
ค้นสูตรรสมือไทยสู่ครัวโลก
"อาหารไทย" ที่คนไทยบางคนอาจรู้สึกเบื่อ แต่ที่เมืองนอกเมืองนากลับฮอตฮิตติดท็อปเท็น หลักฐานชัดๆ ก็ตอนนี้มีร้านอาหารไทยเปิดให้ลิ้มรสความอร่อยแล้วกว่า 14,000 ร้านทั่วโลก
โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย เยอรมนี และญี่ปุ่น ซึ่งโอกาสเปิดครัวไทยสู่ครัวโลกมีขนาดนี้ สถาบันอาหารภายใต้การกำกับของกระทรวงอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนักวิชาการและภาคเอกชน จึงผุดไอเดียโครงการ "รสมือไทยพร้อมปรุง" หรือ "Taste of Siam" หวังตอบโจทย์ครัวไทยสู่ครัวโลกอย่างยิ่งยืน
จัดแถลงข่าวบอกกล่าวรายละเอียดที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ โดย ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เจ้ากระทรวงอุตสาหกรรม นำให้ข้อมูลว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้การสนับสนุนพัฒนานวัตกรรมอาหารของประเทศเพื่อสนับสนุนให้ตลาดร้านอาหารไทยเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแนวทางที่สำคัญประการหนึ่งนั่นคือการสร้างรสชาติอาหารให้มีมาตรฐานไทยแท้ มีคุณภาพและความปลอดภัยไปพร้อมกัน
"โครงการนี้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการตลอดจนเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้พัฒนาน้ำปรุงรสสำเร็จรูปในแบบต่างๆ ทั้ง น้ำจิ้ม น้ำปรุง น้ำราด น้ำสลัด น้ำหมัก และ น้ำพริกจิ้ม มานำเสนอภายใต้เอกลักษณ์และรสชาติอาหารไทยที่มีคุณภาพและความปลอดภัย เป็นเสมือนเครื่องมือในการดำเนินธุรกิจร้านอาหารไทยให้เติบโตโดยไม่สะดุด ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนพ่อครัวแม่ครัว และยังช่วยลดขั้นตอนการปรุงอาหารไทยให้มีความรวดเร็ว" รมว.อุตสาหกรรม กล่าว
หลักใหญ่ใจความ คือการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีไอเดียเกี่ยวกับการคิดค้นสูตรน้ำปรุงสำเร็จรูปต่างๆ ข้างต้นมาประชันกัน ซึ่ง เพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหารเผยคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการว่าเป็นบุคคลทั่วไปอายุระหว่าง 20-60 ปี มีสัญชาติไทย และมีวุฒิขั้นต่ำ ป.6 หรือจะเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนก็ได้
"เราจะคัดเลือกผู้สมัครเข้ารับการเวิร์กช็อปจำนวน 150 ราย และคัดเลือกเหลือ 30 รายเพื่อเข้ารอบชิงชนะเลิศต่อไป ทั้งนี้เนื้อหาของการฝึกอบรมจะครอบคลุมทั้งทฤษฎีและปฏิบัติตามหลักการของฟู้ดเซฟตี้ เพื่อเพิ่มทักษะให้แก่ผู้ร่วมโครงการ เน้นเนื้อหาเทคนิคการทำอาหาร ความรู้เรื่องเครื่องเทศและสมุนไพรไทย การถนอมอาหารโดยไม่ต้องเข้าตู้เย็น การจัดการตามหลัก GMP และ HACCP มาตรฐานอาหารฮาลาล เป็นต้น โดยจะมีคณาจารย์จาก ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ม.เกษตรศาสตร์ และ จุฬาฯ เป็นผู้ดูแล" โต้โผสำคัญของโครงการ แจง
เบื้องต้นจะพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่ส่งเข้าประกวดคร่าวๆ จากความปลอดภัย มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิต ความสม่ำเสมอของคุณภาพ และความสามารถคงตัวได้ในระหว่างการวางจำหน่าย ซึ่งผู้สนใจสมัครร่วมแข่งขันสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดใบสมัคร พร้อมแบบฟอร์มสูตรน้ำปรุงจากทางเว็บไซต์ www.tasteofsiam.net ได้ภายใน 30 ตุลาคมนี้



