ข่าว

นายกฯออกลุยตรวจน้ำท่วมโคราชแล้ว

นายกฯออกลุยตรวจน้ำท่วมโคราชแล้ว

18 ต.ค. 2553

นายก"อภิสิทธิ์"เดินทางไปตรวจน้ำท่วมโคราชแล้ว อุตุฯเตือนฝนหนักและน้ำท่วมฉับพลัน จีนอพยพ 4 แสนหลังน้ำท่วมใหญ่ครั้งสองใน 1 เดือน ส่วนซุปเปอร์ไต้ฝุ่น"เมกี"กำลังมา และคาดว่าจะเป็นพายุแรงสุดที่พัดถล่มจีนในปีนี้ ด้านฟิลิปปินส์เตือนประชาชน 7 ล้านคน เตรียมรับมือซู

(18ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.40 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เพื่อเดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่กรมขนส่งทหารบก ดอนเมือง เพื่อออกไปตรวจน้ำท่วมโคราชต่อทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวที่ติดตามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้รับSMS จากทีมงานนายกฯ แจ้งว่าช่วงบ่ายวันนี้นายกฯจะเดินทางไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดนครราชสีมา ดังนั้นภาระกิจนายกฯในช่วงบ่ายได้มอบหมายให้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับเยาวชน 3 คณะเข้าพบแทน รวมทั้งได้เลื่อนกำหนดเข้าพบของคณะสื่อมวลชนจากประเทศกัมพูชาออกไปก่อน ส่วนการพบปะกับรัฐมนตรีข่าวสารประเทศกัมพูชายังกำหนดคงเวลาไว้ตามเดิม

 ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัย"ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน"ฉบับที่ 26 ว่า วันนี้ (18ต.ค.) หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคกลางเคลื่อนทางตะวันตกตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนบริเวณเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง

 สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือระยะนี้ อนึ่ง ในช่วงวันที่ 18-20 ต.ค.บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวอากาศเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา
 
 สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า ผู้คนหลายแสนคนต้องอพยพหนีหลังจากมีพายุฝนพัดพัดถล่มเกาะไหหลำ ทางภาคใต้ของจีน ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ครั้งที่สองในเดือนนี้ โดยในช่วงวันศุกร์-วันอาทิตย์ มีฝนตกวัดปริมาณได้ 8 นิ้ว ทำให้มีประมาณ
200 หมู่บ้านที่มีน้ำท่วมสูง ยิ่งเพิ่มความทุกข์ยากให้กับชาวไหหลำ หลังจากเพิ่งถูกน้ำท่วมใหญ่ไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อต้นเดือนนี้

 ผู้คนมากกว่า 440,000 คน อพยพหลังจากฝนซึ่งตกหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี ทำให้เกิดน้ำท่วมร้อยละ 90 ของเกาะ สร้างความเสียหายให้กับถนนหนทาง โรงเรียน และสิ่งก่อสร้างพื้นฐานต่างๆ ขณะที่แม่น้ำสายต่างๆยังคงมีปริมาณน้ำเอ่อล้นเหนือขีดเตือนภัยมากขึ้นเรื่อยๆและมากกว่าร้อยละ 70 ของอ่างเก็บน้ำบนเกาะมีน้ำเอ่อล้นจนน่ากลัวอันตราย

 เกาะไหหลำกำลังจะมีฝฝนตกเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เพราะคาดว่าพายุไต้ฝุ่นเมกี หรืออีกชื่อหนึ่งว่า"ฮวน" จะพัดผ่านภูมิภาคนั้นภายในสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เมื่อวันอาทิตย์  ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติที่กรุงปักกิ่งของจีน ได้ออกประกาศเตือนภัยพายุลูกนี้ในระดับสีส้ม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดอันดับสอง หลังจากเมกีได้ทวีกำลังแรงกลายเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น คาดว่าจะเป็นพายุกำลังแรงสุดที่พัดถล่มจีนในปีนี้

 แถลงการณ์เตือนชาวเรือให้กลับเข้าฝั่ง และขอให้ทางการท้องถิ่นเตรียมพร้อมอพยพประชาชนคาดว่าพายุไต้ฝุ่นเมกีจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลจีนใต้ในวันจันทร์ อิทธิพลของพายุจะทำให้คลื่นลมในทะเลจีนใต้มีความรุนแรงและมีคลื่นสูงในระยะสามวันข้างหน้า

 หนังสือพิมพ์มะนิลา ไทม์ส ของฟิลิปปินส์ รายงานว่า สำนักงานบริหารบรรยากาศ,ธรณีฟิสิคส์ และดาราศาสตร์ ของฟิลิปปินส์ หรือ พากาซ่า ได้ประกาศเตือนภัยประชาชนที่อาศัยอยู่ที่เมืองอิซาเบล่า และคากายัน บนเกาะลูซอน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวและข้าวโพด ทางตอนเหนือของประเทศ หลังจากพายุไต้ฝุ่น " เมกี " เป็นภาษาเกาหลี แปลว่า "ปลาดุก" ขณะที่ฟิลิปปินส์เรียกว่า " ฮวน " กำลังเพิ่มความรุนแรงเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น ด้วยความเร็วลม 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ และคาดว่า จะพัดเข้าสู่แผ่นดินในเช้าวันนี้ โดยคาดว่าจะพัดผ่านจังหวัดคากายัน , อะปาเยาและอิโลคอส นอร์เต้

 พากาซ่า ได้ประกาศว่า พบการเคลื่อนตัวของพายุเมกี อยู่ห่างไปทางตะวันออกของเมืองอัปปารี ในจังหวัดคากายัน 390 กิโลเมตร ด้วยความแรงลมสูงสุด 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแต่กรุงมะนิลา จะได้รับอิทธิพลจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกนี้เพียงเล็กน้อย คือ ท้องฟ้าครึ้มและมี
ฝนตกเบาบาง เนื่องจากฤดูมรสุม ได้สิ้นสุดลงแล้ว และจะไม่เกิดฝนตกหนักแต่อย่างใด

 ทางการได้ประกาศปิดการเรียนการสอนของโรงเรียนประเภทเนสเซอรี่,โรงเรียนอนุบาลโรงเรียนมัธยมต้นและโรงเรียนมัธยมปลาย ในพื้นที่ประกาศเตือนภัย ยกเว้นในกรุงมะนิลา ด้านทำเนียบประธานาธิบดีมาลากัญญัง ได้ประกาศเตือนให้ประชาชน 7 ล้านคน ที่อาศัยอยู่
ในพื้นที่ภายใต้อิทธิพลของลมพายุ เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยเฉพาะอาหารและยารักษาโรค ส่วนพ่อแม่ ผู้ปกครอง ไม่จำเป็นต้องรอประกาศจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้ตัดสินใจหยุดเรียนได้เลย เมื่อเห็นว่าสภาพอากาศเลวร้าย

 ประธานาธิบดีเบนิโญ่ อากิโน่ ที่ 3 ได้ออกแถลงการณ์ว่า จะรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าเรื่องพายุไต้ฝุ่นอย่างต่อเนื่องในเว็บไซท์ของ พากาซ่า และทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการ ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาของจีน ได้คาดการณ์ว่า พายุเมกีจะพัดเข้าสู่ทะเลจีนใต้ในวันนี้ ทำให้เกิดลมแรงและคลื่นยักษ์ต่อไปอีก 3 วัน