
ชัยภูมิจมบาดาลสั่งห้ามรถผ่านเทศบาล
น้ำทะลักท่วมเทศบาลเมืองชัยภูมิ ห้ามรถผ่านตัวเมือง 100 เปอร์เซ็นต์ต้องเลี่ยงใช้เส้นทางอื่น สธ. ระบุ น้ำเริ่มไหลท่วม รพ.ชัยภูมิระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร เร่งสูบน้ำออก ขนย้ายเครื่องมือแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ ขึ้นที่สูงยังเปิดบริการประชาชน24 ชั่วโมง โดยตั้งจุด
แม้ว่าสถานการณ์อุทกภัยเมืองโคราชยังอยู่ในขั้นวิกฤติ แต่น้ำได้ขยายวงสู่พื้นที่อีสานใต้ ขณะที่ จ.ชัยภูมิ กลายสภาพเป็นเมืองบาดาลแห่งใหม่ หลังปริมาณน้ำเกินความจุเขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนลำปะทาว ไหลเข้าท่วมขังบ้านเรือนประชาชนรวมทั้งสถานพยาบาลจนต้องเร่งอพยพผู้ประสบภัยด้วยความโกลาหล
ล่าสุดเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 20 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่าทะลักล้นสปิลเวย์เขื่อนลำปะทาว อ.เมืองชัยภูมิ กระแสน้ำไหลอย่างรุนแรงเข้าเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ระดับน้ำเฉลี่ย 0.9-2.5 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 25 ชุมชน ชาวบ้านกว่า 2 หมื่นครอบครัว เร่งขนย้ายสิ่งของหนีขึ้นที่สูงอย่างทุลักทุเล เจ้าหน้าที่ต้องติดป้ายประกาศรถทุกชนิดไม่สามารถเข้าตัวเมืองได้ ถือเป็นการปิดเมืองแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ และหนักที่สุดในรอบ 30 ปี
ช่วงสายวันเดียวกัน ระดับน้ำยังเพิ่มสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ชุมชนบ้านกุดแคน และชุมชนหนองบ่อ วัดได้กว่า 3.50 เมตร ชาวบ้านกว่า 300 หลังคาเรือน ไม่สามารถอาศัยอยู่บนชั้น 2 ของบ้านได้ เจ้าหน้าที่ต้องนำรถยีเอ็มซี ช่วยอพยพออกมาประมาณ 200 คน มาพักที่จุดตั้งเต็นท์ที่หน้าแขวงการทางชัยภูมิ กม.2 ต.บ้านเล่า อ.เมืองชัยภูมิ อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวบ้านบางส่วนติดค้างอยู่ตามบ้านเรือน เนื่องจากระดับน้ำสูงและพัดรุนแรง ถือเป็นอุปสรรคในการเข้าช่วยเหลือ ขณะที่จวนผู้ว่าฯ นำสูงเกือบ 1 เมตร
นายจรินทร์ จักกะพาก ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ กล่าวว่า ตัวเมืองชัยภูมิบางส่วนไม่สามารถนำเรือที่ไม่มีเครื่องยนต์เข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ เพราะกระแสน้ำพัดรุนแรงมาก รวมทั้งจุดถนนสายบรรณราการ หน้าศาลากลางจังหวัด และรอบอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล กลางใจเมืองชัยภูมิมีระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร เราประสบปัญหาขาดแคลนเรือจำนวนมากที่จะช่วยส่งอาหารให้ผู้ประสบภัย
ชัยภูมิย้ายคนไข้550คนหนีน้ำ
ส่วนสะพานชั่วคราวที่สร้างให้ผู้ป่วยกว่า 1,000 คน เดินทางเข้าออกโรงพยาบาลชัยภูมิ ระดับน้ำสูงกว่า 1.50 เมตร ต้องใช้เรือท้องแบนรับส่งคนไข้และญาตินั้น นพ.สมปอง เจริญวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยภูมิ กล่าวว่า สั่งระดมเจ้าหน้าที่ทำคันกั้นน้ำให้สูงขึ้นและเร่งสูบน้ำออก แล้วขนย้ายเครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ต่างๆ ไปที่ชั้น 2 พร้อมทั้งเตรียมย้ายผู้ป่วยกว่า 550 คน จากหอผู้ป่วยชั้นล่างขึ้นไปพักรักษาที่ชั้น 2 ส่วนการสำรองออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยใช้ได้ประมาณ 1 สัปดาห์
"ระดับน้ำบริเวณทางเข้าโรงพยาบาลสูงกว่า 1 เมตร จึงประสานขอเรือท้องแบนบริการรับส่งผู้ป่วย และเพิ่มจุดบริการตรวจรักษาผู้ป่วยนอกอีก 3 จุด คือเทศบาลเมืองชัยภูมิบริการ 24 ชั่วโมง หน้ากรมทางหลวง และปั๊มเอสโซ่ทางไป อ.บ้านเขว้า เปิดบริการ 08.00-16.30 น. เพื่อรองรับผู้ป่วย" นพ.สมปอง กล่าว
สังเวยศพที่2-ลามถึงขอนแก่น
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เขื่อนลำคันฉู อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ความจุ 43 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์ 50 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ต้องระบายน้ำเข้าพื้นที่ 7 ตำบล ในเขต อ.บำเหน็จณรงค์ และ อ.จัตุรัส สูงกว่า 1 เมตร พื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 3 หมื่นไร่ ส่วนที่เขื่อนจุฬาภรณ์ อ.คอนสาร ความจุ 188 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์ 160 เซนติเมตร ไหลเข้าท่วม อ.เกษตรสมบูรณ์ อ.ภูเขียว อ.บ้านแท่น ผ่านเข้าลำน้ำพรม น้ำเชิญ เข้าสู่ลำน้ำพอง จ.ขอนแก่น
นายปฤหัส วงศ์ชัยภูมิ ชลประทานจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำเข้าท่วมในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ไม่น้อยกว่า 800 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ สำหรับน้ำที่จะออกจาก จ.ชัยภูมิ จ่อไปที่ จ.ขอนแก่น อีกจำนวนมากกว่า 500 ล้าน ลบ.ม. ไหลส่งต่อไปท่วมที่ขอนแก่นต่อไปภายในสัปดาห์นี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.10 น. เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างคุณธรรมรับแจ้งพบศพนายสมศักดิ์ ชัยทน อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 17 บ้านหลุบโพธิ์ ต.ตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ถูกน้ำพัดจมน้ำเสียชีวิตขณะออกไปหาปลา ถือเป็นรายที่ 2 ในเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้
ลุ่มน้ำชีอ่วมเล็งอพยพ24ชม.
นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้เขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าในความจุที่กักเก็บเกินกว่า 90% และปริมาณน้ำยังไหลเข้าสู่เขื่อนอย่างต่อเนื่อง หากช่วงนี้ฝนยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าอีก 2-3 วัน เขื่อนอุบลรัตน์คงไม่รับน้ำได้ และต้องเปิดประตูระบายน้ำออกทั้งหมด เพราะเขื่อนไม่สามารถรองรับน้ำได้
ขณะเดียวกันปริมาณน้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และชัยภูมิ ยังเอ่อล้นลงมาสู่ลำน้ำชี และท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ เข้าท่วมพื้นที่ไร่นาของชาวบ้านใน จ.ขอนแก่น เช่น อ.ภูผาม่าน อ.ชนบท อ.บ้านไผ่ อ.หนองเรือ และ อ.เมืองขอนแก่น คาดการณ์ว่าพื้นที่ 2 ฝั่งลำน้ำชีจะต้องประสบปัญหาอุทกภัยอย่างแน่นอน จึงสั่งหน่วยราชการเฝ้าระวังทุกพื้นที่และเตรียมแผนอพยพ 24 ชั่วโมง
นางสุพรรัตน์ แสงมาลี หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า น้ำจากเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ ที่ระบายออกมาลงสู่ลำน้ำสายต่างๆ ไหลบ่าเข้ามาลงสู่ลำน้ำเซินผ่าน อ.ภูผาม่าน และ อ.คอนสาร หมู่บ้านบางแห่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอก บางพื้นที่ระดับน้ำท่วมสูง 1.50 เมตร ถนนหลายสายถูกตัดขาด เช่นทางหลวงแผ่นดินสาย 2361 ช่วงทางเข้า อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ช่วงระหว่างบ้านเซินใต้-บ้านเซินเหนือไปถึงบ้านโนนคอม ต.โนนคอม อ.ภูผาม่าน รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ประชาชนเกือบ 200 หลังคาเรือนถูกน้ำไหลเข้าท่วมถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ขณะนี้ทางจังหวัดได้ระดมส่งของเครื่องใช้และถุงยังชีพเข้าไปแจกจ่ายช่วยเหลือแล้ว
"กอร์ปศักดิ์"เร่งออกมาตรการช่วยผู้ประสบภัยแล้ว
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าขณะนี้ได้เร่งรวมรวมข้อมูลผู้ประสบอุทกภัยทั้งหมดกี่หลังคาเรือนเพื่อออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มโดยนำเงินสู่มือผู้เสียหายโดยตรง และให้กรมชลประทานใช้ดาวเทียมพิสูจน์ชี้ชัดพื้นที่ใดน้ำท่วมเกิน 3 วันเพื่อกำหนดขอบเขตความเสียหายและเงินช่วยเหลือที่แตกต่างกันแต่ละพื้นที่



