท่วมขังมาอุปโภคบริโภคนั้น ก่อนนำน้ำมาใช้ควรตักใส่ภาชนะ ถ้าน้ำขุ่นให้ใช้สารส้มชนิดก้อน กวนในน้ำ สังเกตตะกอนในน้ำเริ่มจับตัวนำสารส้มออก ใช้มือกวนน้ำต่อ1-2นาทีทิ้งไว้จนตกตะกอนที่ได้มาใส่คลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรค ใส่คลอรีนชนิดผง ? ช้อนชาในน้ำ 1 แก้ว คนให้เข้ากันรินเฉพาะส่วนที่ใสผสมในอัตราส่วน ต่อน้ำ 10 ลิตร ทิ้งไว้ 30 นาที เพื่อให้คลอรีนฆ่าเชื้อโรคที่อยู่ในน้ำและส่วนที่หลงเหลืออยู่สลายตัวไป ในกรณีที่จะนำน้ำมาดื่มต้องต้มให้เดือดก่อน หรือหากต้องการฆ่าเชื้อโรคในภาชนะอุปกรณ์ประกอบอาหาร เช่น จาน ชาม หม้อ กระทะให้ใช้คลอรีน 1 ช้อนชา (ผสมกับน้ำ 1 แก้ว รินเฉพาะส่วนที่ใส)ต่อน้ำ 1 ลิตร แช่นาน 2 นาที ก่อนที่จะนำภาชนะเหล่านั้นมาใช้อย่างปลอดภัยเพื่อความสะดวกกรมอนามัยได้ผลิตคลอรีนชนิดน้ำ 2% (หยดทิพย์)ใช้หยดลงในน้ำ สำหรับดื่ม 1 หยดต่อน้ำ 1 ลิตรทิ้งไว้ 30 นาที
“ทั้งนี้ สิ่งของบริจาคที่มีผู้บริจาคไม่ว่าจะเป็นอาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องกระป๋อง เช่น ปลากระป๋อง ก่อนจะบริโภคควรสังเกตวันหมดอายุ หรือดูวันหมดอายุหรือดูสภาพ สี กลิ่น และภาชนะบรรจุของ น้ำดื่มและอาหารนั้น ๆ ก่อนบริโภค โดยในพื้นที่ที่สามารถปรุงประกอบอาหารได้ ก็ควรนำมาอุ่นให้ร้อนหรือผ่านการปรุงสุกเสียก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อบริโภคเข้าไปจะไม่ทำให้เกิดอาการท้องเสียหรือเกิดโรคที่เกี่ยวกับโรคระบบทางเดินอาหาร ที่สำคัญควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังการใช้ห้องน้ำ ห้องส้วม” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
สธ.เตือนผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่าลงเล่นน้ำเสี่ยงโรคตาแดง
นายแพทย์ภาสกร อัครเสวี ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโรคติดต่อที่มากับน้ำท่วม ว่า ในขณะนี้มีน้ำท่วมหลายจังหวัด ในระยะน้ำหลากนี้ขอให้ประชาชนระวังเรื่องการจมน้ำ อันตรายจากไฟฟ้า ไฟดูด สัตว์มีพิษน้ำกัดเท้า และแผลเปื่อยติดเชื้อ นอกจากนี้ในช่วงน้ำเริ่มลดลงอาจมีการระบาดของโรคตาแดงได้ง่าย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งแพร่กระจายมากับน้ำที่สกปรก ท่วมขัง โดยเชื้อจะติดมากับนิ้วมือและเข้าสู่ตาโดยการขยี้ อาการของโรคตาแดง จะเริ่มจากระคาย เคืองตา ตาขาวจะมีสีแดงเรื่อๆ มีน้ำตาไหล เจ็บตา มักจะมีขี้ตามากร่วมด้วย มักเป็นที่ตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน แล้วจะติดต่อมายังตาอีกข้างได้
นายแพทย์ภาสกร กล่าวต่อว่า ในการป้องกันโรคตาแดง ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งช่วงนี้อยู่ระหว่างปิดเทอม อย่าลงเล่นน้ำที่ท่วมขัง ขอให้ใช้น้ำสะอาดล้างหน้า อย่านำน้ำท่วมมาล้างหน้า เนื่องจากน้ำท่วมจะมีความสกปรกสูง มีเชื้อโรคที่มาจากสิ่งปฏิกูลต่างๆ ปะปนมาจำนวนมาก หากน้ำสกปรกเข้าตาควรรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาด และไม่ควรใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วยตาแดง เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว และให้ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดบ่อยๆ ซึ่งจะสามารถลดการติดเชื้อได้ หากมีอาการเจ็บตา ตาแดง มีขี้ตามาก ควรรีบไปพบแพทย์ในหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ หรือสถานีอนามัยที่อยู่ใกล้ทันที ไม่ควรซื้อยามาหยอดตารักษาเอง เนื่องจากอาจไม่ได้ผลและอาจทำให้การอักเสบรุนแรงมากขึ้น
นายแพทย์ภาสกรกล่าวต่อว่า ต้องขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ห้ามถ่ายอุจจาระหรือทิ้งขยะลงน้ำอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้น้ำสกปรก เสี่ยงเกิดโรคระบาดได้ง่ายนอกจากนี้ยังทำให้เกิดโรคติดต่อทางอาหารและน้ำเช่นไทฟอยด์ อหิวาตกโรค รวมทั้งโรคตาแดงด้วย ประชาชนต้องร่วมมือกัน อย่าถ่ายอุจจาระหรือทิ้งขยะลงน้ำ ขอให้ถ่ายอุจจาระลงถุงดำหรือถุงพลาสติกที่ทางการแจกให้ และทิ้งขยะลงในถุงดำหรือถุงพลาสติก และมัดปากถุงให้มิดชิดป้องกันแมลงวันตอม ก่อนนำไปทำลาย
นอกจากนี้ในช่วงนี้อากาศในประเทศไทยเปลี่ยนแปลง มีฝนตก มีความชื้นสูงและอากาศเริ่มเย็นลง ทำให้ เชื้อไวรัสและเชื้อโรคต่างๆอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานขึ้น แนะนำให้ประชาชนล้างมือด้วยน้ำสะอาดบ่อยขึ้น รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ๆ หากเป็นอาหารค้างคืน ต้องนำมาอุ่นให้ร้อนก่อน และควรงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะทำให้ระบบภูมิต้านทานโรคในร่างกายต่ำลง และติดเชื้อได้ง่าย



