ข่าว

เข้าจังหวะพอดี

เข้าจังหวะพอดี

20 ต.ค. 2553

ไม่ว่าคลิปการพบปะกันระหว่าง อดีตเลขาฯ ส่วนตัว ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานกฎหมายคดียุบพรรค จะเป็นการจงใจหรือไม่ แต่ผลที่ตามมานั้น ได้ทำลายความน่าเชื่อถือของทั้งสองฝ่ายอย่างยับเยิน

 เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ เอแบคโพลแถลงถึงผลสำรวจความเห็นของคนเมืองหลวงอย่างน่าตกอกตกใจ เพราะเกินครึ่งนั้นคะแนนนิยมหล่นวูบแทบติดพื้น

 ส่วนกระบวนการยุติธรรมก็มีสภาพที่ไม่ต่างกันเท่าใดนัก

 ก็ไม่รู้ว่าคนทำได้คาดเดาผลเสียถึงขั้นนี้หรือเปล่า แต่ถ้าคิดได้ ประเมินผลเสียหายไว้แต่แรก ว่าจะทำให้เกิดความเสียหายได้ขนาดนี้...มองในแง่ของมืออาชีพ ก็ต้องยอมรับว่า...นายแน่มาก

 แต่ถ้าไม่ได้คาดเดา แต่กะว่าลุยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ให้เสียเครดิต เสียหายจนอาจไปไกลถึงการตัดสินใจยุบพรรค ก็ต้องประณามการกระทำครั้งนี้ที่เพียงแค่วางแผนจะทำลายพรรค แต่กลับเอากระบวนการยุติธรรมทั้งระบบลงเหวไปด้วย

 ก็เอาเถอะเรื่องนี้มันกรรมใดใครก่อ ก็รับกันไป...แต่ถ้าว่ากันเฉพาะการเมืองแล้ว ก็น่าสนใจว่า กำหนดวันยุบสภาคร่าวๆ ราวต้นปีหน้านั้น จะยังคงอยู่หรือไม่

 เพราะเดิมนั้น ถ้ามองในเรื่องคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ค่อยๆ ซึม ค่อยกระเตื้อง ขณะที่แดงก็ผลุบๆ โผล่ๆ ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลก็ถูกกระแสข่าวทุจริตจนโงหัวไม่ขึ้น และที่สำคัญน่าจะรอดคดียุบพรรค...กำหนดมันก็น่าจะอยู่ประมาณนั้น

 แต่มาในวันนี้ ที่คลิปฉาวเผยแพร่ไปทั่วโลก คะแนนนิยมพรรคดำดิ่ง คดียุบพรรค ก็เริ่มมีคนอกสั่นขวัญแขวน ถึงแม้ทุนรอนจะมีพร้อม แต่ถ้าสภาพยังคงเป็นอยู่แบบนี้ ก็น่าเชื่อว่า กำหนดวันยุบสภา วันเลือกตั้ง น่าจะเลื่อนออกไปก่อน

 รอให้แผลตกสะเก็ด ให้วันเวลาเยียวยาผู้คนจนค่อยๆ ลืมเรื่องเน่าๆ ไปเสียก่อน หรืออย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีเรื่องอื่น ข่าวอื่นมากลบกระแสนี้ให้ได้ก่อน

 ปัญหาคือจะหาเรื่องอะไรมากลบ ในเมื่อเทียบระดับความแรงกันแล้วเรื่องนี้อาจจะหนักหนาสาหัสกว่าถูกยุบพรรคเสียอีก

 การเมืองไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

 ไม่แน่ว่าทีท้ากันเหยงๆ พร้อมอยู่พร้อมไป หรือที่ว่า อึดอัดก็ไม่ต้องอยู่ อะไรนั่น ปลายปี ก็จับตากันให้ดีว่าจังหวะอย่างนี้แหละเร่งเครื่องสร้างกระแสเรียกคะแนนได้ดีนัก พรรคไหนที่ทำกร่าง ถามหาใบเสร็จทุจริตน่าจะตกเป็นเป้า

 แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องถามใจกันให้ชัดๆ ว่า เลือดเข้าตาขนาดนี้แล้ว กล้าพอหรือยัง ?

ศรายุทธ สายคำมี [email protected]