ข่าว

หมอ-พยาบาล-คนไข้ผู้ร่วมชะตากรรม...อุทกภัย

หมอ-พยาบาล-คนไข้ผู้ร่วมชะตากรรม...อุทกภัย

20 ต.ค. 2553

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ใน จ.นครราชสีมา แบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ส่งผลให้คนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะไม่ได้มีการเตรียมการมาก่อน และที่ดูจะเป็นปัญหาหนักที่สุดคือผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ ทำให้บุคลากรของโรงพยาบา

เหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 19.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม หลังจากน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เอ่อล้นลงสู่ลำน้ำลำตะคองผ่าน อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ และอ.เมือง ส่งผลให้โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ใกล้กับลำน้ำ ถูกน้ำเอ่อเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้าย เพราะเพียง 3 ชั่วโมง เท่านั้น ระดับน้ำก็ท่วมสูงถึง 1 เมตร

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงวันอังคารที่ 19 ตุลาคม ทำให้พื้นที่โดยรอบโรงพยาบาลจมอยู่ใต้น้ำ อุปกรณ์ทางการแพทย์หลายชิ้นเสียหาย ห้องเก็บศพ โรงซักฟอก โรงอาหาร  สถานที่รับผู้ป่วยนอก (โอพีดี) ถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้พื้นที่ได้ ตลอดระยะเวลา 3 วัน บุคลากรภายในโรงพยาบาลและผู้ป่วยต้องอยู่ในความเครียดกับชะตากรรมที่เกิดขึ้น
 
"ที่บ้านก็ถูกน้ำท่วม แต่ก็ต้องมาทำงานเพราะเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์มีจำนวนน้อย ทุกเช้าจะต้องนั่งเรือออกจากบ้านมารออาศัยรถบรรทุก บริเวณแยกจอหอ ต.จอหอ อ.เมือง  ซึ่งจะเป็นจุดศูนย์ร่วมของเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล  จากนั้นจะใช้รถบรรทุก เดินทางมาที่แยกประโดก เขตเทศบาลนครนครราชสีมา จากนั้นจะต่อรถยีเอ็มซี ของทหารที่มาจอดรอรับ  เพื่อมาส่งที่บริเวณห้องเก็บศพ ของโรงพยาบาล ต่อจากนั้นทั้งเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล  จะนั่งเรือต่อเข้ามาที่อาคารผู้ป่วยฉุกเฉิน เพื่อเข้าทำงาน" กนกพร สุขสนิท ประธานลูกจ้างชั่วคราว   โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา อธิบายถึงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่

โดยปกติแล้ว กนกพร จะมาทำงานก่อน 08.00 น. แต่เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วม การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก กว่าจะมาถึงที่ทำงานก็ล่วงไปถึง 10.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ แพทย์ ผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน บางคนไม่สามารถมาทำงานได้

"ข้อเท็จจริงในขณะนี้คือ เจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล พากันหยุดงาน จนทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนผู้ที่จะมาทำหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วย สิ่งที่ต้องการคือขอให้เจ้าหน้าที่กลับมาทำงานเช่นเคย เพราะขณะนี้เราเหลือคนทำงานกันน้อยมาก ไม่เพียงพอที่จะบริการผู้ป่วย อีกทั้งยังต้องมีการขนย้ายผู้ป่วยหนัก ออกจากโรงพยาบาลเพื่อส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลข้างเคียงกว่า 100 คน เป็นการทำงานที่ต้องแข่งขันกับเวลา หากทุกคนมีความรักต่อโรงพยาบาลอยากขอให้กลับมาช่วยกันรักษาพยาบาลผู้ป่วยต่อไป"  คำวิงวอนของกนกพรถึงเพื่อนร่วมงาน
กนกพรเล่าว่า การทำงานภายใต้แรงกดดันขณะนี้ยากลำบากมาก อุปกรณ์ทางการแพทย์หลายชิ้นเสียหาย อย่างไรก็ดีจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ผู้ป่วย ญาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลหันมาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว

"มาผ่าตัดโรคมะเร็ง ตามที่แพทย์นัด ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ในวันที่เดินทางมาครั้งแรก โรงพยาบาลยังไม่ถูกน้ำท่วม จนกระทั่งวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา ในขณะที่นอนพักรักษาตัวอยู่บนอาคารผู้ป่วยฉุกเฉินก็ทราบว่าน้ำท่วมโรงพยาบาล ก็รู้สึกตกใจมาก ต่อมาก็ประสบปัญหาเรื่องขาดแคลนอาหาร ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าขณะนี้โรงครัวถูกน้ำท่วม จนไม่สามารถใช้พื้นที่ประกอบอาหารให้ผู้ป่วยและทุกคนรับประทานได้" กิ่งแก้ว หอมดีกลาง อายุ 53 ปี ภูมิลำเนา อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

ข้อมูล ณ วันที่ 19 ตุลาคม โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา มีผู้ป่วยรวมทั้งหมด 1,134 ราย ขณะที่ความจุของโรงพยาบาลจำนวน 1,009 เตียง ตัวเลขของจำนวนผู้ป่วยลดลงภายใต้ข้อกำหนด ในแง่ของการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนัก ส่งต่อไปยังสถานพยาบาลแห่งอื่น แต่แน่นอนว่าผู้ป่วยจำนวนมากยังคงอยู่ที่สถานพยาบาลแห่งนี้ พร้อมๆ กับสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังคงเกิดขึ้นในพื้นที่

ขณะที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ยังเชื่อว่าบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนยังพร้อมที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ
"ผมเชื่อว่าขวัญและกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลยังคงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม เพราะนี่คือการทำหน้าที่ดูแลเพื่อนมนุษย์ ที่ผ่านมาโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เคยประสบปัญหาน้ำท่วม เมื่อปี 2551 แต่ในขณะนั้นมีปริมาณน้ำสูงประมาณ 1 เมตร แต่ในปี 2553 ประสบปัญหาหนักน้ำท่วมสูงถึง 2 เมตร แต่ทุกอย่างก็จะต้องผ่านไปได้" นพ.วิชัย ขันตติยวิทยากุล สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ระบุ

ชยานนท์  ปราณีต