ข่าว

แม่น้ำชีจ่อท่วมขอนแก่นหลายพื้นที่จมแล้ว

แม่น้ำชีจ่อท่วมขอนแก่นหลายพื้นที่จมแล้ว

20 ต.ค. 2553

น้ำชีจ่อทะลักท่วมขอนแก่น หน่วยราชการเตรียมวางกำลังเฝ้าระวังทุกพื้นที่ พร้อมกำหนดแผนอพยพปชช.ขึ้นที่สูง 24 ชั่วโมง ขณะนี้น้ำไหลบ่าจาก จ.ชัยภูมิ เริ่มไหลเข้าท่วมหลายหมู่บ้าน ในอ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น จมใต้บาดาล ระดับน้ำท่วมสูง 1.50 เมตร สธ.ให้สิทธิ์ผู้ป่วยพื้น

(20ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ จ.นครราชสีมา และ จ.ชัยภูมิ อีกทั้งเขื่อนใหญ่ๆหลายเขื่อนของ จ.ชัยภูมิ ไม่สามารถรับน้ำได้ตามความจุจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออกอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เขื่อนสามารถรองรับน้ำได้และไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ แต่ในขณะเดียวกันนั้น เมื่อเขื่อนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เร่งระบายน้ำลงสู่ลำน้ำสายต่างๆ โดยเฉพาะลำน้ำชี้ที่เป็นแม่น้ำสายหลักของพื้นที่ส่วนหนึ่งของ จ.ขอนแก่น

 ดังนั้น จึงทำให้ปริมาณที่มากมหาศาลเริ่มไหลลงมาสมทบยังลำน้ำสายต่างๆในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และพร้อมที่จะเอ่อล้นเข้าท่วมไร่น่า และพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านในหลายอำเภอใน 1-2 วันนี้ ทำให้ชาวบ้านและเกษตรกรผู้ทำนาปลูกข้าวในขณะนี้เป็นกังวลว่าพืชผลทางการเกษตรในนาข้าวจะได้รับความเสียหายอย่างหนักอย่างเช่นทุกปีที่เกิดน้ำท่วม จึงทำให้ส่วนราชการเร่งหาแนวทางรับมือช่วยเหลือเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำเอ่อล้นอย่างเร่งด่วน

 นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้เขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าในความจุที่กักเก็บเกินกว่า 90% แล้ว และปริมาณน้ำยังไหลเข้าสู่เขื่อนอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากช่วงนี้ฝนยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในอีก 2-3 วัน เขื่อนอุบลรัตน์คงไม่สามารถรองรับน้ำได้ จำเป็นต้องเปิดประตุระบายน้ำอย่างทั้งหมด เพื่อระบายน้ำออกไม่เช่นนั้นเขื่อนจะไม่สามารถรองรับน้ำได้

 ในขณะเดียวกันนั้น ปริมาณน้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และ จ.ชัยภูมิ ที่เอ่อล้นลงมาสู่ลำน้ำชี้ และท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ ขณะนี้ปริมาณน้ำกำลังเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านแล้ว ทั้งในเขตพื้นที่อำเภอรอบนอก และพื้นที่โดยรอบเขตอำเภอเมืองขอนแก่น ปริมาณน้ำเริ่มที่จะขยายวงท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านเข้ามาเรื่อยๆ เช่น อ.ภูผาม่าน ,อ.ชนบท ,อ.บ้านไผ่ ,อ.หนองเรือ และเขตพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น ที่ติดกับลำน้ำชี้ ขณะนี้น้ำเริ่มไหลเข้าท่วมแล้ว

 ดังนั้นจากการประเมินสถานการณ์ เชื่อว่าพื้นที่สองฝั่งลำน้ำชีจะต้องประสบปัญหาอุทกภัยอย่างแน่นอน ทางจังหวัดจึงได้เตรียมหน่วยบรรเทาสาธารณภัยคอยรับเรื่องร้องทุกข์ตลอด 24 ชม.พร้อมเตรียมกำลังหน่วยราชการเฝ้าระวังทุกพื้นที่ เพื่อกำหนดแผนอพยพประชาชนขึ้นที่สูง 24 ชม. หากประสบปัญหาอุทกภัยร้ายแรง

 นายอนุกูล กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันในเรื่องการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม ทางจังหวัดยังได้จัดเครื่องมืออุปกรณ์ทั้งเรือ รถบรรทุก  เวชภัณฑ์และถุงยังชีพเอาไว้ให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย และสั่งให้ทุกอำเภอเร่งประสานงานติดต่อกับทางจังหวัดเป็นระยะๆ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบปัญหาอุทกภัยร้ายแรงได้ทันท่วงทีและเร่งด่วนได้

 ขณะที่ นางสุพรรัตน์ แสงมาลี หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้ น้ำจากเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ ที่ระบายออกมาลงสู่ลำน้ำสายต่างๆได้ไหลบ่าเข้ามาลงสู่ลำน้ำเซิน ซึ่งไหลผ่านพื้นที่ภูผาม่าน และ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ หมู่บ้านบางแห่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอก บางพื้นที่ระดับน้ำท่วมสูงถึง 1.50 เมตร ถนนหลายสายถูกตัดขาด

เช่นทางหลวงแผ่นดินสาย 2361 ซึ่งเป็นทางเข้าอำเภอภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ช่วงระหว่าง บ้านเซินใต้-บ้านเซินเหนือ ไปถึงบ้านโนนคอม ต.โนนคอม อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไป-มาได้ บ้านเรือนประชาชนเกือบ 200 หลังคาเรือนถูกน้ำไหลเข้าท่วมถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ขณะนี้ทางจังหวัดได้ระดมส่งของเครื่องใช่และถุงยังชีพเข้าไปแจกจ่ายช่วยเหลือแล้ว

 นางสุมิตรา ศรีสมบัติ รองผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนายอำเภอ 11 อำเภอ ประเมินสถานการณ์น้ำหลังพบว่า ในพื้นที่ 9 อำเภอจาก 11 อำเภอ ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่การเกษตรหลายหมื่นไร่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งถนนในหมู่บ้านหลายสายชำรุด บางแห่งถูกน้ำตัดขาด และได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทั้ง 9 อำเภอ

 ด้านนายไชยา จงอาสาชาติ ผอ.โครงการชลประทานจังหวัดฉะเชิงเทรา ชี้แจงว่า น้ำในอ่างเก็บน้ำแควระบมที่อำเภอสนามชัยเขต และอ่างเก็บน้ำคลองสียัด ในอำเภอท่าตะเกียบมีปริมาณสูง เกินกว่าที่จะรองรับไว้ได้ โดยอ่างเก็บน้ำแควระบมมีปริมาณน้ำ 56.3 ล้าน ลบ.เมตร(55 ล้านลบ.เมตร) โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำคลองสียัดมีปริมาณน้ำ 422 ล้าน ลบ.เมตร(420 ล้าน ลบ.เมตร) เพิ่มลงมาอีก 6 ล้าน ลบ.เมตร เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกลงมาถึง 43 มิลลิเมตรและน้ำที่สะสมบนเทือกเขาจะไหลบ่าเข้าอ่างอีกประมาณ 8 - 10 ล้าน ลบ.เมตรในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งจะส่งผลให้มีน้ำล้นฝายยางระดับความสูงประมาณ 10 ซม.ขณะนี้กรมชลระทานต้องพร่องน้ำจากทั้งสองอ่างสู่คลองท่าลาดลงพื้นที่ท้ายอ่างรวมกันวันละ 3 ล้าน ลบ.เมตรเศษ ขณะที่คลองสียัดสามารถรับน้ำได้เพียง 5 ล้านลบ.เมตรเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลกระทบกับพื้นที่อำเภอสนามชัยเขต อำเภอพนมสารคามและอำเภอบางคล้า โดยเฉพาะพื้นที่ริมคลองท่าลาดและแม่น้ำบางปะกง และหากมีน้ำท่วมไหลบ่ามาจากปราจีนบุรี น้ำฝนที่ตกลงมาเติม รวมทั้งน้ำทะเลหนุนสูง ก็อาจจะส่งผลกระทบในวงกว้าง คาดว่าในวันรุ่งขึ้นจะมีน้ำท่วม โดยเฉพาะวันที่ 22 - 24 จะเพิ่มระดับเนื่องจากอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุนสูง หรือหากมีฝนตกลงมาเติม

 นายศิวาโรจน์ มุ่งหมายผล นายอำเภอพนมสารคาม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของน้ำจากพื้นทีอื่น มีเพียงฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลายวัน ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายแล้วหลายพันไร่ ซึ่งหากรมชลประทานพร่องน้ำลงสู่คลองท่าลาด ก็จะส่งผลกระทบกับพื้นที่ตำบลเกาะขนุน ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ ขณะเดียวกันได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รับทราบเพื่อเตรียมขนย้ายสิ่งของที่สำคัญและสัตว์เลี้ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัย พร้อมประสานหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาภาค 1 เพื่อขอใช้พื้นที่และสนับสนุนอุปกรณ์ในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน

 ทางด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจดูสภาพปัญหาน้ำท่วมที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ว่า ขณะนี้กระทรวงได้ประสานงานไปยัง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยและมีอาการป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลในพื้นที่ได้ทุกแห่งฟรี โดยใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว ถือว่าเป็นการให้สิทธิ์รับการรักษาพยาบาลเป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่วันนี้จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย ส่วนงบประมาณที่ใช้ในกรณีดังกล่าวทางกระทวงจะหารือกับสปสช. ในทางลับ ซึ่งไม่ต้องกังวลว่างบประมาณจะไม่เพียงพอ

 นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่าในภาวะน้ำท่วมนี้ตนเป็นห่วงเรื่องของโรคระบาด จึงได้สั่งให้ทีมแพทย์เคลื่อนที่ออกไปให้ความรู้และคำแนะนำกับประชาชนที่ประสบภัย ให้ระวังใน 3 โรคระบาด คือ 1. โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น อุจจาระร่วง 2. โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด และ 3.โรคอื่นๆ เช่น ตาแดง ฉี่หนู เบื้องต้นประชาชนต้องดูแลเกี่ยวกับการบริโภคอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด และสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ, คอ และหน้าอก ส่วนผู้ที่สัมผัสน้ำต้องสวมรองเท้าบู๊ทเพื่อป้องกันผิวสัมผัสกับเชื้อโรค

 รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ป่วยหนักที่รักษาในโรงพยาบาลมหาราชฯ นั้น ล่าสุดทราบว่าหน่วยงานได้เติมอ๊อกซิเจนเหลวเพื่อใช้ดูแลผู้ป่วยแล้ว ซึ่งมีผู้ป่วยที่ต้องการประมาณ 100 คน จะสามารถรักษาตัวที่โรงพยาบาลมาหราชฯ ได้ต่อไป