ข่าว

สามหมอกดีเดย์พ.ย.เปิดท่องเที่ยว
ผู้ว่าฯ ห่วงภัยหนาวสั่ง7อำเภอรับมือ

สามหมอกดีเดย์พ.ย.เปิดท่องเที่ยว ผู้ว่าฯ ห่วงภัยหนาวสั่ง7อำเภอรับมือ

20 ต.ค. 2553

แม่ฮ่องสอน-จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเทศกาลท่องเที่ยวประจำปี 2553 ที่ดอยกิ่วลม รอยต่อระหว่างปางมะผ้า-ปาย ด้านผู้ว่าฯ สั่งเตรียมพร้อมหลังมีคำเตือนอากาศจะหนาวเย็นในรอบ 30 ปี

 นายธานินทร์ สุภาแสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะดูแลการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จังหวัดได้กำหนดเปิดเทศกาลท่องเที่ยวประจำปี 2553 ในวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่บริเวณดอยกิ่วลม รอยต่อระหว่าง อ.ปางมะผ้า-อ.ปาย ซึ่งเป็นสถานที่จุดชมวิวที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะชื่นชอบ

 "การเปิดเทศกาลท่องเที่ยว ในปีนี้จัดขึ้นที่ดอยกิ่วลม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรมการเปิดเทศกาลท่องเที่ยวดังกล่าว โดยมีการจัดกิจกรรมร่วมกับนักท่องเที่ยวหลายอย่าง อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังจะได้รับสิทธิ์พิเศษค่าห้องพัก ค่าอาหาร บริเวณตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ในคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็นบริเวณดอยกิ่วลม และดูพระอาทิตย์ตกดินท่ามกลางขุนเขาช่วงเวลา 17.30-18.30 น. หรือนักท่องเที่ยวที่อยากจะนอนค้างแรมบริเวณดอยกิ่วลม อ.ปางมะผ้า ก็จะอำนวยความสะดวกให้เพื่อเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวแม่ฮ่องสอน " นายธานินทร์ กล่าว

 นางจุไรรัตน์ แพรวพราย นักท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาร่วมเปิดเทศกาลท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะมีมากมาย ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่สนใจก็สามารถเดินทางมาร่วมเปิดเทศกาลท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2553 ได้ที่ดอยกิ่วลม รอยต่อระหว่าง อ.ปางมะผ้า-อ.ปาย

 นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ในพื้นที่ภาคเหนือรวมทั้งแม่ฮ่องสอนอากาศจะหนาวเย็นในรอบ 30 ปี จังหวัดได้สั่งการให้นายอำเภอ 7 อำเภอ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวทุกอำเภอ และให้ปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล 44 ตำบล ดำเนินการสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนที่ขาดแคลนผ้าห่มกันหนาว เพื่อที่จะได้เตรียมให้ความช่วยเหลือ

 ทั้งนี้ ในช่วงเดือนธันวาคม 2552-กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา จังหวัดสำรวจราษฎรผู้ประสบภัยหนาวประมาณ 138,202 คน โดยได้มอบผ้าห่มกันหนาวและเสื้อกันหนาวจำนวน 65,422 คน และราษฎรอีก 72,780 คน ที่ไม่ได้รับเครื่องกันหนาวที่ผ่านมา จึงจะต้องมอบเครื่องกันหนาวให้ก่อนเป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตามประชาชนที่อาศัยอยู่ตามยอดดอย จะประสบภัยหนาวมากกว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม ดังนั้นองค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง จะต้องดำเนินการสำรวจให้ครบถ้วนทุกครัวเรือน เพื่อส่งความช่วยเหลือให้ครอบคลุมผู้ประสบภัยให้มากที่สุด