ข่าว

"กรณ์"หนุนธปท.คุมเงินเฟ้อดูแลศก.สศค.ชี้บาทแข็งฉุดจีดีพี0.7%-ต่างชาติทิ้งหุ้นดิ่ง13จุด

"กรณ์"หนุนธปท.คุมเงินเฟ้อดูแลศก.สศค.ชี้บาทแข็งฉุดจีดีพี0.7%-ต่างชาติทิ้งหุ้นดิ่ง13จุด

19 ต.ค. 2553

"กรณ์" ยันไม่ออกมาตรการสกัดเงินไหลเข้า หนุน ธปท.ดูแลเงินเฟ้อ เผยนายกฯ สั่งตรวจราคาสินค้านำเข้า ชี้ต้องลดตามต้นทุนหลังบาทแข็ง ด้าน สศค. ระบุเงินบาทแข็งค่าฉุดอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ 0.7% ลดเป้าจีดีพีลงจาก 6% เหลือ 7% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติผวารัฐออกมาตรการค

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ฝากให้กระทรวงการคลังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่นำเข้าจากต่างประเทศ ว่ามีการลดราคาลงตามต้นทุนที่ลดลงจากการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นหรือไม่ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสทำกำไรเกินสมควร โดยในส่วนของกระทรวงการคลัง ได้ประสานงานกับสำนักงบประมาณ เพื่อให้ทบทวนในส่วนของงบลงทุนที่จัดสรรไว้ก่อนหน้านี้ และงบการจัดซื้อสินค้าจากต่างประเทศของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ว่าจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นเท่าใด

 ส่วนการดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีมาตรการแทรกแซง มีเพียงมาตรการที่ช่วยลดผลกระทบของผู้ประกอบการและยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะดูแลความเหมาะสม ส่วนข้อเสนอแนะอื่นๆ ทั้งการจัดเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินไหลเข้านั้นก็เป็นเพียงข้อเสนอที่พร้อมรับฟัง แต่เห็นว่ามาตรการที่ออกไปก่อนหน้านี้ ก็ลดการเก็งกำไรจากการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ก็ได้ผลในระดับหนึ่ง

 “ผมเห็นด้วยกับการดูแลเงินเฟ้อของ ธปท. เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ หากปล่อยให้เงินเฟ้อสูงจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการและผู้มีรายได้น้อย" นายกรณ์กล่าว

 ด้านนายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยแล้ว 0.7% ซึ่งจะทำให้ประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจลดลงมาอยู่ประมาณ 6% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 7% และมีแนวโน้มที่จะมีเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง แม้ ธปท.จะคงหรือลดดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากสหรัฐและญี่ปุ่นมีนโยบายปั๊มเงินอีกมาก

 ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นค่อนข้างผันผวน ปิดตลาดที่ระดับ 984.03 จุด ลดลง 13.12 จุด มูลค่าการซื้อขาย 31,362 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างประเทศกลับมาขายสุทธิอีกครั้งจำนวน 541 ล้านบาท โดย น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงเหนือความคาดหมาย โดยปัจจัยในประเทศนักลงทุนยังกังวลว่ารัฐอาจออกมาตรการเพิ่มเติม เพื่อสกัดเงินทุนไหลเข้า หลังกระทรวงการคลังยอมรับว่าเงินบาทแข็งค่าอาจกระทบกับการเติบโตของจีดีพี