ข่าว

น้ำเหนือหลากเจ้าพระยาล้นท่วมวัดปทุมธานี

น้ำเหนือหลากเจ้าพระยาล้นท่วมวัดปทุมธานี

18 ต.ค. 2553

น้ำเหนือหลากเจ้าพระยาล้นฝั่ง เอ่อท่วมวัดและบ้านเรือนประชาชน ผู้ว่าปทุมฯสั่งทุกหน่วยพร้อมรับมือ แจ้งเตือนประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมใหญ่ หลังจากปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ใกล้ล้นอ่าง น้ำไหลเข้าจนเหลือความจุรับน้ำเพียง 300 ล้าน ลบ.ม. หลังจากเหตุเขื่

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 18 ตุลาคม 2553 นายธานี  สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตพื้นที่ อ.สามโคก และ อ.เมืองปทุม จ.ปทุมธานี โดยด่วนหลังจากเมื่อประมาณ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 ทั้งนี้ปริมาณน้ำเหนือและน้ำที่ถูกปล่อยจากแม่น้ำป่าสัก ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา  ส่งผลทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน วัด สถานีอนามัย และโรงเรียน ที่อยู่ติดริมแม่เจ้าพระยาเป็นวงกว้าง ระดับน้ำเข้าท่วมสูง ทำให้ชาวบ้านต้องรีบขนย้ายข้าวของหนีน้ำ รถยนต์ไม่สามารถจอดในบ้านได้ บางบ้านระดับน้ำเข้าท่วมชั้นล่างของบ้าน ชาวบ้านรีบเก็บทรัพย์สินขึ้นที่สูง และต้องนำรถยนต์ขึ้นมาจอดริมถนนหรือในที่สูง เพื่อหนีน้ำท่วม 

 ขณะที่ ที่วัดโพธิเลื่อน ต.บางแขยง อ.เมืองปทุม จ.ปทุมธานี พื้นที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาหลาย น้ำเข้าท่วมพื้นที่วัด พระสงฆ์และชาวบ้านกั้นน้ำไม่ทัน จึงต้องทำสะพานไม้เดินเข้าวัด ที่หน้าพระอุโบสถ ที่ตั้งบรรจุกระดูก ถูกน้ำเข้าท่วม ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร, ที่วัดบางนา ต.บางโพธิ์เหนือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นกัน น้ำเริ่มเข้าท่วมด้านข้างวัดซึ่งอยู่ติดกับคลองย่อยจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าด้านศาลาเอนกประสงค์ของวัด พระสงฆ์และชาวบ้านเร่งช่วยกันกรอกกระสอบทรายกั้นเป็นคันกั้นน้ำ

 พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจ.ปทุมธานี มีการสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและ ตรวจสอบระดับน้ำทุก 1 ชั่วโมง  จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย และกำลังคน และประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเตรียมรับมือหากมีน้ำท่วมเข้าบ้านเรือนอย่างฉับพลัน สามารถแจ้งประสานขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 นายธานี  สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำในเขตพื้นที่ อ.เมือง และ อ.สามโคก ซึ่งปกติน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะถูกปล่อยเข้ามาปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,600 ลูกบาศก์เมตร แต่เมื่อ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ ระดับน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตร

 ในส่วนของน้ำจากแม่น้ำป่าสัก อีก 1,996 ลูกบาศก์เมตร จึงมีน้ำเข้ามาที่แม่น้ำเจ้าพระยากว่า 3 พันลูกบาศก์เมตร ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นกว่าระดับปกติกว่า 2 เมตร และได้มีการสั่งการให้ตรวจสอบเฝ้าดูสถานการณ์น้ำที่มีการระบายจากสระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี เข้าคลองระพีพัฒน์ ในเขตพื้นที่ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ระดับน้ำก็สูงขึ้นกว่าปกติเช่นกัน และได้สั่งการให้เฝ้าระวังเตรียมการหากเกิดสถานการณ์น้ำเข้าท่วมอย่างฉับพลัน

 ทั้งนี้นอกจากการเตรียมความพร้อมของทางเจ้าหน้าที่ของเราแล้ว เรายังมีการประสานงานไปยังฝ่ายทหาร เพื่อขอกำลังหากว่ามีความรุนแรงของน้ำจนเจ้าหน้าที่เรารับมือไม่ไหว ก็จะประสานขอกำลังฝ่ายทหารเข้ามาได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย และเชื่อว่าในวันพรุ่งนี้กระแสน้ำคงมากกว่านี้อย่างแน่นอน

อ่างเก็บน้ำห้วยไม้เต็งราชบุรีล้นแล้ว

 นายมานิต นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 2 และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดราชบุรี ได้เดินทางไปที่อ่างกักเก็บน้ำห้วยไม้เต็ง ตำบลน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เพื่อสำรวจอ่างกักเก็บน้ำห้วยไม้เต็ง ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ หลังได้รับแจ้งจากชลประทาน ว่า น้ำในอ่างกักเก็บน้ำดังกล่าว มีปริมาณน้ำสูงเกินสปิงเวย์กว่า 8 เซนติเมตร นับเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี หลังในปี 2540 ที่ผ่านมาเคยมีปริมาณน้ำสูงกว่า สปิงเวย์กว่า 1 เมตร 40 เซนติเมตร ทำให้น้ำท่วมจังหวัดราชบุรี อย่างฉับพลัน

 นายมานิต กล่าวว่า สำหรับปริมาณน้ำที่ล้นสปิงเวย์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก มีฝนตกติดต่อกันตลอด 2 - 3 วัน ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างมีปริมาณสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนเอ่อล้นจะถูกระบายออกไปยังคลองชลประทานผ่านตำบลน้ำพุ ตำบลห้วยไผ่ ตำบลดอนแร่ ตำบลหินกอง ตำบลดอนตะโก และ ตำบลบ้านไร่บางส่วน

น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ใกล้ล้นอ่างเตือนปชช.รับมือ

 นายพิสุทธิ์ โชคคติวัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์อยู่ที่ 86% ของปริมาณความจุของเขื่อนที่สามารถรับน้ำได้ หรือสามารถรองรับน้ำได้อีก 300 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากตลอดทั้งสัปดาห์มีพายุฝนพัดผ่านเข้ามาจึงทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของภาคอีสาน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดที่อยู่เหนือเขื่อนอุบลรัตน์ จึงทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน และอาจมีแนวโน้มที่น้ำจะล้นเขื่อนด้วย หากปริมาณน้ำไหลเข้ามามากกว่า 300 ล้าน ลบ.ม.

 เนื่องจากล่าสุดในช่วงบ่ายของวันนี้เหนือเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ ได้เกิดฝนตกหนักและต่อเนื่องกันหลายวัน ทำให้น้ำจากจากเทือกเขาภูเขียวที่อยู่เหนือเขื่อนจำนวนหลายร้อยล้าน ลบ.ม. ไหลทะลักเข้าจนล้นสันเขื่อนสูงกว่า 1 เมตร 10 ซม. ทำให้เขื่อนจุฬาภรณ์ซึ่งเดิมนั้นมีความจุ 188 ล้าน ลบ.ม.ในขณะนี้ไม่สามารถที่จะรองรับน้ำได้ ต้องเร่งระบายน้ำออกเป็นการด่วน 100,000 ลบ.ม.ต่อนาที ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เขื่อนแตกได้

 ดังนั้น เมื่อน้ำเกิดเต็มความจุของเขื่อนจุฬาภรณ์และต้องระบายน้ำออกนาทีละ 100,000 ลบ.ม. ทำให้ทางเขื่อนอุบลรัตน์ต้องรีบแจ้งเตือนประชาชน ให้เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์เอาไว้ก่อน เพื่อรับมือน้ำท่วมใหญ่หากเขื่อนอุบลรัตน์ไม่สามารถรับน้ำตามความจุที่เหลือได้ในอีก 1-2 วันนี้ แต่ถ้าหากช่วงนี้ปริมาณฝนที่ตกลงมาหลายพื้นที่เริ่มที่จะเบาบางลง ก็จะทำให้ปริมาณน้ำโดยรวมลดลงเช่นกัน จึงเชื่อว่าหากไม่มีฝนตกลงมาอีกใน 1-2 วันนี้ เขื่อนอุบลรัตน์ก็จะสามารถรองรับน้ำที่ปล่อยออกมาจากเขื่อนจุฬาภรณ์วันละ 100 กว่าล้าน ลบ.ม.ได้ ช่วงนี้ขอประชาชนอย่าพึ่งตกใจ "นายพิสุทธิ์ กล่าว"