
เกษตรจัดใหญ่117ปีโชว์ศักยภาพพลิกวิกฤติเศรษฐกิจ
117 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งมั่นสร้างภาคเกษตรกรรมก้าวหน้า เป็นรากฐานสำคัญนำพาไทยพ้นวิกฤตเศรษฐกิจโลก
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 117 ปี ในวันที่ 1 เมษายน 2552 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจหลักในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ ให้เจริญก้าวหน้าไปในทิศทาง ที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรให้มีคุณภาพได้มาตรฐานปลอดภัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ได้พัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และสัตว์น้ำ เทคโนโลยีการผลิต พัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทาน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็งและสามารถดำเนินงานเชิงธุรกิจได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ เช่น ปุ๋ยปลอม ปุ๋ยราคาแพงโดยนำเข้าปุ๋ยเคมีจำนวนหนึ่งเพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรในราคาถูกกว่าท้องตลาด ทำให้ปุ๋ยในตลาดมีราคาลดลง รวมทั้งส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี เป็นต้น
นายธีระ กล่าวว่า ในปีที่ 117 นี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดนโยบายการทำงานที่สำคัญ 3 ด้าน ซึ่งต้องการให้เกิดผลในรูปธรรม ประกอบด้วย 1) ด้านการพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร นโยบายที่สำคัญคือ ส่งเสริมให้มีระบบประกันความเสี่ยงให้แก่เกษตรกร เร่งรัดแก้ไขปัญหาหนี้สินและ ฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกร พัฒนาสถาบันเกษตรกรให้มีขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ
ช่วยเหลือสมาชิกในการจัดหาปัจจัยการผลิตและจำหน่ายผลผลิต เร่งดำเนินการจัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีเวทีในการปรึกษาหารือและร่วมกันแก้ไขปัญหาของภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ส่งเสริมการทำการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น เกษตรทฤษฏีใหม่ รวมถึงการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่และเกษตรกรอาสาสมัคร นอกจากนี้ยังได้ดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำโดยจัดทำแผนการดำเนินงานเป็นปฏิทินเตรียมการไว้ล่วงหน้าเป็นรายสินค้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร
2) ด้านการพัฒนาการผลิต ดำเนินการในเรื่องลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาคุณภาพผลผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้า การรับรองคุณภาพมาตรฐานสินค้า การกำหนดแหล่งส่งเสริมการผลิตและเทคโนโลยี ที่ชัดเจน เหมาะสม ส่งเสริมการแปรรูปและผลิตภัณฑ์ การเจรจาทางการค้าและมาตรฐานสินค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนการผลิตและพัฒนาพืชทดแทนพลังงาน รวมทั้งส่งเสริมการทำประมงนอกน่านน้ำ
3) ด้านการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานและภารกิจสนับสนุน คือ การแก้ไขปัญหาด้านโลจิสติกส์ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร การออกกฎระเบียบเพื่อคุ้มครองที่ดินการเกษตร เร่งรัดการจัดที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร การพัฒนาปรับปรุงและขยายระบบชลประทาน รณรงค์ให้มีการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ขยายการจัดรูปที่ดิน รวมทั้งพัฒนาและฟื้นฟูดินที่เสื่อมโทรมโดยการให้ความรู้กับเกษตรกร ในการปรับปรุงบำรุงดินของตนเองและส่งเสริมการผลิตโดยใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมีทางการเกษตร ตลอดจนพัฒนาระบบสารสนเทศการเกษตร เพื่อกระจายข้อมูลการเกษตรที่ถูกต้องให้ถึงมือเกษตรกรได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ซึ่งนโยบายการทำงานทั้ง 3 ด้าน มีทั้งเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและดำเนินการอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างกับทุกประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ทำให้เกิดปัญหาในทุกภาคการผลิต รวมทั้งภาคการเกษตรซึ่งได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่อาจจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าภาคอื่น อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรฯ ได้พยายามที่จะเข้ามาดำเนินการให้ภาคการเกษตรมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาคอื่น
โดยยังคงเป็นแหล่งนำเข้าเงินตราต่างประเทศจากการส่งออกสินค้าเกษตร และสามารถเป็นแหล่งรองรับแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการกลับเข้าสู่ภาคการเกษตร โดยการฝึกอบรมเพื่อสร้างอาชีพใหม่ให้กับแรงงานคืนถิ่นเหล่านี้ในปีที่ 117 นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานในทุกวิถีทาง ที่จะพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรและเกษตรกรให้ลุล่วงโดยเร็ว เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนมีอาหารบริโภคที่ปลอดภัยและต้องสร้างรายได้ให้กับแผ่นดินตามวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ รวมทั้งผลักดัน ให้ภาคการเกษตรสามารถบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างแท้จริงต่อไป



