
ศาลรธน.ตั้งกก.สอบคลิปฯคดียุบปชป.
"ศาลรธน."เตรียมกก.สอบแอบถ่ายคลิปคดียุบพรรคปชป.แล้ว เผยขอไม่เปิดชื่อกก.สอบอ้างเป็นความลับราชการ รวมทั้งหวั่นจะถูกแทรกแซง
(20ก.ย.) ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายเชาวนะ ไตรมาส เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยนายปัญญา อุดชาชน รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงการดำเนินการในกรณีที่มีคลิปการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรนูญในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ออกไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน
โดยนายเชาวนะ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานฯได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบ สวนข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ว่าใครกระทำการอะไรอย่างไร และมีการบันทึกคลิปวีดีโอในที่ประชุมคณะตุลาการได้อย่างไร ทั้งนี้ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาการทำงาน แต่จะเร่งให้เสร็จแล้วโดยเร็วที่สุด ซึ่งผลการสอบสวนจะออกมาอย่างไร ยังไม่อยากให้มีการคาดเดา แต่จะมีการแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าเป็นระยะ
นายเชาวนะ กล่าวอีกว่า สำหรับคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมีใครเป็นประธานและกรรมการร่วมด้วยนั้นไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้ เพราะตามระเบียบเกี่ยวกับการรักษาความลับของทางราชการ กำหนดให้เรื่องดังกล่าวเป็นความลับ เพื่อให้คณะกรรมการทำงานได้อย่างอิสระไม่สามารถแทรกแซงได้ แต่ในเบื้องต้นบอกได้ว่า ผู้ที่จะทำหน้าที่ประธานเป็นข้าราชการระดับอาวุโสของสำนักงาน และได้รับการยอมรับจากคณะตุลาการฯ
อย่างไรก็ตามนายเชาวนะ พยายามที่จะเลี่ยงตอบในรายละเอียดของการสอบสวนเมื่อถูกถามว่า คณะกรรมการจะต้องมีการสอบบุคคลที่มีการปรากฏในภาพทั้งหมด ซึ่งรวมถึงตัวตนเองด้วยหรือไม่ และกรณีที่ตนเองตกเป็นข่าวว่าตนเองร่วมเดินสายไปกับนายพสิษฐ์ในการไปพบบุคคลสำคัญเพื่อล็อบบี้คดียุบพรรค และที่มีกระแสข่าวระบุว่า ตำแหน่งของการถ่ายคลิป คือ ที่นั่งของนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่ขณะนี้ได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ซึ่งจะดำเนินการสอบสวนอย่างไร รวมทั้งการแอบถ่ายคลิปถือเป็นความผิดหรือไม่ และนายพสิษฐ์ได้ยื่นหนังสือลาออกตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.ก่อนที่ตุลาการฯจะมีการแถลงปลดออกจากตำแหน่งจริงหรือไม่
สำหรับการสอบของคณะกรรมการฯ แม้นายพสิษฐ์ จะไม่อยู่แล้วคณะกรรมการสอบสวนฯ ก็ทำงานได้ ส่วนตำแหน่งที่ถ่ายคลิปนั้นตรงนี้ก็ยังเป็นความเห็น แต่โดยข้อเท็จจริงขึ้นอยู่กับการสอบสวน ตนคงไม่สามารถไปเปิดเผย หรือพูดถึงเหตุการที่เกิดขึ้นได้เพราะ ถ้าพูดไปก่อนก็จะเป็นการก้าวล่วงและเป็นการชี้นำการพิจารณาของคณะกรรมการสอบสวน
“ เวลานี้ทุกคนคิดสันนิษฐานและตั้งคำถามในรูปแบบต่างๆ แม้กระบวนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนจะรีบเร่ง แต่กระบวนการและผลการสอบสวนจะต้องเป็นที่น่าเชื่อถือและอธิบายเหตุผลต่างๆ ได้ ซึ่งการตั้งคณะกรรมการของสำนักงานถือเป็นความคืบหน้าระดับหนึ่ง และทำให้สังคมเห็นว่าศาลไม่ได้นิ่งเฉย ถือเป็นการแสดงความชัดเจนว่าในส่วนของคดีเรื่องการยุบพรรคศาลก็ดำเนินการไป เรื่องคลิปศาลก็ดำเนินการสอบสวนอีกทางหนึ่ง ” นายเชาวนะกล่าว
เมื่อถามว่า ก่อนหน้าที่ตุลาการฯแถลงว่าเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถเข้ามาดำเนินการสอบสวนได้เลย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าต้องการร้องทุกข์กล่าวโทษก่อน ดังนั้นทางสำนักงานจะรอผลสอบดังกล่าวก่อนถึงจะดำเนินการใช่หรือไม่ นายเชาวนะ กล่าวว่า ไม่ใช่ข้อสรุปเสียทีเดียว แต่กระบวนการตรวจสอบเป็นเรื่องจำเป็น เพราะเรื่องนี้ต้องดำเนินการเป็นลำดับขั้นตอบเพราะถ้าไม่มีบันไดขั้นที่ 1 แล้วเราก้าวไปถึงขั้นที่ 10 ก็อาจจะถูกโต้แย้ง และเกิดคำถามของความน่าเชื่อได้ ส่วนในเรื่องของการลงโทษน่าจะมีหลังจากผลการสอบสวนออกมา ซึ่งจะสามารถบอกได้ว่ากระบวนการข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ถ้ามาถามถึงบทลงโทษขณะนี้ในเมื่อเรายังไม่รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดข้างหน้าเป็นอย่างไรจึงยังสรุปไม่ได้
เมื่อถามต่อว่า ตำแหน่งเลขานุการของตุลาการฯสามารถเข้าร่วมประชุมพิจารณาคดีของคณะตุลาการฯได้หรือไม่ และผู้ที่จะเข้าร่วมประชุมสามารถใช้โทรศัพท์ในที่ประชุมได้หรือไม่ นายเชาวนะ กล่าวว่า ระเบียบของการเข้าห้องประชุมกำหนดอยู่แล้วว่าไม่ให้มีการนำโทรศัพท์เข้าไปภายในห้อง แต่ที่ผ่านมา ศาลมีการตัดสัญญาณโทรศัพท์ภายในห้องประชุมอยู่แล้วจึงทำให้ไม่ได้เคร่งคัดในเรื่องของการตรวจค้นที่จะไม่ให้นำโทรศัพท์เข้าไปในห้องตามระเบียบที่กำหนดไว้ แต่หลังจากที่กิดเหตุได้มีการกระชับให้มีการตรวจค้นให้เข้มงวดขึ้น ส่วนการเข้าห้องประชุมของเลขานุตุลาการฯ ตนไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการประชุมแต่ละครั้งว่าเป็นเรื่องอะไรใครเกี่ยวข้องบ้าง หากเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับล่างก็มีสิทธิที่จะเข้าห้องประชุม แต่ในกรณีนี้นายพสิษฐ์ ยังมีตำแหน่งเป็นทีมโฆษก ซึ่งก็สามารถเข้าร่วมประชุมได้
นายเชาวนะ ยังกล่าวถึงกรณีที่คลิปการประชุมคณะตุลาการระบุให้สำนักงานดำเนินคดีกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ฐานหมิ่นประมาท ที่ทำให้องค์กรเสื่อมเสียว่า ความหมายที่แท้จริงไมได้เป็นอย่างนั้น สำนักงานฯโดยหลักแล้วต้องเป็นนโยบายของคณะตุลาการอยู่แล้ว แต่การจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต้องมีองค์ประกอบ โดยประธานและตุลาการรวม 9 คน เห็นไปในทางเดียวกัน ซึ่งการที่สื่อได้รับข้อมูลข่าวสารมาเป็นส่วนๆ อาจไม่ถูกต้อง
“ ท่านตุลาการฯก็ได้แถลงจุดยืนของท่านแล้วเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้กระทบหรือทำให้ท่านทำหน้าที่ของท่านโดยอิสระไม่ได้ ซึ่งการที่ศาลจะดำเนินการใดๆต้องรอบครอบระมัดระวัง เพราะกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นกระแสภายนอกนั้น สิ่งที่ศาลทำได้อย่างเดียวคือต้องหนักแน่นมั่นคงไม่แสดงอะไรที่ทำให้เห็นว่าศาลหวั่นไหวและถูกกดดัน โดยกรณีนี้จะนำไปเทียบเคียงกับการที่ตุลาการฯฟ้องน.ส.วิสาระดี เตชะธีรวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องการต่างกรรมต่างวาระ
เมื่อถามถึงผลการสอบสวนของนายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กรณีรับเอกสารนอกสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีผลสรุปอย่างไร นายเชาวนะ กล่าวว่า อยู่ในระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งตนยังไม่ทราบผล แต่ทุกคนก็กำลังเร่งรัดทำหน้าที่ตามกระบวนการ



