ข่าว

เลขาธิการคณะองคมนตรีแถลงกรณีคลิป

เลขาธิการคณะองคมนตรีแถลงกรณีคลิป

19 ต.ค. 2553

“มาร์ค” เซ็นคำสั่งตั้งกรรมการสอบ “วิรัช” พัวพันคลิปฉาว ขีดเส้นไม่เกิน 15 วัน ขู่พบคนปชป.ในคลิปอื่นพร้อมตั้งกรรมการสอบอีก “วิรัช ร่มเย็น” แจง "พสิษฐ์" นัดทุกครั้งผ่าน “วรวุฒิ” รับเจอกันมากกว่า 1 ครั้ง เชื่อไม่กระทบรูปคดียุบปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(19ต.ค.)  สำนักงานเลขาธิการคณะองคมนตรี ออกแถลงการณ์ กรณีปรากฎภาพนิ่ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมตรีและรัฐบุรุษ ในคลิป "ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ตอนที่ 1" เผยแพร่ทางเว็บไซต์ Youtube โดยเนื้อหาแถลงการณ์ มีดังนี้

 สำนักงานเลขาธิการคณะองคมนตรีขอชี้แจงให้ทราบว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพของ พลเอก เปรมฯ เมื่อครั้งไปร่วมงาน "วันสัญญา ธรรมศักดิ์ ประจำปี 2552" เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2552 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งในวันดังกล่าว พลเอก เปรมฯ ได้ปฏิบัติภารกิจ ดังนี้

 เวลา 09.30 น. เดินทางถึงบริเวณงานและวางพานพุ่มดอกไม้สักการะอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ณ บริเวณด้านหน้าคณะนิติศาสตร์ จากนั้น พลเอก เปรมฯ พร้อมคณะได้เดินทางไปพัก ณ ห้องรับรองของสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา

 เวลา 10.00 น. เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลสัญญา ธรรมศักดิ์ ประจำปี 2552 ให้แก่นายชัช ชลวร นักกฎหมายดีเด่น ประจำปี 2552 และนางสาวอชิรญาณ์ จันทร์ฟพูล นักศึกษากฎหมายดีเด่น ประจำปี 2552 ณ ห้องประชุมสัมมนา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา โดย ศาสตราจารย์  ดร.อักขราทร จุฬารัตน ในฐานะประธานกองทุนศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นผู้กล่าวรายงาน และกราบเรียนเชิญ พลเอก เปรมฯ มอบรางวัลฯ

 สำหรับภาพในคลิปดังกล่าว จำนวน 2 ภาพนั้น เป็นภาพภายในห้องรับรองของสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา ก่อนพิธีมอบรางวัลฯ บุคคลอีก 7 คน ที่ปรากฎอยู่ในภาพ ได้แก่

 1.นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการรางวัลสัญญา ธรรมศักดิ์
 2.นายศุภชัย ภู่งาม องคมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการรางวัลสัญญา ธรรมศักดิ์
 3.นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะนักกฎหมายดีเด่น ประจำปี 2552
 4.ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 5.ดร.อักขราทร จุฬารัตน ประธานกองทุนศาสตราจารย์สัญญาธรรมศักดิ์
 6.นายปรีชา บุตรศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่
 7.สุภาพสตรีเจ้าหน้าที่บริการ
 ตามภาพพร้อมคำบรรยายที่แนบมาพร้อมนี้ จึงขอแถลงการณ์ให้ทราบโดยทั่วกัน

 สำนักงานเลขาธิการคณะองคมนตรี
 19 ตุลาคม 2553

วิรัชแจงพสิษฐ์นัดทุกครั้งผ่านวรวุฒิ

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 19 ต.ค. ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ปรากฏภาพอยู่ในคลิปฉาวที่กล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์ต่อรองให้ช่วยเหลือคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ว่า เพื่อความบริสุทธิ์ใจและเพื่อสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงมีคำสั่งพรรคประชาธิปัตย์ที่ 17/2553 ลงวันที่ 18 ต.ค. เรื่องการแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข่าวที่ปรากฏเกี่ยวกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจำนวน 6 คนคือ

 1.นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เป็นประธานกรรมการ 2.นายเจริญ คันธวงศ์ เป็นกรรมการ 3.นายวิทยา แก้วภราดัย เป็นกรรมการ 4.นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เป็นกรรมการ 5.นายธีระ สลักเพชร เป็นกรรมการ และ 6.นายถวิล ไพรสณฑ์ เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพิจารณาข้อกล่าวหารวมทั้งหาข้อเท็จจริงและรายละเอียดเพื่อให้ทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีสมาชิกพรรคเข้าไปพัวพันโดยรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ ซึ่งจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด คาดว่าจะเป็นภายใน 7-15 วันหรือเป็นไปตามสิทธิที่คณะกรรมการจะกำหนดกรอบเวลา ทั้งนี้หากพบว่ามีความผิดก็จะมีโทษตามข้อบังคับพรรค

 “นายอภิสิทธิ์ได้มอบหมายให้ผมประสานกับนายวิรัชเพื่อให้ใช้ฐานะส่วนตัวฟ้องดำเนินคดีที่ทำให้นายวิรัชเสียหายกับทุกคน ทุกกรณี และทุกข้อกล่าวหา ขณะเดียวกันในส่วนของพรรคทีมกฎหมายของพรรคจะประชุมกันในวันที่ 21 ต.ค.เพื่อพิจารณาหาข้อสรุปในส่วนที่ทำให้พรรคเสียหาย และจะมอบหมายให้บุคคลไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อไป” นายเทพไท กล่าว

 นายเทพไท กล่าวด้วยว่า ทราบว่านายวิรัชให้นายวรวุฒิ นวโภคิน ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ทั้งนี้ยืนยันว่านายวรวุฒิไม่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ และคนในพรรคก็ไม่มีใครรู้จักนายวรวุฒิ อย่างไรก็ตาม หากต่อไปมีการเผยแพร่คลิปที่มีบุคคลที่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเกี่ยวข้องอีกก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีกเช่นกัน

“วิรัช”แจง“พสิษฐ์"นัดทุกครั้งผ่าน“วรวุฒิ”

 นายวิรัช กล่าวถึงกรณีปรากฏภาพอยู่ในคลิปฉาวที่กล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์ต่อรองให้ช่วยเหลือคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ว่า เรื่องดังกล่าวได้อธิบายพร้อมแถลงข่าวไปแล้วทั้งที่พรรค ออกทีวีอีกหลายช่อง และวิทยุอีกหลายคลื่น ซึ่งรายละเอียดอยู่ในนั้น โดยหลักฐานทั้งหมดได้เชื่อมโยงให้เห็นแล้ว ซึ่งเพื่อนร่วมรุ่นตนเมื่อปี 45 คือนายวรวุฒิ นวโภคิน ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งนายพสิษฐ์เป็นเพื่อนร่วมรุ่นสถาบันพระปกเกล้า (ปปร.) 13 กับนายวรวุฒิ ส่วนการที่เชิญตนไปรับประทานอาหารที่ร้านดังกล่าวนั้นก็เป็นการเชิญผ่านนายวรวุฒิ ที่ตนไปเพราะด้วยความเกรงใจ อยากเรียนว่าสิ่งที่มีการพูดคุยถามมาตนพยายามตอบน้อยที่สุดตามมารยาท ยืนยันว่าการพิจารณาของศาลไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่คุยซึ่งไม่มีอะไรเจือปนอยู่ในนั้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยระบุว่าจะมีการปล่อยคลิปภาค 2 นายวิรัช กล่าวว่า ไม่เป็นไร แต่ไม่รู้ว่าเป็นคลิปอะไร ทั้งนี้ทุกอย่างต้องพิสูจน์กัน ไม่มีปัญหา ถ้าหากจะมาแฉอีกและเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตน มั่นใจว่าตนสามารถชี้แจงได้ ส่วนการไปพบนายพสิษฐ์นั้นนอกจากร้านอาหารแล้วยังมีที่อื่นอีกหรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องดังกล่าวเป็นขบวนการจริงๆ และพยายามจะทำให้เห็นว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นความจริง แสดงว่ามีการดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนเป็นระยะ มีการวางแผนเพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งที่ตนได้สัมภาษณ์ไว้

 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า หมายความว่าได้เชิญไปพบหลายครั้งในลักษณะดังกล่าวเพื่อพยายามสร้างสถานการณ์ นายวิรัช กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นอย่างนั้นเพื่อพยายามสร้างสถานการณ์ สร้างหลักฐาน เพื่อผูกโยงดำเนินการกับพรรค เช่น เอาคลิปที่ 1 โดยดึงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษลงมา เพราะสิ่งที่ทำนั้นต้องการทำลายทั้งระบบโดยเฉพาะสถาบันเบื้องสูง พรรคการเมือง และที่สำคัญคือสถาบันศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมาตุลาการก็ได้แถลงไปแล้ว และเนื้อความอยู่ในนั้น ส่วนเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีคลิปที่เหลือตามออกมาอีก นายวิรัช กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ถ้ามีการแอบถ่ายหรือมีเจตนาทุจริตก็อาจเป็นไปได้

 เมื่อถามว่า เมื่อทราบว่ามีการสร้างสถานการณ์ทำไมถึงยังไป นายวิรัช กล่าวว่า ตนไม่ทราบมาก่อน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นขั้นเป็นตอนอย่างแน่นอน เช่นเอกสารที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้แสดงรายงานแผ่นสุดท้ายของกระบวนการพิจารณาในศาลที่ได้แสดงต่อสื่อมวลชนที่ผ่านมา ส่วนการรับประทานอาหารกับนายพสิษฐ์นั้นยังมีคนอื่นอยู่ด้วยใช่หรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า อยากให้มีการระบุมาก่อนตนจะได้รู้ว่ามีการแอบถ่ายและขบวนการเป็นอย่างไร และเรื่องดังกล่าวก็ไม่เคยแจ้งให้พรรคทราบ

 “พอเห็นคลิปสุดท้ายก็รู้เลยว่านี่เราก้าวเข้ามาในวังวน ไม่มีสิ่งที่มีการพูดคุย และไม่กระทบกับการพิจารณาคดี เพราะไม่เกี่ยวเลย ยืนยันว่าที่ผ่านมานายพสิษฐ์เป็นผู้นัดเองทุกครั้งโดยผ่านนายวรวุฒิ และก่อนหน้าที่จะเจอก็ไม่เคยขอให้ทำอะไร เมื่อนัดมาก็ไปทุกครั้งตามมารยาท ส่วนการไปแจ้งกับคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคนั้นก็คงไม่ทำ เพราะไปในนามส่วนตัว” นายวิรัช กล่าว

 สำหรับการที่นายวรวุฒิเดินทางไปต่างประเทศ แสดงว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการด้วยใช่หรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า ตั้งแต่แถลงข่าวไปครั้งแรกตนก็บอกไปว่าไม่แน่ใจ แต่เมื่อมีข่าวรายงานมาว่านายวรวุฒิเดินทางไปก็ต้องดูอีกทีว่าเป็นอย่างไรและจะดำเนิการอย่างไรบ้าง ยืนยันว่านายวรวุฒิไม่ใช่คนของพรรค แม้แต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังถามว่าเป็นใคร ทั้งนี้ข่าวที่ออกมาก็เพราะร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งถือว่าเป็นการเสกสรรค์ปั้นแต่งให้ผู้อื่นเสียหาย ส่วนกรณีที่เป็นคนดึงนายวรวุฒิมาทำงานในคณะกรรมาธิการฯ นั้น นายวิรัช กล่าวว่า เมื่อปี 2545 เรียนสถาบันพระปกเกล้าปปร. 2 ซึ่งเรียนหลักสูตรเดียวกัน เมื่อจบและตนได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร นายวรวุฒิก็ขอมาทำงานเป็นที่ปรึกษาตนก็เลยอนุญาตให้เป็น จากนั้นเมื่อนายวรวุฒิรับตำแหน่งดังกล่าวแล้วก็ไปเรียนอีกหลักสูตร คือปปร. 13 ก็ไปรู้จักกับนายพสิษฐ์และส.ส.อีกหลายคน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เนื้อหาที่พูดคุยกันเป็นลักษณะการขอคำปรึกษาเรื่องการที่จะเชิญให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาเป็นพยานให้ปากคำ นายวิรัช กล่าวว่า กกต.เป็นฝ่ายตรงข้ามกับตน ไม่มีทางที่จะพูดคุยเพราะเขาฟ้องเรามา จะยุบพรรค ส่วนกรณีที่บอกว่านายคมสัน โพธิ์คงมา เป็นพยานนั้น ศาลเป็นผู้กำหนดและนัดเบิกความไปตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ในความจริงคือได้ขอเลื่อนออกจากวันที่ 4 ต.ค. ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช.ระบุว่านายวิรัชย่อมรู้ดีว่านายวรวุฒิทำงานล็อบบี้ให้นั้น นายวิรัช กล่าวว่า ไม่มี และไม่ทราบว่าคำว่าไม่ธรรมดาของนายจตุพรนั้นคืออะไร ตนมองเป็นเพียงแค่คนธรรมดา

 เมื่อถามว่า สงสัยหรือไม่ในการไปรับประทานอาหารเพียงไม่กี่คน นายวิรัช กล่าวว่า ก็มีคนนอกอยู่ ไม่ใช่ไปกันเพียงแค่ 2-3 คน ส่วนที่มองว่าโดนหลอกนั้นก็แล้วแต่จะคิด แต่ตนไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ส่วนภาพที่ออกมานั้นทำให้อธิบายยาก นายวิรัช กล่าวว่า อยู่ที่เนื้อหา และอยู่ที่ว่าก้าวก่ายขบวนการยุติธรรมหรือไม่ ซึ่งนายพสิษฐ์ไม่ใช่ตุลาการ ตนเชื่อองค์คณะตุลาการว่ามีความเที่ยงธรรม ส่วนในอดีตพรรคพลังประชาชนเคยถูกยุบพรรคด้วยคลิปและเมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีคลิปจะทำให้ถูกยุบพรรคด้วยหรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่เกี่ยวกัน เป็นคนละเรื่องและคนละกรณีกัน เพราะนี่คือศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นองค์คณะ มีสิทธิ์ขาดในการดำเนินการหรือกำหนดประเด็น ไม่มีใครไปเบี่ยนเบงได้ แต่หากตนไปนั่งคุยกับตุลาการก็จบกัน และเรื่องดังกล่าวไม่สามารถลดความน่าเชื่อถือรวมถึงกระทบรูปคดีได้ และไม่ทราบว่าคลิปดังกล่าวจะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองร้อนแรง

 ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า กรณีที่ศาลสั่งปลดนายพสิษฐ์ออกจากตำแหน่งนั้น นายวิรัช กล่าวว่า สุดแล้วแต่ศาล เพราะเป็นความเห็นของศาลตนไม่ขอก้าวก่ายและแสดงความคิดเห็น ส่วนมีการพบกับเลขานุการศาลรัฐธรรมนูญกี่ครั้ง นายวิรัชกล่าวว่า ก็มี หากแถลงมาตนก็จะชี้แจงเพราะเป็นเรื่องที่มีคู่กรณีเกิดขึ้นแล้ว ส่วนมีมากกว่า 1 ครั้งหรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า เดี๋ยวจะแถลง ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าตนสนิมสนมกับเลขานุการศาลนั้น ตนก็ได้ชี้แจงไปหมดแล้วในข้อเท็จจริง

 เมื่อถามว่า การที่ไปกินข้าวได้แจ้งต่อให้ใครทราบหรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า ไม่มี เป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยฟ้องร้องก็เพื่อต้องการแก้เกี้ยวหรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า จะฟ้องอย่างไรก็ตามแต่ตนก็มีหลักฐานและเหตุผลของตน สำหรับหลักฐานที่จะนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือต่อศาลนั้น นายวิรัช กล่าวว่า ได้เปิดเผยไปบ้างแล้วบางส่วน ถ้าคลิปดังกล่าวฟังดีๆ ก็จะมีการเชื่อมโยงถึงกันหมด และขบวนการดังกล่าวก็มีมานานแล้วแต่อาจจะไม่รู้ตัว ซึ่งขบวนการดังกล่าวมีมาตั้งแต่คดีของนายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตนก็ได้ยกตัวอย่างในการแถลงข่าวให้ทราบไปแล้ว

 “มีการพบมากกว่า 1 ครั้ง เป็นการนัดรับประทานอาหาร ทุกครั้งมีการนัดผ่านนายวรวุฒิ และนายพศิษฐ์เป็นคนนัดมาก่อนทุกครั้งแต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเนื้อหาการพูดคุย เนื่องจากจะขอให้พรรคเพื่อไทยเปิดเผยคลิปที่มีการพูดคุยก่อนแล้วผมจะชี้แจงภายหลัง มั่นใจว่าจะมีคลิปการนัดพบระหว่างผมกับบุคคลต่างๆ ออกมาอีก ซึ่งผมสามารถชี้แจงได้ อย่างไรก็ตาม การพบกับนายพศิษฐ์ผมไม่เคยแจ้งให้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายหรือผู้ใหญ่ในพรรครับทราบเพราะเป็นการไปส่วนตัว แต่หลังจากที่มีการเปิดเผยคลิปออกมา หลังจากนี้จะแจ้งให้ผู้ใหญ่ทราบทุกครั้งว่าไปทำอะไรบ้าง” นายวิรัชกล่าว

"เทอดพงษ์”เรียกวิรัชแจงคณะทำงานสอบคลิปฉาวฯพรุ่งนี้

 นายเทอดพงษ์ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข่าวที่ปรากฎเกี่ยวกับกรณีมีภาพนายวิรัช  เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 ต.ค.เวลา 13.00 น. ตนจะเรียกประชุมคณะทำงานฯ โดยจะเชิญนายวิรัชเข้าชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทั้งนี้คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปก่อน 7 วันเนื่องจากไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เพราะคณะทำงานไม่ได้ตรวจสอบว่าถูกหรือผิดแต่สอบข้อเท็จจริงเท่านั้น และเมื่อได้ข้อสรุปก็จะเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 นายวิรัช ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ตนพร้อมจะเข้าชี้แจงต่อคณะทำงานฯ ของพรรค อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนกำลังให้ทีมงานศึกษาข้อกฎหมายด้วยว่าจะฟ้องร้องเพื่อดำเนินคดีกับใครได้บ้าง โดยเบื้องต้นบุคคลที่อยู่ในข่ายนั้นน่าจะเป็นนาย “ พ. ” และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แต่จะฟ้องในข้อหาใดนั้นขอศึกษาข้อกฎหมายก่อน ทั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 วันนี้

ปธ.วุฒิเชื่อคลิปไม่กระทบคดียุบพรรคมั่นใจศาลรธน.ตัดสินได้ 

 นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีคลิปลับปรากฏภาพส.ส.พรรคประชาธิปัตย์พบเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านถนนประชาชื่น ว่า เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตุลาการทั้ง 5 คนได้ออกมาแถลงแล้วว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีอิทธิพลเหนือคดียุบพรรคที่กำลังพิจารณาอยู่ เพราะตุลาการต้องพิจารณาไปตามสำนวน ซึ่งตนยังเชื่อมั่นในองค์คณะทั้ง 7 คน เพราะต้องตัดสินในพระปรมาภิไธย จึงตัดสินอย่างเป็นกลางตามหลักฐาน ไม่เข้าใดข้างหนึ่งแน่

 เมื่อถามว่า คดีนี้เป็นคดีใหญ่ เมื่อมีคลิปโผล่มาจะทำให้ความเชื่อมั่นของสังคมต่อศาลลดลงหรือไม่ นายประสพสุข กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องทุจริตมิชอบของเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับองค์คณะผู้ตัดสิน แต่แน่นอนว่า เมื่อคนที่มาพบเป็นเลขานุการของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไม่เหมาะสม ฉะนั้นการจะตั้งบุคคลใดมาช่วยงานก็ต้องตรวจสอบประวัติให้ดี หากมีปัญหาคนที่ตั้งต้องรับผิดชอบ

 เมื่อถามต่อว่า จากกรณีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสำนวนหรือไม่เพราะฝ่ายผู้ถูกร้องพยายามต่อสู้ว่ามีขบวนการใส่ร้ายทำให้พรรคโดนยุบ นายประสพสุข กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะศาลได้สืบพยานกันมาหมดแล้ว และคลิปก็เพิ่งจะเกิดขึ้นไม่กี่วันมานี้ จึงไม่มีผลต่อสำนวน อย่างไรก็ดี เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนส.ส. ตนพูดตามความรู้สึกว่า จะไปว่าเขาก็ไม่ถูก ในเมื่อเจ้าหน้าที่ศาลเรียกไป เป็นใคร ใครก็ไป ลองคิดถึงหัวอกคนธรรมดา ถ้าเจ้าหน้าที่ศาลเรียกไป จะไปไหม และการไปก็เป็นที่สาธารณะ เป็นร้านอาหารที่เปิดเผย ไม่ใช่เรียกไปที่ลับตาแอบงุบงิบกันสองคน แต่การไปพบกัน ก็คงไปถามข้อมูลคดีไม่ได้ ส่วนที่กรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นถอดถอนนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ ข้อกล่าวหาแทรกแซงศาล ก็สามารถยื่นมาได้ และวุฒิสภาจะทำไปตามขั้นตอน

กกต.รูดซิปปากหลังคลิปฉาวล็อบบี้คดียุบปชป.

 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการประชุมเพื่อมอบนโยบายให้กับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยเรื่องคัดค้านและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง โดยบรรยากาศก่อนเข้าประชุมในช่วงบ่ายนั้น สื่อมวลชนประจำกกต.ได้ไปเฝ้ารอที่หน้าห้องประชุม เพื่อจะขอสัมภาษณ์ในกรณีเรื่องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะเรื่องคลิปวิดีโอล็อบบี้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่มีเนื้อหาพาดพิงมาถึงกกต. เนื่องจากนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และนางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง ที่ถูกกล่าวพาดพิงอยู่ในคลิปวิดีโออย่างชัดเจนถึงการไปเป็นพยานในคดีดังกล่าว รวมทั้งท่าทีล่าสุดภายหลังคลิปวิดีโอถูกเปิดเผย รวมทั้งความคืบหน้าในการทำคำแถลงคดียุบพรรคต่อศาลรัฐธรรมนูญ

แต่ปรากฏว่าเมื่อผู้สื่อข่าวไปเฝ้ารอที่บริเวณหน้าห้องประชุมนั้นก็ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าทางกกต. “ของดให้สัมภาษณ์” อย่างไรก็ตามในช่วงก่อนการประชุมช่วงบ่ายได้มีการรับประทานอาหารร่วมกันระหว่างกกต.และคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งพบว่า กกต.ลงมาร่วมรับประทานอาหาร แต่พบว่าหนึ่งในผู้ที่ร่วมรับประทานอาหารมีนายกิตตินันท์ ทัปประมุข อัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ ที่กกต.ได้ขอให้มาเป็นทนายตัวแทนในการต่อสู้คดีเงินกองทุนพัฒนาการเมือง จำนวน 29 ล้านบาท ที่พรรคประชาธิปัตย์ ถูกกล่าวหาว่าใช้จ่ายไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงด้วย