ข่าว

กห.ชงครม.เห็นชอบผลถกคกก.ชายแดนไทย-กัมพูชาครั้งที่7

กห.ชงครม.เห็นชอบผลถกคกก.ชายแดนไทย-กัมพูชาครั้งที่7

18 ต.ค. 2553

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครม.วันพรุ่งนี้ (19 ต.ค.) ครม.มีวาระเพื่อพิจารณาคือ ขอความเห็นชอบร่างบันทึกการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 7 ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอสาระสำคัญของเรื่อง

1.กระทรวงกลาโหม (กห.) รายงานว่า กห.จะจัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 7 ที่กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2553 หลังจากการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชาจะได้ร่วมลงนามในบันทึกการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 7 ซึ่งกองเลขานุการร่วมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา ได้จัดทำร่างบันทึกการประชุมฯ เพื่อใช้เป็นกรอบการเจรจากับคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา (ฝ่ายกัมพูชา) โดยดำเนินการตามกรอบการประชุมเพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในกรอบของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา และกลไกอื่นๆ ภายใต้กรอบนี้ ซึ่งรัฐสภาได้มีมติเห็นชอบแล้ว และเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างบันทึกการประชุมฯ แล้วจะได้นำร่างบันทึกการประชุมฯ ไปใช้เป็นกรอบการประชุม และกรอบการเจรจาต่อไป
พ/ 3 เรื่องบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว ครั้งที่ 18

 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว ครั้งที่ 18 เพื่อขอความเห็นชอบต่อรัฐสภา และให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการแจ้งฝ่ายลาว ตามข้อ 18 วรรคสี่ ของบันทึกการประชุมฯ เมื่อรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบแล้ว และให้กระทรวงกลาโหมดำเนินการตามความเห็นกระทรวงการต่างประเทศต่อไปด้วยข้อเท็จจริง

 กระทรวงกลาโหมเสนอว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว ครั้งที่ 18 ณ แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 9-16 กรกฎาคม 2553 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประธานร่วมกันและได้ร่วมกันลงนามในบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว ครั้งที่ 18 ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 190 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเพื่อให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการแจ้งฝ่ายลาว ตามข้อ 18 วรรคสี่ ของบันทึกการประชุมฯ เมื่อรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบแล้ว
สาระสำคัญของเรื่อง

 บันทึกการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว ครั้งที่ 18 ประกอบด้วย 1.ความร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว (บันทึกฯ ข้อ 7 ) (1) ความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-ลาว (2) การประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว (3) การประชุมคณะอนุกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว (4) การประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าแขวงชายแดน ไทย-ลาว (5) การประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนระดับจังหวัดและแขวง (6) ความสัมพันธ์และความร่วมมือช่วยเหลือระหว่างกองทัพและตำรวจของทั้งสองฝ่าย

 (7) การวางกำลังและการลาดตระเวนของกำลังติดอาวุธของทั้งสองฝ่ายตามบริเวณชายแดนไทย-ลาว (8) ความร่วมมือกรณีบุคคลของแต่ละฝ่ายถูกจับกุมคุมขัง (9) การเข้า-ออก บริเวณชายแดไทย-ลาว (10) ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาบุคคลสองสัญชาติ (11) ปัญหาบุคคลผู้ไม่หวังดีต่อความสัมพันธ์ไทย-ลาว (12) การปฏิบัติงานของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง

 2.ความร่วมมือในการรักษาเส้นเขตแดนไทย-ลาว (บันทึกฯ ข้อ 8) 3.การตรวจพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว (บันทึกฯ ข้อ 9) 4.ความร่วมมือในการดูแลรักษาและป้องกันตลิ่งพังและการแก้ไขปัญหาการดูดทรายในแม่น้ำโขงและแม่น้ำเหือง (บันทึกฯ ข้อ 10) 5.ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (บันทึกฯ ข้อ 11) 6.แผนงานประกอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดนไทย-ลาว (บันทึกฯ ข้อ 12) 7.การติดต่อประสานงานและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร (บันทึกฯ ข้อ 13) 8.ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากลระหว่างไทย-ลาว (บันทึกฯ ข้อ 14) 9.ความร่วมมือในการป้องกันการลักลอบค้าชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ผิดกฎหมาย (บันทึกฯ ข้อ 15) 10.ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (บันทึกฯ ข้อ 16)

 11.กำหนดเวลาและสถานที่ประชุมครั้งต่อไป โดยฝ่ายไทยรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว ครั้งที่ 19 (บันทึกฯ ข้อ 18 วรรคหนึ่ง) 12.บันทึกการประชุมฉบับนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันแล้ว จะมีผลบังคับใช้เมื่อฝ่ายไทยได้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายฯ ในสำเร็จ และแจ้งเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวผ่านช่องทางการทูตไปยังฝ่ายลาว (บันทึกฯ ข้อ 18 วรรคสี่) และ13.ในระหว่างรอกระบวนการทางกฎหมายของไทยนั้น ที่ประชุมเห็นชอบให้ปฏิบัติตามบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว ครั้งที่ 17 และบันทึกการประชุมคณะอนุกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว ครั้งที่ 42 ต่อไป (บันทึกฯ ข้อ 18 วรรคห้า)