ข่าว

 ตลาดผู้ซื้อบ้านไม่กังวลผลกระทบ"บาทแข็ง"

ตลาดผู้ซื้อบ้านไม่กังวลผลกระทบ"บาทแข็ง"

19 ต.ค. 2553

เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ได้สร้างความวิตกกังวลให้แก่นักลงทุนว่าหน่วยงานรัฐที่กำกับและดูแล ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีมาตรการอะไรออกมาเพิ่มเติม รวมถึงที่กำลังติดตามดูว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

 ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ จะเคาะดอกเบี้ยนโยบายอย่างไร อย่างไรก็ตาม ประเมินกันว่า กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% และแม้บาทจะแข็งค่าขึ้น ธปท.ยังมองเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ยังสามารถขยายตัวอยู่ในกรอบที่ กนง. ประเมินไว้ คือ 6.5-7.5% เนื่องจากขณะนี้มองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยบวกอยู่มาก

 นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า ภาพรวมเศรษฐกิจขณะนี้ ยังไม่มีอะไรน่ากังวล เพราะภาคส่งออกยังมีการเติบโตที่ดีแม้ต้องเผชิญกับค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น แต่เชื่อว่าจะผ่านพ้นไปได้ ซึ่งคงต้องอาศัยระยะเวลาหนึ่ง แล้วทุกอย่างจะปรับตัวได้เอง

  “ตอนนี้ทั่วโลกเป็นสงครามค่าเงิน ทุกประเทศพยายามประคองไม่ให้ค่าเงินของตัวเองแข็งค่ามากเกินไป" นายอนันต์กล่าว พร้อมกับให้ความเห็นอีกว่าสิ่งที่รัฐบาลไทยต้องจับตาให้ดีคือ เงินร้อนจากต่างประเทศที่เข้าไทยขณะนี้ เป็นเงินลงทุนระยะสั้นๆ ดังนั้น ถ้าเมื่อไรมีการถอนทุนคืน รัฐบาลต้องเตรียมมาตรการรองรับ เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบ

 ส่วนภาพรวมการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในขณะนี้นั้น ประธานกรรมการบริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ บอกว่า ยังไม่น่าเป็นกังวล โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในเมืองราคา 1 ล้านบาทเศษ เนื่องจากเป็นตลาดที่ผู้บริโภคยังมีความต้องการ

 ความเห็นดังกล่าวสะท้อนภาพที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ในด้านการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าว ประกอบกับดัชนีเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจพุ?ง 5 เดือนติด ทะยานขึ้นสูงสด 45 เดือน ผู?บริโภค "ซื้อรถ-บ?านใหม?” โดยมหาวิทยาลัยหอการค?าไทยเผยผลสํารวจความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู?บริโภคประจําเดือนกันยายน 2553 ปรับตัวดีขึ้นทุกรายการเป?นเดือนที่ 5 ติดต?อกัน และผลพวงดังกล่าวสะท้อนภาพบวกไปยังตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยังมีต่อเนื่องในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยระดับกลางๆ ไม่เกิน 2-3 ล้านบาท รวมถึงคอนโดมิเนียมในระดับราคาล้านต้นๆ

 อย่างไรก็ตาม จากการเร่งระดมการเปิดตัวโครงการใหม่ของผู้ประกอบการในช่วงที่ผ่านมาเชื่อว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้าหรือหากมองไปถึงไตรมาสแรกของปี 2554 การเปิดตัวใหม่น่าจะชะลอตัวลงและผู้ประกอบการมองยาวถึงสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจใน 6 เดือนข้างหน้าว่าอาจมีปัญหาเพิ่มจากปัจจุบัน เช่น อัตราดอกเบี้ยที่อาจเพิ่มสูงขึ้นใน 6 เดือนข้างหน้า ประกอบกับใน 3 ไตรมาสที่ผ่านมาของปีนี้มีจำนวนการเปิดโครงการเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ผู้ประกอบการจะระมัดระวังในการลงทุนในโครงการใหม่ในอนาคตมากยิ่งขึ้น

 หากพิจารณาถึงความเคลื่อนไหวการเปิดโครงการใหม่ในสินค้าคอนโดระดับราคาล้านบาทเศษนั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นหุ้นรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งนั่นเท่ากับว่ามีสินค้าให้ผู้บริโภคเลือกมากขึ้น สะท้อนภาพได้ว่า ความแรงในการเปิดขายเปิดจอง 1 ชั่วโมงหมดเหมือนในอดีตนั้นจากนี้ไปภาพดังกล่าวคงเห็นยากขึ้น การขายจะค่อยเป็นค่อยไป ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการขายจะมีมากขึ้น จากการอัดแคมเปญการตลาด หรือโปรโมชั่นจะเพื่อกระตุ้นการขาย การโคแคมเปญแพ็กเกจสินค้า ราคา หรืออัตราการผ่อนกับคู่ค้าหรือองค์กรที่มีฐานลูกค้าที่มั่นคง เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หน่วยงานราชการ ที่ใกล้กับโครงการที่ตั้งอยู่มีมากขึ้น
 
 สร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขาย

 นอกจากนี้ ในการทำการตลาดในรูปแบบการดึงเอาประสบการณ์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมามีส่วนร่วมก่อนที่จะเปิดขายโครงการ ถือเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่น่าจับตามอง ในยุคที่ผู้เล่นรายใหญ่ลงมาแข่งเดือดตลาดคอนโดล้านต้นๆ ที่ต้องบอกว่า บิ๊ก แอล.พี.เอ็น.เป็นเจ้าตลาดอยู่

 ล่าสุด แอล.พี.เอ็น.ได้จับมือกับนิตยสารรูม (room) นิตยสารออกแบบตกแต่งบ้านชั้นนำในเครืออมรินทร์ฯ จัดประกวดออกแบบห้องชุดฉบับกระเป๋า ภายใต้พื้นที่ 22 ตารางเมตร ตอบโจทย์คนเมืองพร้อมฟังก์ชันการใช้งานแบบครบครัน การจัดครั้งนี้ แอล.พี.เอ็น.เปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมจากเดิมจะเน้นเฉพาะกลุ่มนิสิต นักศึกษา
 
 การร่วมกันจัดกิจกรรมประกวดออกแบบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ 22 m2 THE X-TREME DESIGN CONTEST 2010 เฟ้นหาดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ให้มาโชว์ความเหนือชั้น ระเบิดความมันแบบ X-TREME กับงานออกแบบห้องชุดฉบับกระเป๋า 22 ตารางเมตร ให้มีฟังก์ชันการใช้งานแบบสุดขีดเกินที่ใครจะคาดคิด ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 2 แสนบาท ผู้ที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวดในครั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอียดที่ www.roommag.com, www.lpn.co.th

 นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ด้วยไลฟ์สไตล์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ครอบครัวที่มีขนาดเล็กลง ทำให้แนวคิดในการออกแบบที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไป หากมีใครสักคนกล้าที่จะท้าทายกฎเกณฑ์และความเคยชินของคนทั่วไป ทำไมคอนโดจะเล็กกว่าที่เป็นอยู่นี้ไม่ได้ ซึ่ง แอล.พี.เอ็น.เองก็ได้พัฒนามาแล้วกับโครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ รามอินทรา-นวมินทร์ ในห้องชุดขนาด 22 ตร.ม. โดยสามารถสร้างคอนโดมิเนียมที่มีขนาดเล็กลง แต่ยังคงมีประโยชน์ใช้สอยที่ครบถ้วน

 อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังต้องการไอเดียสร้างสรรค์อีกจำนวนมาก เพื่อรองรับลูกค้าที่หลากหลายเพราะว่าไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำให้คอนโดมิเนียมมีขนาดเล็กลง แต่เป็นที่ยอมรับได้ จึงเป็นที่มาของแนวคิดการประกวดในครั้งนี้ เพราะเมื่อความจำเป็นทางเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม ความต้องการ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ก็ทำให้คนหันกลับมามองที่อยู่อาศัยที่เน้นให้ความสะดวกสบายและความปลอดภัยเป็นหลัก ส่วนเรื่องของขนาดดูจะเป็นเรื่องรองในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยสำหรับชนชั้นกลาง เพราะปัจจุบันคอนโดมิเนียมขนาดเล็กคือคำตอบสำหรับการใช้ชีวิตในเมืองนั่นเอง

ปรียา เทศนอก