ข่าว

ตุลาการภิวัฒน์

ตุลาการภิวัฒน์

19 ต.ค. 2553

ปรากฏการณ์การพบปะกันระหว่างนายวรวุฒิ นวโภคิน ที่ปรึกษากรรมาธิการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต่อมาบุคคลที่ถูกอ้างถึงเปิดเผยตัวเองว่า คือนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในคณะทำงานฝ่ายกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปั

  และ "พ" ที่นายวิรัชอ้างว่า เป็นเลขานุการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีชื่อว่านายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ณ ห้องอาหารกู๊ดดี้ ย่านประชาชื่น เมื่อบ่ายวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา กลายเป็นละครโรงใหญ่ ที่ตัวละครแต่ละคน ต่างแสดงบทบาทอันชวนสงสัยในเจตนา ไม่ว่าใครจะแก้ข้อกล่าวหาอย่างไร แต่ในนาทีนี้ศาลรัฐธรรมนูญกำลังตัดสินความเป็นความตายของพรรคการเมืองเก่าแก่พรรคนี้ ภาพเช่นนั้นย่อมต้องการคำอธิบายมากกว่าถ้อยคำว่า ใช่ หรือไม่ใช่

 บทบาทที่เรียกกันว่า ตุลาการภิวัฒน์นั้น มีจุดกำเนิดมาจากศาลรัฐธรรมนูญ การมีอยู่ของศาลรัฐธรรมนูญทำให้ปัญหาต่างๆ ทางการเมืองที่ตีบตัน หาทางออกไม่ได้ ได้คลี่คลายไปหลายครั้ง ทว่าการใช้อำนาจตุลาการเข้าตรวจสอบการออกกฎหมาย การใช้อำนาจของนักการเมืองและฝ่ายบริหาร การใช้อำนาจตรวจสอบ ถ่วงดุล ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ นอกเหนือไปจากการใช้อำนาจตรวจสอบที่มีอยู่แล้วตามกฎหมาย เช่น การตีความกฎหมาย โดยเน้นความเป็นธรรมที่แท้จริง มากกว่าการตีความตามลายลักษณ์อักษร ก็ยังเป็นบทบาทที่สังคมตั้งข้อสงสัย เป็นบทบาทที่อาจมีความเชื่อโดยพื้นฐานในหลายเรื่อง หลายคดีว่าศาลถูกแทรกแซงหรือไม่

 โดยธรรมชาติ นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ที่ถูกอ้างว่า เป็นตัวแสดงคนหนึ่งในละครฉากนี้ เขามีความระมัดระวังอย่างยิ่งในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งความเห็นในข้อกฎหมายนายพสิษฐ์ก็จะเน้นย้ำเสมอว่าเป็นความเห็นส่วนตัว แต่การที่นายพสิษฐ์ไปร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับนายวิรัช ก่อนหน้าที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะไปให้การต่อศาลนัดสุดท้ายในวันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม และจะมีคำตัดสินคดียุบพรรคจากนี้ไม่นาน วิญญูชนย่อมคิดได้เองว่า นายพสิษฐ์จะต้องไม่ได้ไปในฐานะส่วนตัว และนายวิรัชก็ไม่มีสถานะความเป็นส่วนตัว หรือคุ้นเคยกับนายพสิษฐ์มาก่อน ถึงขนาดต้องไปเพียงเพราะต้องไปตามมารยาท

 แน่นอนว่านี่เป็นเกมการเมือง ที่พรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์เต็มๆ ไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาในรูปใด พรรคประชาธิปัตย์ก็จะตกอยู่ในฐานะเป็นรอง และแม้ว่านายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ สั่งปลดนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ออกจากตำแหน่ง แต่ก็มิได้เป็นการตัดตอนความผิด หรือยืนยันว่านายพสิษฐ์ไม่ได้เป็นตัวเชื่อมระหว่างศาลและพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่ในความเป็นจริง จะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลใดก็ตาม ประธาน อธิบดี หรือหัวหน้าศาล จะไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่ายอำนาจในการใช้ดุลพินิจตัดสินคดี ซึ่งเป็นอำนาจอิสระได้เลย ไม่ต้องพูดถึงระดับเจ้าหน้าที่ แต่ถึงกระนั้น นายวิรัช ร่มเย็น ก็พลาด ที่ถลำตัวเข้าไปพัวพันจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว