
"วิรัตน์ จีนลักษณ์" เกษตรกรต้นแบบ ศก.พอเพียง
"ลองสังเกตดูว่าภรรยากินอะไร ลูกกินอะไร เรากินอะไร และพ่อแม่กินอะไร จากนั้นก็ปลูก และต้องกินในสิ่งที่ปลูกด้วย" นี่คือหลักการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงของ วิรัตน์ จีนลักษณ์ เกษตรกรตัวอย่าง วัย 52 ปี ชาว ต.เกาะโพธิ์ อ.ปากพลี จ.นครนายก ได้กล่าวไว้
ก่อนหันมาเป็นเกษตรกร ลุงวิรัตน์ เล่าว่า เขากับภรรยาเป็นพนักงานกินเงินเดือนอยู่โรงงานแห่งหนึ่งมากว่า 20 ปี ต่อมาโรงงานประสบปัญหาเศรษฐกิจต้องปิดกิจการ ทำให้วิถีชีวิตได้รับผลกระทบด้วย จึงหันมายึดอาชีพเกษตรกร บนพื้นที่ดินกว่า 10 ไร่ ปลูกไม้ผล โดยเริ่มจากส้มโอ ด้วยที่ไม่รู้อะไรเลย ทำให้ประสบปัญหามากมาย ทั้งน้ำท่วมที่ทำให้ผลผลิตทั้งหมดเสียหาย จากนั้นจึงหันมาปลูกมะดันแต่ก็ต้องเลิกไปเพราะผลผลิตออกไม่ตรงตามคาด
"ปลูกมาหมดแล้ว ทั้งพืชรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปี อย่างมะยงชิด ข้าว แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างลดพื้นที่ทำนามาทำเป็นสวน โดยกู้เงิน ธ.ก.ส.มา 2 แสนบาท ปรับพื้นที่ ขุดบ่อเลี้ยงปลา ปลูกไม้ผล แต่จากสภาพดินและน้ำในพื้นที่เป็นกรดมาก ทำให้พืช ปลาไม่โต ทางราชการจึงสนับสนุนปูนมาร์ลใช้ปรับสภาพดิน โดยใช้ร่วมกับขี้หมูแห้ง ช่วยลดความเปรี้ยวของดินได้"
ลุงวิรัตน์ บอกว่า การก้าวสู่การทำไร่นาสวนผสมที่นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้นี้ ได้สังเกตพฤติกรรมการกินของสมาชิกในครอบครัวว่า ภรรยากินอะไร ลูกกินอะไร เรากินอะไร และพ่อแม่กินอะไร จากนั้นก็ปลูกและกินในสิ่งที่ปลูกด้วย
กว่าขวบปีผ่านไป สวนของลุงวิรัตน์ได้ให้ผลผลิตมากมาย ลุงจึงได้ชักชวนเพื่อนเกษตรกรที่อยู่ใกล้เคียงให้หันมาทำไร่นาสวนผสม เพื่อหวังให้เขาเหล่านั้นพึ่งตนเองได้ พร้อมกับเปิดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน อบรมให้ความรู้ด้านวิชาการ แก้ปัญหาเรื่องดินให้เกษตรกร และบุคคลทั่วไปที่สนใจ
ผลความสำเร็จนี้ ทำให้เขาได้รับรางวัลมากมายจากกระทรวงต่างๆ ด้วยมุ่งมั่นหวังจะให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดี พึ่งตนเองได้ ขณะที่ทุกวันนี้ลุงมีรายได้จากการขายผลผลิต และแปรรูปสินค้าในสวนปีละกว่า 2 แสนบาท
"รักพงษ์ ขันแก้ว"



