
แรงงานไทยในลิเบียกลับบ้านรับค่าจ้างคืนแล้ว
ยันพร้อมร่วมงานกับบริษัทเงินและทองพัฒนาอีก ชมดูแลดี-ไม่ทอดทิ้งแรงงาน ด้านปลัดกระทรวงเตือนดูเงื่อนไข-สัญญาดีๆป้องกันเข้าใจผิด ส่วนผู้บริหารบริษัทฯยันไม่ละเลยแรงงาน ชี้อาจถูกกลั่นแกลงจากแรงงานบางส่วน พร้อมเตือนระวังกระทบผลประโยชน์ชาติโดยรวม
วันที่ 18 ต.ค. ที่กระทรวงแรงงาน มีการจัดพิธีมอบเงินค่าจ้างให้กับแรงงานไทยที่ไปทำงานยังประเทศลิเบีย ที่มีบริษัทจัดหางานเงินและทองพัฒนาจำกัด เป็นผู้จัดส่งแรงงานจำนวน 32 คน โดยมี นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในการมอบเงิน โดยนายสุพจน์ พงษ์สุพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวก่อนการมอบเงินว่ามีแรงงานไทยเดินทางไปทำงานที่ประเทศลิเบียในส่วนของบริษัทเงินและทองฯจำนวน 198 คน
ขณะนี้ทางบริษัทและนายจ้างที่ประเทศลิเบียได้จ่ายเงินให้กับแรงงานแล้ว 40 คนและในวันที่ 18 ต.ค.อีกจำนวน 32 คน ทั้งนี้เงินค่าจ้างทางบริษัทเงินและทองพัฒนาฯได้รับเงินจากนายจ้างให้มาจ่ายให้กับแรงงานไทยแล้วจำนวน 1.87 ล้านบาท ส่วนที่เหลือกรมการจัดหางานจะติดต่อกับบริษัทเพื่อให้แรงงานมารับค่าแรงคืน ทั้งนี้แรงงานที่อยู่ประเทศได้ทยอยเดินทางยังประเทศครบทุกคนแล้ว
ขณะที่ นพ.สมเกียรติ กล่าวว่าทางกระทรวงแรงงานได้มีการร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ บริษัท เงินและทองพัฒนาฯเพื่อเข้าไปแก้ปัญหาแรงที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง ทั้งนี้อยากฝากข้อให้กับแรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศต้องดูสัญญาและเงื่อนไขต่างๆให้ละเอียดถี่ถ้วน และตรวจสอบประเพณีวัฒนธรรมการทำงานของประเทศนั้นว่าเป็นอย่างไร รวมทั้งความเป็นอยู่และแนวทางการทำงานของนายจ้าง ซึ่งสามารถขอคำปรึกษาจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานได้ และสิ่งสำคัญแรงงานต้องเดินทางไปอย่างถูกต้องและถูกกำหมาย หรือผ่านบริษัทจัดหางานที่ไดรับรองตามมาตรฐาน อย่าหลบหนีเข้า ประเทศเพื่อไปทำงาน เนื่องจาก หากเกิดอะไรจะทำให้การแก้ปัญหายากขึ้น
ด้านนายเสกสรร สุวรรณสาร กรรมการบริษัทเงินและทองพัฒนา จำกัด กล่าวว่า ความเป็นอยู่ของแรงงานที่บริษัทได้จัดส่งไปอาจไม่ดีถึง 100 % เต็มเนื่องจากยังมีแรงงานจากประเทศอื่นๆที่ทำงานร่วมกับแรงงานไทย อาทิ บังคลาเทศ ซึ่งอาจทำให้อาหารการกินมีความหลากหลาย ส่วนเรื่องการเดินทางไปทำงานซึ่งมีข่าวว่าคนงานต้องเดินเท้าไปงาน 7-8 กิโลเมตรนั้นก็ไม่เป็นความจริง ซึ่งข้อเท็จจริง ใช้ระยะทางเพียง 500- 600 เมตรเท่านั้น
นอกจากนี้หากเดินเท้าวัน ละ 7-8 กิโลเมตรท่ามกลางทะเลทรายคนงานคงจะเสียชีวิตไปตั้งแต่วันแรกแล้ว ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากคนงานบางกลุ่มที่ไม่พอใจในการทำงานของบริษัทฯซึ่งถือเป็นส่วนน้อย เพราะยังมีคนงานกว่า 90 % ที่ยังต้องการทำงานในประเทศลิเบียต่อ แต่เมื่อเกิดปัญหาจึงต้องนำแรงงานไทยกลับมาทั้งหมด ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีแรงงานไทยที่บริษัทจัดส่งไปเสียชีวิตที่ประเทศลิเบียแม้แต่คนเดียว อย่างไรก็ตามเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งอาจมาจากการพูดคุยระหว่างครอบครัวของคนที่ได้สอบถึงความเป็นอยู่ ซึ่งอาจมีบางส่วนพูดเงินจริงไปบ้าง ดังนั้นอยากให้กรมการจัดหางานช่วยแก้ปัญหา
นายจักพรรณ สุวรรณสร กรรมการบริษัทฯ กล่าวว่าตลาดแรงงานไทยในประเทศลิเบียในหนึ่งปีจะมีแรงงานไทยเข้าไปทำงานกว่า 26,000 คน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบทำให้ทางการลิเบียเกิดความไม่พอใจไม่รับแรงงานไทยเข้าไปทำงาน ซึ่งอาจทำให้แรงงานไทยที่เข้าไปทำงานในประเทศลิเบียในขณะนี้ต้องเกิดปัญหา ส่งผลให้ประเทศไทยต้องสูญเสียรายได้ ส่วนเรื่องค่าแรงของแรงงานตนยืนยันว่าแรงงานจะได้ครบหมดทุกคน อย่างไรก็ตามงานก่อสร้างหากมีเหตุการณ์ต้องหยุดชะงักลงเงินเดือนอาจได้ช้าลงไปบ้าง โดยได้พยายามติดตามปัญหาและนำเงินค่าจ้างที่แรงงานสมควรจะได้กลับมาทั้งหมด โดยทางบริษัท ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่าใด
ส่วนนายพรชัย ยุวพรหม อายุ 48 ปี ชาวบ้าน จ.ศรีสะเกษ หนึ่งในแรงงานไทยที่บริษัทเงินและทองพัฒนาฯส่งไปทำงานที่ประเทศลิเบีย กล่าวว่าเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศลิเบียได้ 10 กว่าวันแล้วการที่มารับเงินค่าจ้างในวันนี้รู้สึกดีใจมาก จำนวน 42,000 บาท ซึ่งจะนำไปใช้จ่ายในครอบครัว และขอยืนยันว่าในช่วงเวลาที่ได้ทำงานในประเทศลิเบียไม่ได้มีปัญหาตามเป็นข่าว มีเพียงแต่ปัญหาไม่ได้ค่าจ้างตรงเวลา ซึ่งในสัญญาแม้จะระบุว่าสามารถจ่ายเงินเดือนล่าช้า 2-3 เดือนต่อครั้ง ทางแรงงานก็สามารถรอได้ เพราะในสัญญาได้ระบุไว้ชัดเจน ส่วนเรื่องความเป็นอยู่ก็ไม่มีปัญหาหรือลำบากแต่อย่างใด ทั้งนี้ในเดือนพฤศจิกายนตนจะเดินทางไปทำงานที่ปะเทศลิเบีย โดยผ่านบริษัทเงินและทองพัฒนาฯอีก ตนมั่นใจว่าไม่มีปัญหาอะไรอีก เพราะทางบริษัทได้ติดตามดูความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิดไม่ได้ละเลยตามที่เป็นข่าว



