ข่าว

ธปท.นิ่งรอผลมาตรการดูแลเงินบาทผู้ส่งออกอ้อนรัฐขอลดจ่ายค่าเบี้ยประกันสังคม

ธปท.นิ่งรอผลมาตรการดูแลเงินบาทผู้ส่งออกอ้อนรัฐขอลดจ่ายค่าเบี้ยประกันสังคม

20 ต.ค. 2553

ธปท.รอดูผลจากมาตรการดูแลเงินบาทเดิม ยังไม่รีบออกเพิ่มเติม พาณิชย์หารือผู้ส่งออกที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ โอดรับผลกระทบหนัก รับคำสั่งซื้อสินค้าลำบาก ไม่กล้าเคาะราคารับออเดอร์ล่วงหน้ายาว อ้อนรัฐขอลดค่าเบี้ยประกันสังคม จ่ายเงินชดเชยภาษีอากร

 นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.อยู่ระหว่างรอดูผลมาตรการต่างๆ เกี่ยวกับการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีมาตรการใดเพิ่มเติมหรือไม่ พร้อมทั้งติดตามความเห็นของนักลงทุนต่างชาติด้วยว่าเห็นอย่างไร ส่วนการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทนั้น ช่วงที่ผ่านมาก็เริ่มทรงตัวบ้างแล้ว เป็นผลจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อภาวะการลงทุนในตลาดเงิน และในช่วงหลังนี้เงินบาทเริ่มเคลื่อนไหวในทิศทาง 2 ขามากขึ้น ไม่ใช่เป็นลักษณะวิ่งขาเดียวเหมือนช่วงก่อนหน้า ซึ่งตรงนี้ถือเป็นเรื่องดีและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ ธปท

 นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการส่งออกในอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทยไม้ยางพารา กาแฟ และอาหารกระป๋องถึงผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท ว่ากลุ่มผู้ประกอบการที่ได้หารือในครั้งนี้ ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องเรือนไม้ยางพารา และกาแฟ ที่ใช้วัตถุดิบในประเทศถึง 100% ทำให้ได้รับผลกระทบมากจากเงินบาทที่แข็งค่า จนขณะนี้ไม่สามารถรับคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าต่างประเทศได้ หรือหากจะรับก็จะกำหนดราคากันเป็นลอตๆ เท่านั้นจะไม่ทำสัญญาระยะยาว

 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเครื่องเรือนชี้แจงว่าในภาวะปกติก็แข่งขันลำบากอยู่แล้ว เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นอีกทำให้ราคาสินค้าที่เสนอแพงขึ้นจากปกติอีก 15% โดยเสนอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยลดต้นทุนที่เกิดจากภาครัฐ ได้แก่ ขอให้ลดค่าเบี้ยประกันสังคม การจ่ายเงินชดเชยค่าภาษีอากร หรือภาษีมุมน้ำเงิน นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอการขยายระยะเวลาการถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐให้นานขึ้น ส่วนมาตรการระยะยาวนั้น ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือในเรื่องข้อมูล เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกโดยเฉพาะเอสเอ็มอีรู้เท่าทันสถานการณ์ เพื่อให้สามารถปรับตัวรับกับสถานการณ์เงินบาทได้

 “แม้ขณะนี้ผู้ผลิตจะยังส่งสินค้าได้ แต่ก็เป็นออเดอร์เก่า ในช่วงปลายปีนี้เป็นช่วงที่จะต้องมีการรับคำสั่งซื้อขายสำหรับปีหน้าแล้ว แต่ขณะนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่กล้าที่จะรับออเดอร์กัน หรือรับก็จะทำเป็นลอตๆ เท่านั้น ทำให้เชื่อว่าสินค้าเกษตรอาจจะต้องมีปัญหา ซึ่งทางเราคงจะต้องเข้าไปดูแลสถานการณ์การผลิตต่อไป โดยร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯ ในการประเมินสถานการณ์การผลิตสำหรับปีหน้า ซึ่งหากประสบกับปัญหาการส่งออกก็จะหามาตรการช่วยเหลือล่วงหน้าต่อไป” นางวัชรีกล่าว