
เปิดปูม:สายลับ...ติดกับ"ล่อซื้อ"
"แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม วันนี้ก็มีพยานหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า พสิษฐ์ มีปัญหาในหน้าที่การงานเข้าให้แล้วจากการกระทำของตัวเอง และเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญ แต่คนที่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ก็คือคนที่แต่งตั้ง "พสิษฐ์" มากับมือ"
ก่อนหน้านี้ชื่อของ “พสิษฐ์ ศักดาณรงค์” คงไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าไหร่นัก แต่หลังจากการเผยแพร่ “คลิปฉาว” ที่ถูกระบุว่า เป็นการล็อบบี้ในคดียุบพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ ชายคนนี้จึงกลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศในเวลาไม่นาน
คลิปที่ 2 ที่ถูกนำมาเผยแพร่นั้น ถูกระบุว่ามีผู้ใกล้ชิดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เข้าพบกับทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่ง เพื่อหารือถึงการสู้คดีและการเลือกพยาน นัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อพรรคประชาธิปัตย์
ในคลิปดังกล่าวเอ่ยชื่อคนใกล้ชิดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนนั้นว่า “พสิษฐ์” และเรียกชื่อทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ว่า “วิรัช”
ซึ่งต่อมาก็เป็นที่ทราบว่าเป็นใคร เพราะ “วิรัช ร่มเย็น” หนึ่งในทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้แถลงยอมรับว่าเป็นคนในภาพ แต่ก็พูดได้เพียงว่าถูกลวงโดย “พสิษฐ์”
ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญก็ออกมายอมรับว่า “พสิษฐ์” คนนั้นคือ “พสิษฐ์ ศักดาณรงค์” ที่มีตำแหน่งเป็น เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ และมีคำสั่งปลดจากตำแหน่งแล้ว
“พสิษฐ์” คนนี้เป็นที่รู้จักกันในศาลรัฐธรรมนูญ นับแต่วันที่ “ชัช ชลวร” ได้รับตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ และเขาก้าวเข้ามาในฐานะเลขานุการของประธานศาลรัฐธรรมนูญ
โดยตำแหน่งแล้ว “พสิษฐ์” เป็นเพียงเลขานุการส่วนตัวเท่านั้น ไม่ได้มีตำแหน่งแห่งหนชัดเจนในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเลขานุการโดยตำแหน่งและรับเงินค่าจ้างตามตำแหน่งที่กำหนดไว้เท่านั้น
แต่บทบาทของ “พสิษฐ์” นั้นเรียกได้ว่าใหญ่เลยทีเดียว เขาเข้าไปจัดการในแทบทุกส่วนของสำนักงาน โดยใช้บทบาท “เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ”
แม้แต่ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญตัวจริง ก็ดูจะออกลูกเกรงใจ “พสิษฐ์” อยู่ไม่น้อย จนหลายครั้งดูเหมือนถูกคุมการทำงานอยู่กลายๆ
แต่ก่อน “ชวนะ ไตรมาส” เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นโฆษกและมีหน้าที่แถลงข่าว แต่ทุกครั้งที่แถลงก็จะปรากฏภาพของ “พสิษฐ์” ยืนคุมการแถลงข่าว และท้ายที่สุดก็ได้รับแต่งตั้งเป็น “โฆษกประจำสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ร่วมกับเลขาธิการตัวจริง
เขาคนนี้ก้าวมาเป็นคนสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ภาพลักษณ์ที่แนบชิดกับประธานศาลรัฐธรรมนูญทำให้คนเกรงใจ เขาจะเป็นคนตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนที่ศาลจะออกนั่งบัลลังก์ทุกครั้ง
หลายคนในศาลเริ่มเขม่นกับบทบาทที่เกินหน้าที่และท่าที จนเคยมีตุลาการด้วยกันเตือนให้ระวังหรือให้จำกัดบทบาท แต่ “ชัช ชลวร” ก็อาจจะมิได้นำพา “พสิษฐ์” จึงกระทำการเช่นเดิม
ข่าวลือเริ่มหนาหูว่า เขาคนนี้เริ่มก้าวเข้าหาผู้ใหญ่ เพื่อสร้างบารมี กรรมการองค์กรอิสระอื่นถูกเขาเข้าไปหาพร้อมด้วยถ้อยคำหวานว่าอยู่ข้างเดียวกัน
แม้แต่วันที่ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองคดีผู้ว่าการ สตง. ก็มีคนเห็นเขาไปให้กำลังใจ “คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา”
ส่วนในคดียุบพรรคนี้ ว่ากันว่าเขาไม่ได้เล่นเพียงหน้าเดียว ด้านหนึ่งเขาเข้าไปหาพรรคประชาธิปัตย์ จนมีผู้เข้าใจไปว่า “จะช่วยเต็มที่เพื่อให้พ้นคดี”
แต่อีกหน้าหนึ่ง บรรดาผู้ใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาลต่างรับรู้ว่าต้อง "เตรียมตัว" เพราะคดีนี้อย่างไรประชาธิปัตย์ก็ไม่รอด ด้วยเหตุผลใดยังไม่ชัด แต่ก็ไม่แปลกหากจะได้รับการตีความว่าต้องการสร้างความสำคัญ
หรือแม้แต่ กกต.บางคนก็ได้รับการติดต่อจากเขาคนนี้เช่นเดียวกัน
และจนถึงขณะนี้ “พสิษฐ์” ก็มีข่าวว่าไม่ได้อยู่ในประเทศไทยแล้ว โดยออกจากเมืองไทยไปตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่คลิปฉาวจะถูกปล่อยออกมา
การเดินทางออกนอกประเทศของ “พสิษฐ์” จะออกไปด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ก็น่าจะเชื่อมโยงเขาเข้ากับคลิปนี้ไม่มากก็น้อย และดูเหมือนตอนนี้สังคมจะให้น้ำหนักเขาถึงขนาดเป็น "สายลับ" ให้แก่พรรคการเมืองบางพรรคกันเลยทีเดียว
ที่สำคัญหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า จริงๆ แล้วเขาเป็นคนถ่ายคลิปนี้และปล่อยออกมาเองหรือไม่ เพราะมุมกล้องที่ออกมานั้น ดูเหมือนว่าเขาจงใจ “ล่อซื้อ” อยู่ไม่น้อย
ขณะเดียวกัน ก็มีความเป็นไปได้ว่า เขารับรู้ถึงความมีอยู่ของคลิปและอาจห่วงเรื่องความปลอดภัยและกลัวคำถามจนต้องเผ่นออกนอกประเทศ เพราะเหตุ "ติดกับดักล่อซื้อ" ของตัวเองเข้าเต็มๆ
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม วันนี้ก็มีพยานหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า “พสิษฐ์” มีปัญหาในหน้าที่การงานเข้าให้แล้วจากการกระทำของตัวเอง และเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญ แต่คนที่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ก็คือคนที่แต่งตั้ง "พสิษฐ์" มากับมือ
บางทีการปลด "พสิษฐ์" เพื่อแสดงความรับผิดชอบ อาจจะไม่เพียงพอต่อความเสียหายและเสื่อมเสียขององค์กรศาลรัฐธรรมนูญอย่างใหญ่หลวงในครั้งนี้
ทีมข่าวสำนักข่าวเนชั่น



