ข่าว

เกษตรจัดใหญ่117ปีโชว์ศักยภาพพลิกวิกฤติเศรษฐกิจ

เกษตรจัดใหญ่117ปีโชว์ศักยภาพพลิกวิกฤติเศรษฐกิจ

31 มี.ค. 2552

117 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งมั่นสร้างภาคเกษตรกรรมก้าวหน้า เป็นรากฐานสำคัญนำพาไทยพ้นวิกฤตเศรษฐกิจโลก

นายธีระ  วงศ์สมุทร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 117 ปี ในวันที่ 1 เมษายน 2552 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจหลักในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ ให้เจริญก้าวหน้าไปในทิศทาง ที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  โดยการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรให้มีคุณภาพได้มาตรฐานปลอดภัย  สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค  ได้พัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และสัตว์น้ำ เทคโนโลยีการผลิต พัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทาน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็งและสามารถดำเนินงานเชิงธุรกิจได้อย่างยั่งยืน  พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ เช่น ปุ๋ยปลอม ปุ๋ยราคาแพงโดยนำเข้าปุ๋ยเคมีจำนวนหนึ่งเพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรในราคาถูกกว่าท้องตลาด ทำให้ปุ๋ยในตลาดมีราคาลดลง รวมทั้งส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี เป็นต้น       

 นายธีระ กล่าวว่า  ในปีที่ 117 นี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดนโยบายการทำงานที่สำคัญ  3  ด้าน  ซึ่งต้องการให้เกิดผลในรูปธรรม  ประกอบด้วย 1) ด้านการพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร   นโยบายที่สำคัญคือ ส่งเสริมให้มีระบบประกันความเสี่ยงให้แก่เกษตรกร เร่งรัดแก้ไขปัญหาหนี้สินและ ฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกร    พัฒนาสถาบันเกษตรกรให้มีขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ   

 ช่วยเหลือสมาชิกในการจัดหาปัจจัยการผลิตและจำหน่ายผลผลิต  เร่งดำเนินการจัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติ  เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีเวทีในการปรึกษาหารือและร่วมกันแก้ไขปัญหาของภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ  สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร  ส่งเสริมการทำการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น เกษตรทฤษฏีใหม่  รวมถึงการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่และเกษตรกรอาสาสมัคร นอกจากนี้ยังได้ดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำโดยจัดทำแผนการดำเนินงานเป็นปฏิทินเตรียมการไว้ล่วงหน้าเป็นรายสินค้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร

 2) ด้านการพัฒนาการผลิต  ดำเนินการในเรื่องลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาคุณภาพผลผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้า   การรับรองคุณภาพมาตรฐานสินค้า การกำหนดแหล่งส่งเสริมการผลิตและเทคโนโลยี  ที่ชัดเจน เหมาะสม  ส่งเสริมการแปรรูปและผลิตภัณฑ์    การเจรจาทางการค้าและมาตรฐานสินค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนการผลิตและพัฒนาพืชทดแทนพลังงาน รวมทั้งส่งเสริมการทำประมงนอกน่านน้ำ

 3) ด้านการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานและภารกิจสนับสนุน คือ การแก้ไขปัญหาด้านโลจิสติกส์    ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร การออกกฎระเบียบเพื่อคุ้มครองที่ดินการเกษตร  เร่งรัดการจัดที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร  การพัฒนาปรับปรุงและขยายระบบชลประทาน  รณรงค์ให้มีการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ   ขยายการจัดรูปที่ดิน  รวมทั้งพัฒนาและฟื้นฟูดินที่เสื่อมโทรมโดยการให้ความรู้กับเกษตรกร ในการปรับปรุงบำรุงดินของตนเองและส่งเสริมการผลิตโดยใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมีทางการเกษตร  ตลอดจนพัฒนาระบบสารสนเทศการเกษตร เพื่อกระจายข้อมูลการเกษตรที่ถูกต้องให้ถึงมือเกษตรกรได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง  ซึ่งนโยบายการทำงานทั้ง 3 ด้าน มีทั้งเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและดำเนินการอย่างต่อเนื่องในระยะยาว        

 ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน   ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างกับทุกประเทศทั่วโลก   รวมทั้งประเทศไทย   ทำให้เกิดปัญหาในทุกภาคการผลิต รวมทั้งภาคการเกษตรซึ่งได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน    แต่อาจจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าภาคอื่น อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรฯ ได้พยายามที่จะเข้ามาดำเนินการให้ภาคการเกษตรมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาคอื่น 

 โดยยังคงเป็นแหล่งนำเข้าเงินตราต่างประเทศจากการส่งออกสินค้าเกษตร  และสามารถเป็นแหล่งรองรับแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการกลับเข้าสู่ภาคการเกษตร  โดยการฝึกอบรมเพื่อสร้างอาชีพใหม่ให้กับแรงงานคืนถิ่นเหล่านี้ในปีที่ 117 นี้  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานในทุกวิถีทาง ที่จะพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรและเกษตรกรให้ลุล่วงโดยเร็ว เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนมีอาหารบริโภคที่ปลอดภัยและต้องสร้างรายได้ให้กับแผ่นดินตามวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้  รวมทั้งผลักดัน  ให้ภาคการเกษตรสามารถบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างแท้จริงต่อไป