
สั่งตร.ถอดเครื่องแบบลุยปราบ.."โจรน้ำท่วม"
สั่ง ตร.ถอดเครื่องแบบ ลุยน้ำตรวจทุกซอกซอย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หากยังพบชาวบ้านถูกขโมยทรัพย์สินของมีค่า หลังน้ำลด ตร.ที่ละเลยปฏิบัติหน้าที่อาจหายไปกับสายน้ำ !!
หลังจาก "พายุเมกิ" พัดผ่านเข้าสู่ประเทศฟิลิปปินส์ ส่งผลกระทบต่อจังหวัดต่างๆ ของประเทศไทย ทางภาคอีสาน ภาคตะวันออก รวมถึงภาคกลางด้วย โดยเฉพาะหลายอำเภอใน จ.นครราชสีมา ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักจนเกิดปัญหาน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 100 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งรัดมาตรการดูแลทรัพย์สินผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเต็มที่
พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา กล่าวถึงมาตรการดูแลทรัพย์สินของประชาชนที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมว่า ได้มีการมอบนโยบายและสั่งการอย่างเร่งด่วน 2 ประการ คือ นโยบายอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ประสบภัย และการดูแลพื้นที่การจราจรเป็นหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง และนโยบายที่เน้นให้ตำรวจเฝ้าตรวจดูแลทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย เช่น ช่วยประชาชนขนข้าวของหนีน้ำ คอยเฝ้าตรวจดูแลทรัพย์สินของมีค่าของชาวบ้าน ป้องกันการถูกฉกฉวย รวมถึงการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันได้สั่งการให้สถานีตำรวจภูธร ซึ่งอยู่ในพื้นที่สูงและไม่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ เช่น สภ.อุดมทรัพย์ และ สภ.วังน้ำเขียว ต้องจัดกำลังเข้ามาร่วมป้องกันเหตุและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติในเขตพื้นที่ อ.เมือง อ.โนนไทย อ.สีคิ้ว และ อ.ปากช่อง
"เชื่อว่าโจรขโมยหรือคนร้ายไม่น่าจะฉวยโอกาสก่อเหตุในช่วงที่คนกำลังเจอวิกฤติ ทั้งนี้ ประชาชนที่ขนของหนีน้ำ ส่วนใหญ่แล้วจะมีญาติ 1-2 คนเฝ้าทรัพย์สินครอบครัวตัวเองไว้อยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ได้ประมาทในเรื่องนี้ สั่งให้ตำรวจมีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของประชาชนด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา หรือการฉกฉวยหลังจากเกิดเหตุภัยพิบัติขึ้น" พล.ต.ต.ฉัตรกนก กล่าว
ส่วนปัญหาโจรฉกฉวยโอกาสขโมยทรัพย์สินของผู้ประสบภัย พล.ต.ต.ฉัตรกนก บอกว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานเหตุคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ทั้งนี้ได้สั่งการให้แต่ละตำบล หรือตามซอยต่างๆ ต้องมีตำรวจประจำการอยู่ 1 นาย โดยตำรวจที่ประจำอยู่นั้นไม่ต้องสวมเครื่องแบบ เพราะอาจเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม จึงออกคำสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ลงปฏิบัติหน้าที่สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขาสั้น ส่วนอาวุธปืน และวิทยุสื่อสาร ให้ห่อถุงพลาสติกหรืออุปกรณ์ป้องกันน้ำเข้า ติดตัวไว้เพื่อป้องกันเหตุร้าย ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจที่ประจำอยู่ตามซอยต่างๆ ต้องลุยน้ำเข้าไปตรวจตามหมู่บ้าน เพื่อสำรวจตรวจตราบ้านเรือนประชาชนให้ปลอดภัยจากโจรผู้ร้ายที่จะมาฉวยโอกาสก่อเหตุ โดยต้องตรวจทั้งกลางวันและกลางคืน ขณะเดียวกัน มีเรือของตำรวจน้ำ เรือรับส่งของชาวบ้าน เรือของหน่วยกู้ภัย และเรือของทหารเรือ คอยให้การสนับสนุนการทำงานของตำรวจอยู่ด้วย
"ได้สั่งการและกำชับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นที่เรียบร้อย นายตำรวจทุกระดับต้องปฏิบัติตาม และสั่งกำชับนายตำรวจทุกส่วน ไล่เรียงตั้งแต่ผู้กำกับการ ฝ่ายสืบสวน ฝ่ายป้องกันปราบปราม ฯลฯ ต้องลงมาคอยดูแลทรัพย์สินของประชาชนไม่ให้สูญหาย หากพบว่ามีเรื่องทรัพย์สินประชาชนสูญหาย หลังน้ำลดผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้สั่งการไปแล้วต้องรับผิดชอบด้วยการหายไปกับสายน้ำ" พล.ต.ต.ฉัตรกนก กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ด้าน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุภัยพิบัติ ได้สั่งการให้ตำรวจน้ำในพื้นที่รับผิดชอบหรือพื้นที่ใกล้เคียง เข้าไปช่วยเหลือประชาชน และให้การสนับสนุนประชาชนตามการร้องขอ ซึ่งตำรวจน้ำได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ ส่วนตำรวจทางหลวงได้สั่งการให้คอยอำนวยการจราจรในพื้นที่ประสบภัย และคอยบอกประชาชนที่ใช้รถ ใช้ถนน ควรเสี่ยงเส้นทางใดบ้าง โดยให้ตำรวจทางหลวงหมุนเวียนสับเปลี่ยนทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดถึงตำรวจที่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์ ก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่ด้วย
"ส่วนตำรวจกองปราบปราม ที่ว่างเว้นภารกิจ ไม่ได้มีการสืบสวนสอบสวนคดีสำคัญๆ ต้องลงไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ด้วยการคอยตรวจดูแลทรัพย์สินของประชาชน คอยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนทุกๆ เรื่อง เช่น โบกรถ เข็นรถ ซ่อมรถ หากใครไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จะมีบทลงโทษ เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อน เราต้องไม่ทอดทิ้งประชาชน" พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าว



