ข่าว

ไฟเขียวหักลดหย่อนภาษีค่าเบี้ยประกัน3แสน

ไฟเขียวหักลดหย่อนภาษีค่าเบี้ยประกัน3แสน

20 ต.ค. 2553

ครม.ไฟเขียวหักลดหย่อนภาษีค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญเพิ่มจาก 1 แสนบาทเป็น 3 แสนบาท หนุนการออมระยะยาว ส่งผลคนรวยได้สิทธิหักลดหย่อนภาษีปีละ 5 แสนบาท เริ่มปีภาษี 2553 นี้

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับมาตรการภาษี เพื่อสนับสนุนการออมในรูปแบบประกันชีวิตแบบบำนาญ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมไว้ใช้หลังเกษียณอายุ ตลอดจนกระตุ้นการขยายตัวของกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญให้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มการออมของประเทศในระยะยาว และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยได้อนุมัติวงเงินการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญจากเดิมไม่เกิน 1 แสนบาท เป็น 3 แสนบาท

 ทั้งนี้ วงเงินส่วนที่เพิ่มขึ้น  2 แสนบาทดังกล่าวต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับเงินได้ที่จ่ายเข้ากองทุนประเภทเดียวกันอื่นๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมาย และเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมาย จะต้องไม่เกิน 5 แสนบาท

 “ตัวอย่างเช่นเราทำประกันชีวิตในวงเงิน 8 หมื่นบาทต่อปี เรามีสิทธิ์ทำประกันชีวิตแบบบำนาญ เพื่อขอรับสิทธิ์ทางภาษีได้อีก 2.2 แสนบาท เพื่อให้อยู่ในวงเงินที่กำหนด 3 แสนบาท แต่เมื่อรวมกับเงินที่ได้จ่ายเข้ากองทุนประเภทเดียวกันอื่นๆ จะต้องไม่เกิน 5 แสนบาท ถ้าอยู่ในกรอบดังกล่าวรัฐบาลก็ไม่เสียรายได้มากนัก” นายสาธิตกล่าวและว่า กรมได้ประสานงานด้านกฎหมายให้มีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี 2553 ที่ต้องยื่นรายการในปี พ.ศ.2554 เป็นต้นไป ขณะเดียวกัน กรมจะเชิญสมาคมประกันชีวิตมาหารือถึงการออกรูปแบบประกันที่เข้าเงื่อนไขกับรูปแบบประกันแบบบำนาญ เพื่อให้เป็นมาตรฐานปฏิบัติเดียวกัน เช่น ต้องมีอายุประกัน 10 ปีขึ้นไป ไม่มีเงินจ่ายบำนาญรายปี และจะคืนเงินได้ต่อเมื่อผู้ทำประกันอายุครบ 55 ปีแล้ว

 ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการภาษีดังกล่าว จะช่วยสนับสนุนให้ผู้มีเงินได้ออมเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณอายุ และเป็นการส่งเสริมการออมของประเทศให้เพิ่มขึ้นในระยะยาว