
น้ำล้นเขื่อนลำปะทาวทะลักท่วมเมืองชัยภูมิ
ฝนหยุดตกแล้วแต่น้ำในพื้นที่รอบนอกโคราชยังสูงขั้นวิกฤติ อำเภอท่าตะโกจมน้ำหนักสุดรอบ 40 ปี ชมรมคนอิสานระนองร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมโคราช จังหวัดภูเก็ตตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของ ที่ศาลากลางจังหวัดและมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตเพื่อช่วยเหลือ
(19ต.ค.) จากการตระเวนตรวจสอบพื้นที่ในเขต 15 ชุมชน ของเทศบาลนคร นครราชสีมา ที่ตั้งอยู่ริมคลองส่งน้ำลำตะคอง ตลอดระยะทางกว่า 9 กม. ในเส้นทางน้ำที่ไหลผ่านก่อนจะออกไปยัง อปท.รอบนอก พบปริมาณน้ำท่วมขังได้เริ่มลดระดับลงมาบ้างเล็กน้อย เป็นวันแรกที่มีบางพื้นที่เห็นดวงอาทิตย์ในรอบ 5 วันที่ผ่านมา จึงมีส่วนหนึ่งนำเครื่องนุ่งห่มมาทำความสะอาด โดยการซัก และตากแดด
ขณะนี้ระดับน้ำที่ท่วมขัง ในชุมชนมิตรภาพ ซอย 4 ริม ถ.มิตรภาพ ตรงข้ามห้างโลตัสนครราชสีมา เริ่มลดระดับลงมาอย่างต่อเนื่อง จนท.หลายหน่วยงาน ได้ระดมกำลัง และอุปกรณ์กู้ชีพ ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างขมักเขม้น การสัญจรที่จะใช้ลำเลียงชาวบ้าน ยังใช้เรือเป็นหลัก และรถยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นรถยีเอ็มซี และรถยูนิม็อค ของกองทัพบก ที่สามารถแล่นผ่ากระแสน้ำสูงไม่เกิน 1 เมตร จะเข้าไปได้บางพื้นที่เท่านั้น
ส่วนที่ลำตะคอง ริม ถ.มิตรภาพ ข้าง รร.อัสสัมชัญนครราชสีมา ที่ตั้งโครงการหมู่บ้านจัดสรร วีไอ พี โดยละแวกใกล้เคียง มี รพ.เซ็นต์แมรี่ ล่าสุด ระดับน้ำท่วมขังยังสูงกว่า 80 ซม. จึงต้องประกาศปิดให้บริการ พร้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่นอนรักษาอยู่ กว่า 100 เตียง ไปตามสถานพยาบาล ที่ญาติพี่น้องผู้ป่วย ประสานงานติดต่อไว้ ซึ่งภายในซอยด้านหลังโรงพยาบาล ฯ จะเป็นเส้นทางเข้าสู่บ้านเรือน ที่มีหลายพันหลังคาเรือน และเชื่อมไปยังเขต อปท.รอบนอก จึงเป็นจุดที่ชาวบ้านมารอความช่วยเหลือเพื่อรอขึ้นเรือ ซึ่งเป็นยานพาหนะที่สามารถใช้สัญจรได้เพียงอย่างเดียว เนื่องจากระดับความสูงของน้ำกว่า 1.20 เมตร ทำให้รถยนต์ขนาดใหญ่ ที่แล่นเข้าไปไม่สามารถผ่ากระแสน้ำได้
ที่สถานีขนส่งนครราชสีมาแห่งที่ 2 ( บขส. ใหม่ ) ยังคงมีน้ำท่วมขัง แม้ยังไม่ปิดบริการ แต่การสัญจรจะเป็นอุปสรรคพอสมควร สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก ตลอดทั้งวันจึงแทบไม่มีรถโดยสาร และผู้โดยสารมาใช้บริการเลย ส่วนฝั่งตรงข้าม จะเป็นที่ตั้งตลาดสุรนครเมืองใหม่ สถานที่ขายส่งสินค้า ประเภทผัก-ผลไม้ ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ถูกน้ำท่วมขัง พ่อค้า-แม่ค้า จึงยึดพื้นผิวจราจร ถ.มิตรภาพ บริเวณหน้าห้างบิ๊กซีนครราชสีมา เป็นสถานที่ขายสินค้าแทน
ด้าน รพ.มหาราช นครราชสีมา ระดับน้ำเส้นทางเข้า บน ถ.ช้างเผือก และภายในโรงพยาบาล เริ่มลดระดับลงมาบ้างเล็กน้อย แต่การสัญจรก็ยังต้องใช้เรือ และรถยนต์ขนาดใหญ่เท่านั้น ขณะที่การช่วยเหลือทุกรูปแบบ ทั้งกำลังคน และอุปกรณ์ ยานพาหนะในการสัญจรโดยเฉพาะอาหาร-น้ำดื่ม ได้ถูกระดมมาพื้นที่นี้มากที่สุด จึงไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด ระบบคัดกรองผู้ป่วย จะมีทีมแพทย์-พยาบาล จากสถานพยาบาลที่ไม่ได้รับผลกระทบ ผลัดเปลี่ยนเวรยาม ปักหลักอยู่ที่จุดกางเต้นท์ บริเวณทางแยกโคกไผ่-หมื่นไวย ข้างโรงแรมพีกาซัส และข้างโรงเรียนสุรนารีวิทยา โดยจะรับรักษาอุบัติเหตุ และผู้ป่วยหนัก เท่านั้น หากเจ็บป่วยธรรมดา จะเป็นการตรวจรักษาอาการเบื้องต้น หากผู้ป่วยต้องการนอนพักที่โรงพยาบาล ก็จะมีการเคลื่อนย้ายนำส่งไปรักษาโรงพยาบาลอื่น
นอกจากนี้กระแสน้ำได้ไหลจากเขตตัวเมืองเด้านทิศตะวันตกไปด้านทิศตะวันออก ตามเส้นทางการเดินทางของคลองส่งน้ำลำตะคอง โดยเฉพาะ ถ.สุรนารยณ์ น้ำไหลท่วม สนง.ทางหลวงที่ 8 ทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน นครราชสีมา มีการประกาศหยุดการเรียนการสอนจนกว่าระดับน้ำจะสู่สภาวะปกติ
พื้นที่รอบข้างบริเวณชุมชนสุรนารายณ์ ชุมชน 30 กันยา สนามกีฬาเทศบาล และที่ห้วยทุ่งมหาชัย คลองส่งน้ำที่รับน้ำจากลำตะคอง ระดับน้ำได้ไหลเชี่ยวกราก เข้าท่วมโรงแรมดุสิต ปริ้นเซส โคราช และ บ้านนารีสวัสดิ์ ที่พักพิงของผู้ด้อยโอกาส ทำให้ผู้พักอาศัย รวม จนท.กว่า 200 คน ต้องหนีน้ำขึ้นไปอยู่บนชั้นสอง รอการช่วยเหลือด้านอาหารและน้ำดื่ม
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า กระแสน้ำได้ท่วมกระจายในหลายพื้นที่ โดยไหลเข้าท่วม สนง.ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา ตั้งอยู่ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 400 ถ.สุรนารายณ์ จนท.ต้องนำรถยนต์ และอุปกรณ์การกู้ภัย หนีน้ำมาไว้บนที่สูง
เตรียมปล่อยน้ำโคราชลงอ.สตึกบุรีรัมย์20ต.ค.
นายคุณพจน์ บัวโทน วิศวกรชำนาญการพิเศษ ศูนย์ป้องกันวิกฤติน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า จากการประเมินเส้นทางการไหลของน้ำจากพื้นที่ อ.ปักธงชัย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเริ่มเข้าสู่ระดับปกติ แม้ว่าจะมีน้ำจากเขื่อนลำพระเพลิงที่ล้นสปิลเวย์ออกมาคิดเป็นปริมาตรากว่า 400 ล้านลูกบาศก์เมตรก็ตาม แต่จะไม่ส่งผลให้น้ำใน 2 อำเภอไม่สูงไปกว่านี้ แนวโน้มจะลดลง เพราะน้ำจะระบายออกทางแม่น้ำมูล เพื่อไปลงแม่น้ำโขง โดยมีอัตราการไหลของน้ำ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จากนั้นคาดว่าในช่วงเย็นวันที่ 20-21 ต.ค.นี้ น้ำจากแม่น้ำมูนจะล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ รวมทั้ง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ โดยมีอัตราการไหลประมาณ 750 ลบ.ม.ต่อวินาที จากนั้นก้อนน้ำจะวิ่งงเข้าที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบล ราชธานี 2 , 500 ลบ.ม.ต่อวินาที เนื่องจากช่องทางน้ำจะแคบทำให้อัตราความเร็วเพิ่มขึ้น และจะไหลลงแม่น้ำโขง ง ที่อ.โขงเจียม ทั้งนี้ได้ประสานไปยังสำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 5 เตรียมแจ้งเตือนชาวบ้านเพื่อรับมือกับสถานการณ์แล้ว
วิศวกรชำนาญการพิเศษ ศูนย์ป้องกันวิกฤติน้ำ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากรมทรัพยากรน้ำติดตั้งสถานีโทรมาตรวัดน้ำในลุ่มน้ำชี - มูน รวม 39 สถานีครอบคลุมพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง เช่น จ.มหาสารคาม บุรีรัมย์ ยโสธร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี รวมทั้งจ.นครราชสีมา ซึ่งที่ผ่านมาสถานีโทรมาตรสามารถประมวลผลได้แม่นยำ เนื่องจากมีการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำอัตโนมัติ ไว้ที่ 30% ของลำน้ำก่อนที่จระดับน้ำจะวิล้นตลิ่ง ทั้งนี้เพื่อจะสามารถแจ้งเตือนภัยได้ทัน โดยระบบยังส่งข้อมูลให้ศูนย์เมขลาทุกๆ 15 นาที และมีการติดตั้งกลองซีซีทีวีออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมงด้วย
น้ำล้นเขื่อนลำปะทาวสูงทะลักท่วมเมืองชัยภูมิ
สถานการณ์น้ำท่วม จ.ชัยภูมิ ล่าสุด หลังจังหวัดแจ้งเตือนเขื่อนลำปะทาววิกฤต รับน้ำไม่ไหวจากน้ำป่าบนเทือกเขาภูแลนคาทะลักล้นสันเขื่อนสูงกว่า 150 ซม.สูงสุดในรอบ 30 ปีต้องเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ 25 ชุมชน ขึ้นสู่ที่สูงมาตั้งแต่ช่วงเช้า และปริมาณน้ำถูกระบายออกเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ สูงกว่า 2 เมตรเสียหายไปแล้วรวม 2 ชุมชนหนองบ่อและชุมชนกุดแคน กว่า 300 หลังคาเรือน และระดับน้ำท่วมยังขยายวงเข้าท่วมในเขตชุมชนหินตั้ง,หนองบัวเมือง,ห้าแยกโนนไฮ,โนสาทรบางส่วนมีระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตรแล้ว
รวมทั้งโรงพยาบาลชัยภูมิ ที่มีประชาชนนับ 1,000 คน เดินทางมาคอยให้รับการรักษา ขณะนี้ไม่สามารถนำรถทุกชนิดพาเข้าภายในโรงพยาบาลได้ ต้องหันมาใช้เรือท้องแบนช่วยลำเรียงผู้ป่วยเข้าส่งเข้าบริเวณด้านประตูข้างติดโรงพยาบาลของโรงแรมสยามริเวอร์แทน เพราะด้านหน้าทั้งทางเข้าและออกของโรงพยาบาลต้องใช้กระสอบทรายจำนวนมากกั้นไว้เพื่อไม่ให้น้ำที่เริ่มท่วมมีระดับสูงกว่า 1 เมตร ไม่ให้ผ่านเข้าไปสร้างความเสียหายในชั้นล่างของโรงพยาบาลได้
ล่าสุดสถานการณ์ระดับน้ำล้นบนสันเขื่อนลำปะทาว ยังมีระดับสูงขึ้นจากเดิมเพิ่มขึ้นอีก จากช่วงเช้าล้นอยู่ที่ระดับ 150 ซม. เพิ่มมาอยู่ที่ 155 ซม.แล้ว ทำให้คาดว่าในช่วงค่ำวันนี้ปริมาณน้ำจากเขื่อนจะไหลเข้าท่วมตัวเมืองเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากทั้ง 25 ชุมชน
นอกจากนี้ด้านฝั่งลำน้ำชี ไหลผ่านเขตต.บ้านค่าย อ.เมืองชัยภูมิ ได้เกิดน้ำชีหลากล้นตลิ่งเพิ่มสูงขึ้นอีกกว่า 3 เมตร หลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในเขตเทศบาลตำบลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว เสียหายรวมทั้งหมด 12 หมู่บ้าน กว่า 3,000 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร
นายมนูญ วิชชัยภูมิ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว ต้องประกาศแจ้งเตือนการตัดไฟฟ้าและงดจ่ายน้ำประปาในช่วงเวลา 14.30 น.วันเดียวกันที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นการชั่วคาวไว้ก่อนในเขตรับผิดชอบ 12 หมู่บ้าน ซึ่งราษฎรต้องรอรับการช่วยเหลือการแจกจ่ายน้ำและอาหารต่อไป
ฝนตกหนักส่งผลอำเภอท่าตะโกจมน้ำหนักสุดรอบ40ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครสวรรค์ ขณะนี้รุนแรงไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ เนื่องจากน้ำที่ไหลบ่ามาจากจังหวัดพิจิตร จังหวัดเพชรบูรณ์ และเทือกเขาในเขตอำเภอไพศาลี ได้ทะลักเข้าท่วมในตัวตลาดสดอำเภอท่าตะโก เขตเทศบาลตำบลท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์
ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมตลาดสดท่าตะโกสูงกว่า1.50 เมตร พื้นที่เศรษฐกิจในเขตเทศบาลเวลานี้ น้ำท่วมสูง ทรัพย์สินร้านค้าต่างๆไม่สามารถเก็บหนีน้ำได้ทัน ทำให้น้ำท่วมเสียหายจำนวนมาก อาทิ ร้านจำหน่ายข้าวสาร ไม่สามารถขนย้ายข้าวสารทัน น้ำท่วมเสียหายกว่า 2,000 กระสอบ
ชาวบ้านบอกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้น้ำท่วมรุนแรงมากที่สุดในรอบ 40 ปีของอำเภอ เนื่องจากน้ำป่าไหลมาแบบไม่รู้ตัว ทั้งๆที่ตัวตลาดสดท่าตะโกอยู่ในพื้นที่สูงชาวบ้านจำนวน 2 ,000 ครอบครัว เดือดร้อนต้องขึ้นไปอาศัยชั้น 2 ของตัวบ้านแทน
สำหรับการช่วยเหลือชาวบ้านเบื้องต้นในวันนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ได้ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านเพิ่มเติมหลังจากที่ชาวบ้านยังคงต้องการความช่วยเหลืออยู่ อีกหลายร้อยหลังคาเรือนได้นำน้ำ และข้าวกล่องเข้าไปแจกชาวบ้านทั้งในตลาดท่าตะโกที่ระดับน้ำยังท่วมสูงและเขตบริเวณรอบอำเภอท่าตะโก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านก่อน
โดยน้ำท่วมที่อำเภอท่าตะโกนี้ส่งผลให้ภาคธุรกิจรวมทั้งสถานที่ราชการ เช่น ที่ ว่าการอำเภอท่าตะโกต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว ส่วนธนาคารทุกแห่ง หยุดให้บริการ โรงเรียนสั่งปิดไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
ชมรมคนอิสานระนองร่วมบริจาคช่วยน้ำท่วมโคราช
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากพิบัติภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ จ.นครราชสีมา ที่ประสบความเสียหายอย่างหนัก ทำให้ชาวอิสานที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานที่จ.ระนองในเขตพื้นที่ อ.ละอุ่น อ.กระบุรี และ อ.กะเปอร์ ได้ประสานร่วมมือเพื่อขอความช่วยเหลือบริจาคสิ่งของแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตพื้นที่ภาคอิสาน โดยใช้ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เป็นจุดรับบริจาคสิ่งของโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.-23 ต.ค. 2553 นี้จากนั้นจะรวบรวมนำไปยัง จังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมต่อไป
นายสมชาย ไชยธา ชาวบ้าน อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ด้วยการทำสวนผลไม้ที่ จ.ระนองมานานกว่า 10 ปีกล่าวว่า ทันทีที่ทราบข่าวว่า อ.ปักธงชัยประสบภัยน้ำท่วมรู้สึกใจหาย และเป็นห่วงญาติพี่น้อง และหลังจากที่ได้ติดต่อกลับไปพบว่าญาตพี่น้อง และอดีตเพื่อนบ้านจำนวนมากประสบภัยน้ำท่วมทำบ้านเรือน รถยนต์ และไร่นาเสียหายจึงมีความคิดต้องการระดมความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาว อ.ปักธงชัย และจังหวัดอื่นๆที่ประสบภัยน้ำท่วม
ซึ่งสิ่งของที่ต้องการรับบริจาคมากที่สุดคือข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องนุ่งห่ม ซึ่งหลังจากที่ได้ในปริมาณที่มากพอก็จะทยอยนำไปส่งยังจ.นครราชสีมาต่อไป
ภูเก็ตตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมโคราช
ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังเก่า) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประชุมหารือร่วมกับนายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายวีระพงษ์ ไวทยวงศ์สกุล ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ตและน.ส.พรรณี สิทธิการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต เกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
นายตรี กล่าวว่า จากการหารือร่วมกันได้ข้อสรุปว่าจะใช้ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเป็นที่ตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมฯ และจะได้มีหนังสือแจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ รวมถึงอาศัยสื่อมวลชนในพื้นที่ช่วยประชาสัมพันธ์การเปิดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยจะเปิดรับบริจาคตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2553 เป็นต้นไป และจะรวบรวมสิ่งของบริจาคไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นเที่ยวแรกในวันที่ 22 ตุลาคมนี้
“จากการติดตามข่าวจากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ทราบว่าขณะนี้ทางภาคอีสานและภาคกลางมีน้ำท่วมเกิดขึ้นในหลายจังหวัด และบางจังหวัดก็น้ำท่วมขังโดยสิ้นเชิงทุกอำเภอ ภูเก็ตของเราก็ได้รับอานิสงค์จากฝนเหมือนกันแต่ไม่ถึงกับน้ำท่วม จึงได้หารือกับภาคส่วนต่างๆ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกันที่กำลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมหนัก ด้วยการจัดตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของขึ้น ” นายตรี กล่าวในที่สุด
ขณะที่นางเบญจวรรณ ตัมพานุวัตร ประธานมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต เปิดเผยว่า จากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นขณะนี้ในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น และจากการหารือกับทางคณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้มีข้อสรุปว่าจะมีการเปิดศูนย์ในการรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยดังกล่าวขึ้นที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต เพื่อรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ นำไปมอบให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะข้าวสารอาหารแห้ง
อย่างไรก็ตามเนื่องจากขณะนี้ทราบว่าผู้ประสบอุทกภัยนั้นขาดแคลนอาหาร เบื้องต้นในช่วงเย็นของวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ทางมูลนิธิฯ ได้จัดเตรียมถุงยังชีพเมื่อนำไปมอบให้ผู้ที่เดือดร้อนในพื้นที่ปักธงชัย จ.นครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนประมาณ 2 , 000 ชุด โดยใช้รถบรรทุก 10 ล้อพ่วง 1 คัน และรถ 6 ล้อ 1 คัน โดยในส่วนของผู้ที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยที่เดือดร้อนก็สามารถที่จะนำสิ่งของต่างๆ ไปบริจาคได้ที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต หลังจากนั้นก็จะได้รวบรวมและนำไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัยต่อไป



