ข่าว

"สินธุ"เร่งปัดฝุ่น
ศูนย์สนุ้กเอเชีย

"สินธุ"เร่งปัดฝุ่น ศูนย์สนุ้กเอเชีย

18 ต.ค. 2553

"บิ๊กสิน" สินธุ พูนศิริวงศ์ ประธานกิตติมศักดิ์สอยคิวโลก เร่งปัดฝุ่นศูนย์ฝึก "อะคาเดมี" ใน กกท.หัวหมาก ให้กลับมาเหมือนเดิม หลังขาดงบสนับสนุนต้องปิดตัวเองมานานพอสมควร คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ในช่วงต้นปีหน้า


 นายสินธุ พูนศิริวงศ์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากได้รับเกียรติสูงสุดในชีวิตด้วยการได้รับการแต่งตั้งจากสมาคมสนุกเกอร์และบิลเลียดอาชีพโลก หรือดับเบิลยูพีบีเอสเอ โดย มร.เจสัน เฟอร์กูสัน แชร์แมนของสมาคม ได้มีหนังสือไปยังชาติสมาชิกทั่วโลกให้ตนเองดำรงตำแหน่ง “ประธานกิตติมศักดิ์” ซึ่งถือว่า เป็นหน่วยงานที่ใหญ่ที่สุดของวงการสนุกเกอร์โลก ภารกิจสำคัญเร่งด่วนงานแรกที่ต้องทำหลังจากนี้ไป คือ การรื้อฟื้นศูนย์ฝึกซ้อมกีฬาสนุกเกอร์ หรือ "อะคาเดมี" ของสมาคมที่จัดตั้งภายใน กกท.หัวหมาก ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ดังเดิม เพราะเวลานี้ศูนย์ฝึกดังกล่าวปิดตัวไปนานพอสมควร เนื่องจากขาดงบประมาณสนับสนุนจนทำให้ต้องย้ายนักกีฬาเยาวชนที่อยู่ในโครงการมาฝึกซ้อมที่สโมสรทีบีซี.สนุกเกอร์ เซ็นเตอร์


 "ก่อนหน้านี้ศูนย์ฝึกดังกล่าวเคยได้รับเงินสนับสนุนจากสมาคมสนุกเกอร์และบิลเลียดอาชีพโลกปี ละ 5 หมื่นปอนด์ หรือประมาณ 3 ล้านบาท เพื่อต้องการให้ศูนย์ฝึกแห่งนี้เป็นสาขาของสมาคมสอยคิวโลกในการพัฒนาฝีมือนักแทงในเอเชียให้พัฒนาเทียบเท่าทวีปยุโรป แถมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไทยถูกกว่า ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงประเทศอังกฤษ แต่เมื่อบอร์ดบริหารสอยคิวโลกชุดเก่าประสบปัญหาในการบริหารเงิน ทำให้งบประมาณในส่วนนี้ต้องต้องหยุดชะงักลงไป แม้ว่าสมาคมพยายามหาเงินมาจุนเจือในส่วนตรงนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอจึงต้องปิดตัวลง ทั้งที่จริงศักยภาพความพร้อมไล่ตั้งแต่ห้องแข่งขันขนาดใหญ่จุผู้ชมได้เกือบ 100 คน รวมไปถึงห้องฝึกซ้อม 2 ห้องมีโต๊ะให้ซ้อม 4 ตัว นี่ยังไม่รวมถึงที่พักภายใน กกท.หัวหมากด้วย ซึ่งถือว่ามีความพร้อมสมบูรณ์เต็มที่"


 นายกสอยคิวไทยยังกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามทางบอร์ดบริหารสอยคิวโลกได้มาเยี่ยมชมศูนย์ฝึกแห่งนี้แล้ว พร้อมรับปากว่า จะให้การช่วยเหลือสนับสนุนดังเดิม ดังนั้นตนจะพยายามติดตามเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด คาดว่า ช่วงต้นปีหน้าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม โดยเฉพาะการพัฒนานักสนุกเกอร์เยาวชนดาวรุ่งไทย ที่เวลานี้เรามีอยู่ในศูนย์ฝึกเกือบ 10 คนให้มีขีดความสามารถที่สูงขึ้น เพื่อโอกาสก้าวขึ้นไปเล่นระดับอาชีพโลก ที่สำคัญไปกว่านั้นเราจะพัฒนาศูนย์ฝึกแห่งนี้ให้เป็นเบอร์ 1 ของเอเชียเพื่อจะได้เป็นศูนย์กลางในการฝึกซ้อมกีฬาชนิดนี้ตามความประสงค์ของสมาคมสอยคิวโลก