ข่าว

จับเข่าคุย-อุตสาหกรรมนิเวศ ...ทางออกลดแรงต้านมาบตาพุด

จับเข่าคุย-อุตสาหกรรมนิเวศ ...ทางออกลดแรงต้านมาบตาพุด

18 ต.ค. 2553

"ภาพ" ของ จ.ระยอง ในช่วง 10 ปี ให้หลังนี้ แน่นอนว่านี่คือพื้นที่ซึ่งต้องรับกับความเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่มีฐานะของแหล่งปลูกไม้ผล แต่การเกิดขึ้นของโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ทำให้การเคลื่อนย้ายของการลงทุนในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มากระจุกตัวอยู่ที

บาดแผลเหล่านี้ทำให้การต่อต้านภาครัฐหรือโครงการลงทุนอุตสาหกรรม โดยเครือข่ายภาคประชาชนหรือผู้ได้รับผลกระทบยังคงเป็นไปอย่างร้อนแรง "คม ชัด ลึก" จับเข่าคุยกับ ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่รับบทบาทในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ถึงการหาทางออกในเรื่องนี้

 - รับงานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 1 ตุลาคม ก็มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นจากภาคประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาล ต่อโครงการลงทุนในพื้นที่
 ธวัชชัย : ที่ผ่านมาปัญหามาบตาพุด (นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมือง) เป็นเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นและได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลมาแล้วอย่างต่อเนื่อง เมื่อมารับตำแหน่ง ผมจึงขอสานต่อในนโยบายของรัฐบาล และทำงานต่อจากผู้ว่าฯ ท่านก่อน ช่วงที่มารับตำแหน่งเป็นช่วงที่มีการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ผมได้หารือกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ) ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการอุตสาหกรรม (พุทธิพงศ์ ปุณณกันต์) ซึ่งทั้งสองท่านได้มอบนโยบายให้ติดตามแก้ไขปัญหา ขอความร่วมมือจากภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญต้องประสานความร่วมมือ อุตสาหกรรมนิเวศในระยองเกิดขึ้นได้ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน ผมว่าการที่เราหาทางออกให้ทุกฝ่ายรับฟังได้ นี่เป็นเหมือนท่าทีของการผ่อนคลาย

 -ความหมายของอุตสาหกรรมนิเวศ ที่อ้างถึงคืออะไร
 ธวัชชัย : ระยอง มีพื้นที่เป็นเขตควบคุมมลพิษ ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 32 (พ.ศ.2552) ชุมชนเกิดปัญหาข้อขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างภาคอุตสาหกรรมและประชาชนในพื้นที่รอบอุตสาหกรรม ทำให้เกิดปัญหามาโดยตลอด รัฐบาลได้พยายามหาแนวทางในการดำเนินงานให้ทุกภาคส่วนอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข โดยนำแนวคิด เมืองอุตสาหกรรมนิเวศ มาพิจารณาดำเนินการ เพื่อลดข้อขัดแย้งต่างๆ ที่ผ่านมา ก็ได้มีการรณรงค์ให้ความรู้ ความเข้าใจ แก่ผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการ และประชาชน ในการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อม ระหว่างอุตสาหกรรม และชุมชน ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้เน้นในเรื่องนี้อยู่
 ทำอย่างไรให้เกิดเป็นอุตสาหกรรมสะอาด คิดว่าถ้าทุกคนทำให้มีระเบียบหลักเกณฑ์กันจริงๆ ไม่มีการฝ่าฝืน หรือไม่มีการลักลอบกระทำผิดก็คิดว่าคงประสบผลสำเร็จ ผมอยากเห็นโรงงานทุกโรงงาน หรือผู้ประกอบการทุกคนมีความรับผิดชอบต่อสังคมต่อชุมชน ซึ่งที่ต่างประเทศทำมานานแล้ว และประเทศไทยก็ทำมาเกือบ 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่สำเร็จเท่าที่ควร ถ้าทุกโรงงานเอาตัวนี้มาใช้ เพื่อสังคมหรือชุมชนที่อยู่รอบข้างโรงงานได้รับการดูแลช่วยเหลือ หรือว่าทางโรงงานทำอะไรก็ตามที่ไม่กระทบ ไม่ทำให้ชุมชนเดือดร้อน ไม่ปล่อยมลพิษ คิดว่าประชาชนเองก็คงยอมรับได้
 
 - เรื่องแบบนี้รัฐบาลคุยกันมานานแล้ว แต่ความร่วมมือก็ไม่เคยเกิดขึ้น
 ธวัชชัย : การที่โรงงานเข้ามาอยู่ใน จ.ระยอง และการที่จะให้โรงงานต่างๆ ถอนตัวออกไปก็คงทำยาก สำหรับโรงงานต่างๆ จะบอกว่าตรงนี้เป็นอุตสาหกรรมควรจะเอาชุมชนออกไป ก็คงจะยากเช่นกัน แต่ทำอย่างไรที่จะให้ทั้งสองส่วนอยู่ด้วยกันด้วยความสมดุล อยู่ด้วยกันได้โดยถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน ผมว่าต้องเอาระบบรับผิดชอบต่อสังคมมาใช้ให้ได้ และเมื่อมีความรับผิดชอบแล้วปัญหาต่างๆ ก็คงไม่เกิด ทุกคนเมื่อมีปัญหาต้องมีความรับผิดชอบที่จะต้องไปปรับปรุงแก้ไข และจะต้องมีการดูแลชุมชนด้วย ซึ่งในหลายๆ ส่วนที่ดู ไม่ใช่ว่าสถานประกอบการจะไม่มีตัวนี้ หลายสถานประกอบการก็มีระบบที่ดี แต่หลายสถานประกอบการก็ไม่มีเช่นกัน ซึ่งถ้ามีได้ทั้งหมดก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และปัญหาต่างๆ ก็จะไม่เกิด เชื่อว่าถ้าเขาไม่เดือดร้อน เขาก็จะไม่รวมตัวขึ้นมา สิ่งที่เขาเดือดร้อน เราต้องไปแก้ไขให้ และถ้าเขาอยู่สุขสบายโรงงานก็สบาย ส่วนราชการก็สบายท้องถิ่นก็สบาย แต่ถ้าฝ่ายใดเดือดร้อนทุกคนก็เดือดร้อนหมด

 -แปลว่ามีแนวทางที่จะทางลดความขัดแย้ง สร้างบรรยากาศของการอยู่ร่วมกัน
 ธวัชชัย : สำหรับปัญหามาบตาพุด ผมพร้อมจะติดตามงานการแก้ไขปัญหา แล้วพร้อมที่จะพูดคุยกับทางโรงงานต่างๆ แต่ก็ต้องขอความร่วมมือจากทางภาคเอกชนรวมทั้งภาคประชาชนด้วย เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว สำหรับระยองพื้นที่เดิมที่จะเป็นนิคมอุตสาหกรรมไม่ใหญ่เท่าไหร่ เมื่อผนวกพื้นที่ต่างๆ เข้าด้วยกันก็เลยทำให้ใหญ่ขึ้น ในระบบพื้นที่เดิมจะมีระบบของการดูแลในเรื่องของสิ่งแวดล้อมอย่างดี แต่เมื่อผนวกพื้นที่อื่นเข้ามารูปแบบของการพัฒนาพื้นที่มันไม่ได้วางมาตั้งแต่ต้น เลยทำให้การวางผังของการแก้ไขปัญหาไม่เป็นไปตามรูปแบบที่ควรจะเป็นเลยก่อให้เกิดมลพิษ แต่เมื่อเกิดขึ้นทำอย่างไรที่จะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส
 เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วทุกคนต้องมาร่วมมือกัน ทำอย่างไรก็ได้ที่จะให้ปัญหานี้จบลง ประชาชนกับสถานประกอบการได้อยู่ด้วยกันอย่างสันติ มีการดูแลซึ่งกันและกัน มีความรับผิดชอบซึ่งกันและกัน  ในเรื่องของการดูแล และการทำงานของผม ผู้ว่าฯ จะไม่คิดคนเดียว เพราะถ้าผู้ว่าฯ คิดคนเดียว เดี๋ยวจะใช้ให้ผู้ว่าฯ ไปทำคนเดียว ต้องคิดแบบบูรณาการคือทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วม ในส่วนราชการ ผมก็จะกำหนดว่าข้าราชการต้องทำอย่างไร ให้ส่วนราชการมาช่วยกำหนดกับผมด้วย ภาคเอกชนก็มากำหนดร่วมกันรวมทั้งภาคเอกชนด้วย ในเรื่องของการตั้งกองทุนที่จะเข้ามาดูแล ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ผมคิดว่ากองทุนตัวนี้จะไปช่วยเหลือประชาชน นอกจากนั้นแล้วก็จะไปช่วยดูแลลูกหลานของคนในชุมชนที่อยู่โดยรอบสถานประกอบการด้วย เช่นในเรื่องของการศึกษา เรื่องของสวัสดิการต่างๆ ทำให้อยู่ดีมีสุข ซึ่งไม่เกินจากความจำเป็นพื้นฐาน

 -ดูจะมั่นใจว่าหาทางออกได้
 ธวัชชัย : ผมมาอยู่ระยอง ขอทำงานด้วยความมุ่งมั่น เพื่อคนระยอง งานที่ต้องทำ ไม่ใช่แค่เรื่องโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเดียว ผมสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ชายทะเล ระบบนิเวศป่าชายเลน และก็จะมาดูในเรื่องของการเกษตรการท่องเที่ยว แหล่งน้ำด้วย สำหรับผมถือว่าถ้าประชาชนอยู่สบายเราก็สบายเช่นกัน...

อัจฉรา วิเศษศรี