
ส่งรถสะเทินน้ำ-สะเทินบกช่วยน้ำท่วม
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีฯ ทรงเป็นห่วงพสกนิกรชาวไทย ที่ประสบภัยน้ำท่วม ทรงพระกรุณาโปรดให้กองทัพเรือ ส่งรถสะเทินน้ำสะเทินบก ลงพื้นที่โคราชขนย้ายถุงยังชีพพระราชทานส่งถึงมือประชาชน
หลังน้ำจากเขื่อนลำพระเพลิงล้นไหลทะลักเข้าท่วมถนน อาคารบ้านเรือน ในเขตเทศบาลตำบลปักธงชัย อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งถือได้ว่าวิกฤตที่สุดในรอบ 50 ปีที่ผ่าน ทำให้ อ.ปักธงชัยจม จ.นครราชสีมา จมอยู่ใต้น้ำ แลปริมาณน้ำยังคงเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีประชาชนติดอยู่ภายในบ้านเรือนไม่สามารถติดต่อกับภายนอกได้เป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 19 ต.ค. พลเรือเอกกำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชา การทหารเรือ มอบให้ พลเรือโท พงศ์ศักดิ์ ภูรีโรจน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน สนับสนุนรถสะเทินน้ำสะเทินบก(AAV) เพื่อเป็นยานพาหนะลำเลียงถุงยังชีพพระราชทานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย และขนย้ายราษฎรที่ติดค้างอยู่ตามบ้านเรือนที่ยานพาหนะโดยทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้นำมายังที่ปลอดภัยพร้อมทั้งนำอาหารและสิ่งของแจกจ่ายให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบกับอุทกภัย หลังจากเคยประสบความสำเร็จในการนำรถสะเทินน้ำสะเทินบก เข้าให้ความช่วย เหลือผู้ประสบภัยสึนามิในพื้นที่ภาคใต้มาแล้ว
ทั้งนี้พลเรือโทพงษ์ศักดิ์ ภูรีโรจน์ ได้จัดรถสะเทินน้ำสะเทินบก(AAV) 2 คัน จากกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบกและกองพันทหารช่าง สนับสนุนรถบรรทุกชานต่ำ 2 คัน พร้อมกำลังพลและอุปกรณ์ในการเข้าให้ความช่วยเหลือราษฎร โดยออกเดินทางจาก กองพลนาวิกโยธิน ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เข้าช่วยราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำท่วมพื้นที่อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งก่อนหน้านี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้กองทัพเรือ สนับสนุนเรือท้องแบน 8 ลำ เข้าให้ความช่วยเหลือราษฎร ที่ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้แล้ว
พลเรือตรี สมปอง สังข์สุวรรณ ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน ในฐานะผู้แทนของกองทัพเรือ และหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ที่มาเป็นประธานให้โอวาทและปล่อยชุดปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกองทัพเรือ กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างมากของกองทัพเรือ ที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้กองทัพเรือให้ความช่วยเหลือราษฎรอีกทางหนึ่ง โดยใช้สมรรถนะของรถสะเทินน้ำสะเทินบก (AAV เคลื่อนที่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ ซึ่งบางแห่งมีน้ำท่วมสูงมาก ชาวบ้านสัญจรไปมาไม่สะดวก หรือต้องหลบภัยอยู่บนที่สูงขาดการติดต่อจากหน่วยงานอื่น ยานพาหนะเหล่านี้จะสามารถเข้าให้ความช่วยเหลือนำราษฎรที่ประสบอุทกภัยมายังที่ปลอดภัย หรือนำถุงยังชีพพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค เพิ่มเติมจากเรือท้องแบนที่มีอยู่จำนวนจำกัดได้ โดยมอบหมายให้ นาวาโท ชนก สุนทราพรพล หัวหน้าฝ่ายสรรพาวุธ กองพลนาวิกโยธิน เป็นหัวหน้าชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยกองทัพเรือ
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมจ.ชัยภูมิ เริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤต นายปฤหัส วงศ์ชัยภูมิ ชลประทานจ.ชัยภูมิ ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เขต อ.เมืองชัยภูมิ หลังล่าสุดเกิดฝนตกหนักมาตลอดทั้งคืนบนสันเขื่อนลำปะทาว อ.แก้งคร้อ ตอนบน และเขื่อนลำปะทาว ตอนล่าง อ.เมืองชัยภูมิ ซึ่งมีความจุ กว่า 66 ล้าน ลบ.ม. จนเขื่อนไม่สามารถรองรับได้และมีน้ำล้นสันเขื่อนมาตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยปริมาณน้ำอยู่ที่ 91 ซม. ล่าสุดระดับน้ำล้นสันเขื่อนพุ่งสูงมาอยู่ที่ 1.50 เมตรแล้ว
จึงขอประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เขตอ.เมืองชัยภูมิ ให้เร่งอพยพสิ่งของขึ้นสู่ที่สูงทันทีภายในเวลาก่อนเที่ยงวันนี้ ซึ่งจะมีราษฎรที่ตั้งอยู่ใกล้ริมตลิ่ง ห้วยลำปะทาวที่จะมีปริมาณน้ำไหลลงสู่ เขตต.นาฝาย ,ต.นาเสียว ,ต.บ้านเล่า และเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ทั้ง 25 ชุมชน จำนวนมากเข้าสู้ตัวเมืองทั้งหมดไม่เกินเวลา 12.00 น.วันเดียวกันนี้ และคาดว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่เข้าท่วมตัวเมืองและมีระดับท่วมขังสูงอย่างน้อยกว่า 1- 1.50 เมตร อย่างรวดเร็ว อย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์และติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่มีทั้งหมด 19 จุด เพื่อระบายน้ำออกนอกเมืองขณะนี้ไม่สามารถสูบน้ำได้แล้ว เพราะระดับน้ำล้นตลิ่งและตีกลับไหลเข้าเมืองทั้งหมดแล้ว
ขณะที่ด้านสถานการณ์น้ำบนเขื่อนจุฬาภรณ์ อ.คอนสาร ที่มีความจุกว่า 188 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมีระดับน้ำล้นสันเขื่อนสูงกว่า 1 .50 เมตร ด้วยเช่นกัน ขณะนี้ทางเขื่อนเร่งระบายน้ำเข้าท่วมเขตอ.คอนสาร, เกษตรสมบูรณ์, ภูเขียว และอ.บ้านแท่น และคาดว่าจะเข้าท่วมต่อที่เขตอ.ใกล้เคียงในจ.ขอนแก่นภายใน 2-3 วันนี้ เป็นวงกว้างและเข้าท่วมในเขตอ.เกษตรสมบูรณ์ สูงกว่า 1.50 เมตร แล้วด้วยเช่นกัน และทำให้ทางเข้าอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ผ่านอ.หนองบัวแดง เข้าอ.บ้านเดื่อ น้ำท่วมถนนและพัดรุนแรง สูงกว่าเมตร ไม่สามารถใช้เส้นทางนี้ผ่านเข้าได้แล้ว กินระยะทางน้ำท่วมยาวกว่า 1 กิโลเมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดลพบุรี เข้าสู่วันที่ 4 แล้วแต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นกลับยิ่งวิกฤติมากยิ่งขึ้น เนื่องจากว่าปริมาณน้ำยังมีจำนวนมากและขึ้นสูงทุกชั่วโมงทำให้ชาวบ้านจำนวนมากไม่สามารถอาศัยในบ้านได้ต้องอพยพมาอยู่ริมถนนและที่สูงเพื่อความปลอดภัย และยังมีชาวบ้านอีกหลายครอบครัวที่ถูกตัดขาดขอความช่วยจากเจ้าหน้าที่ที่ยังเข้าไปไม่ถึงจากน้ำท่วมสูงและไหลแรง
โดย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีหลังลงพื้นที่ ตรวจน้ำท่วมในตำบลหนองเมืองและตำบลพุคาพร้อมน้ำรถปั่นไฟฟ้าเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน เพื่อให้แสงสว่างในยามค่ำคืน ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำที่ท่วมขังเพิ่มสูงขึ้นทุกชั่วโมง ทำให้ระดับน้ำในตัวหมู่บ้านสูงอยู่ที่ 2-3 เมตรแล้ว ขณะที่ในทุ่งนาที่ถูกน้ำท่วมมีความสูงอยู่ที่ 4-5 เมตร ทำให้การช่วยเหลือในขณะนี้ทำด้วยความอยากลำบากมากยิ่งขึ้น จนทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก
ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี บอกต่อว่า ขณะนี้จังหวัดลพบุรีได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัยแล้วทั้ง11 อำเภอของจังหวัดลพบุรี โดยมีน้ำท่วมสูงและหนักที่สุดอยู่ทึ่อำเภอ เมือง ในตำบลเขาสามยอด ท่าศาลา ถนนใหญ่ อำเภอบ้านหมี่ที่ตำบลพุคา หนองเมือง หนองกระเบียน และดงพลับ โดยเฉพาะที่หนองเมืองและพุคาดูจะหนักกว่าที่อื่นเพราะการเข้าออกต้องใช้เรือน และขณะนี้เรือยังไม่พอในการเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน
ล่าสุดเมื่อกลางดึกวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมาระดับน้ำจากคลองชลประทานอนุศาสนันซึ่งเป็นคลองขุดรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลป่าตาลย่านธุรกิจ กลางเมืองลพบุรี ทำให้หมู่บ้านริมชล หมู่บ้านสระแก้ว และอีกหลายหมู่บ้านจมอยู่ใต้น้ำทันที่ ส่วนการสัญจรในขณะนี้รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถทำได้แล้ว ทำการธุรกิจหยุดชะยักลง
ด้านชาวบ้านในอำเภอบ้านหมี่ ที่ตำบลหนองเมือง ตำบลพุคา และอีกหลายตำบลกำลังขาดแคลนน้ำดื่มและน้ำใช้หลังน้ำประปาใช้ไม่ได้ และน้ำดื่มที่เตรียมไว้ก็ถูกน้ำท่วมจนหมด ทำให้ขณะนี้ชาวบ้านหลายหมู่บ้านกำลังขาดแคลนอย่างหนัก และรอการช่วยเหลือ จากภาครัฐ และน้ำใจจากคนไทย



