ข่าว

เชียงใหม่จัดโครงการบ้านมั่นคง
แก้ปัญหาชุมชนปลูกทับโบราณสถาน

เชียงใหม่จัดโครงการบ้านมั่นคง แก้ปัญหาชุมชนปลูกทับโบราณสถาน

01 เม.ย. 2552

เขตเทศบาลเชียงใหม่ แม้จะมีอาคารบ้านเรือน และโรงแรมสมัยใหม่อยู่เต็มเมือง แต่ก็มีไม่น้อยที่ปลูกสร้างติดกับเขตโบราณสถาน หรือบางแห่งก็สร้างทับเขตโบราณสถานไปเลยก็มี

  ประเด็นนี้ นายสุรพงษ์ สุริโย ช่างสำรวจสำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ ยอมรับว่า เขตโบราณสถานในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่มากกว่าครึ่ง ถูกที่อยู่อาศัยปลูกสร้างทับอยู่ โดยเฉพาะแนวกำแพงเมือง และวัดร้าง ตั้งแต่ถนนท่าแพไปจนถึงประตูสวนปรุง และแจ่งกู่เฮือง

 ชาวบ้านเหล่านี้อาศัยมานานไม่ต่ำกว่าสิบปี จนทำให้โบราณสถาน ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมอยู่แล้วถูกทำลายลงไปอีก ทั้งจงใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์

 ส่วนการแก้ปัญหาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะหากต้องมีการรื้อถอนบ้านเรือนประชาชนออกไปจากแนวเขตโบราณสถานทั้งหมด จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านเป็นอย่างมาก ดังนั้น การแก้ปัญหานี้จึงเรื้อรังมานานหลายสิบปี

 แต่เพื่อป้องกันโบราณสถานถูกทำลายมากไปกว่านี้ สำนักศิลปากรที่ 8 จึงมีข้อกำหนดห้ามให้มีการก่อสร้างบ้านเรือนเพิ่มและห้ามมีการต่อเติมบ้านที่อยู่ในแนวเขตโบราณสถาน หากพบมีการฝ่าฝืนก็จำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

 ร.อ.หญิง เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ บอกว่า เข้าใจทั้งกรมศิลปากรที่มีความอึดอัด จะเข้าปรับปรุงอนุรักษ์ เพราะกลัวโบราณสถานจะเสียหายก็เป็นเรื่องยาก แต่ขณะเดียวกันก็เห็นใจชาวบ้านที่อยู่กันมานาน และส่วนใหญ่มีรายได้น้อย

 เทศบาลนครเชียงใหม่ จึงแก้ปัญหานี้ตาม "โครงการบ้านมั่นคง" โดยมีขั้นตอนการดำเนินการ คือ

 ให้ความมั่นคงในที่ดิน เนื่องจากมีกว่า 3,000 ครัวเรือน ใน 12 ชุมชน ที่สร้างบ้านทับแนวกำแพงเมือง ดังนั้น แนวทางแก้ปัญหา คือ เชิญให้ไปอยู่ในที่ที่ถูกต้อง โดยส่วนหนึ่งจะจัดสรรที่ดินของเทศบาลให้เช่าในระยะยาว ในราคาถูก

 ในครอบครัวที่สมัครใจไปสร้างบ้านใหม่จะจัดงบให้ 2 ส่วน คือ เงินกู้ออมทรัพย์ในชุมชน แต่ถ้าชุมชนไม่มีกองทุนออมทรัพย์ โครงการบ้านมั่นคงจะมีงบช่วยเหลือจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหลังละ 4 หมื่นบาท ส่วนเทศบาลจะช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง

 ส่วนบ้านที่อยู่ติดกำแพงเมือง ถ้าไม่ต้องการย้ายออก ก็จะต้องมีการขยับ เพื่อให้มีระยะห่างระหว่างบ้านกับกำแพงเมือง 1.5-2.0 เมตร เป็นอย่างน้อย เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับโบราณสถาน โดยงบในการปรับปรุงจะได้จาก พอช. ส่วนเทศบาลจะช่วยในเรื่องวัสดุอุปกรณ์
 ทั้งนี้ โครงการบ้านมั่นคงได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ "ชุมชนทิพยเนตร" ที่มีบ้านทับแนวกำแพงเมืองกว่า 300 หลัง

 เทศบาลนครเชียงใหม่ตั้งเป้าว่า ภายใน 3 ปี จะมีการย้าย และปรับปรุงบ้านเรือนที่มีปัญหากว่า 3,000 ครัวเรือนให้สำเร็จลุล่วงไปให้ได้

 ขณะที่ ส.ต.ทองคำ มิ่งตระกูล ประธานชุมชนทิพยเนตร เจ้าของบ้านหลังแรกที่ย้ายลงมาจากแนวกำแพงเก่าเกือบ 3 เมตร กล่าวว่า ในชุมชนทิพยเนตรมีบ้านที่อยู่ในเขตโบราณสถานกว่า 100 หลังคาเรือน ตนเป็นหลังแรกที่ขยับออก เพราะต้องการเป็นตัวอย่างให้คนอื่น

 ส.ต.ทองคำมองว่า เทศบาลได้ชี้แจงถึงความจำเป็น และให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายให้ชาวบ้านได้คลายความกังวลไปได้มาก เนื่องจากส่วนใหญ่มีฐานะยากจน และที่ผ่านมาก็อยากย้าย อยากปรับปรุง แต่ไม่มีทุน

 ส.ต.ทองคำบอกว่า ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มมีความเข้าใจ และให้ความร่วมมือมากขึ้น เพราะการทำเช่นนี้นอกจากจะช่วยกันอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กัน

 เมื่อโบราณสถานสวยงาม บ้านเรือนสะอาดสะอ้าน นักท่องเที่ยวก็อยากเข้ามาเยือน ซึ่งจะนำรายได้มาสู่ชุมชนในที่สุด

"เอกพงศ์ ประดิษฐ์พงษ์ "