ข่าว

ผุดเขื่อน-แก้มลิง-ประตูฯน้ำเพิ่มลดน้ำท่วม-เกษตรกรมีน้ำใช้ยั่งยืน

ผุดเขื่อน-แก้มลิง-ประตูฯน้ำเพิ่มลดน้ำท่วม-เกษตรกรมีน้ำใช้ยั่งยืน

18 ต.ค. 2553

สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือหลายระลอกในทุกๆ ปี จนเกิดภาวะน้ำท่วมซ้ำแล้วซ้ำอีก สร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนราษฎร ทรัพย์สิน พื้นที่การเกษตรจำนวนมาก แถมยังสร้างความกังวลว่าน้ำเหนือจำนวนมหาศาลอาจไหลบ่าลงท่วมพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้

เช่นเดียวกับปีนี้ สถานการณ์ฝนตกหนักถึง ณ เวลานี้ ยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกันพื้นที่เสี่ยงที่ว่าต่างมีการเฝ้าระวังเตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา โดยเฉพาะในพื้นที่เขต จ.พิษณุโลก สุโขทัย และพิจิตร

 ล่าสุด นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อม นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา คณะผู้บริหารกรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในลุ่มน้ำยมเส้นเลือดใหญ่ของชนชาวเหนือ พร้อมเปิดเวทีรับฟังแนวทางการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนอย่างใกล้ชิด ณ จ.พิษณุโลก และ จ.สุโขทัย เมื่อช่วงต้นเดือน ที่ผ่านมา

 "จากที่ลุ่มน้ำยมมีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยปีละ 4,140 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นปริมาณน้ำท่าในฤดูฝน 3,340 ล้าน ลบ.ม. และมีปริมาณน้ำท่าในฤดูแล้ง 700 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจากปริมาณน้ำในฤดูฝนและฤดูแล้ง บวกกับลุ่มน้ำยมยังไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำในลำน้ำขนาดใหญ่ที่จะเก็บกักน้ำในฤดูฝนไว้เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัย และนำน้ำที่เก็บกักไว้มาใช้ในฤดูแล้งเพื่อเป็นการแก้ปัญหาภัยแล้ง จึงเป็นเหตุให้ลุ่มน้ำยมประสบปัญหาน้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง น้ำแล้งซ้ำซากในทุกปี" อธิบดีกรมชลฯ แจงถึงเหตุผลในการพาคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำยม

 ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นกรมชลประทานได้แก้ปัญหา ด้วยการพัฒนาโครงการต่างๆ ในลุ่มน้ำยมแล้ว รวมทั้งสิ้น 741 โครงการ เป็นโครงการประเภทอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่-กลาง 13 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ของเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ 1.71 ล้านไร่ แต่ปริมาณน้ำก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เพราะทั้ง 13 โครงการที่ว่ามีความจุเก็บกักน้ำรวมประมาณ 400 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 10 ของปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปี ขณะที่มีความต้องการใช้น้ำของทั้งลุ่มน้ำรวมประมาณ 2,900 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาแหล่งเก็บน้ำเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำด้วย

 จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำยม ขณะนี้ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง แต่ยังมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบางพื้นที่ของ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพทะเล และ อ.บึงนาราง จ.พิจิตร

 "แนวโน้มสถานการณ์น้ำท่วมดีขึ้น เนื่องจากปริมาณฝนตอนบนของลำน้ำลดลงต่อเนื่อง ขณะเดียวกันกรมชลฯ ได้ใช้เครื่องมือบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ ทั้งประตูระบายน้ำ แก้มลิง คลองส่งน้ำต่างๆ ทำการผันน้ำจากแม่น้ำยมไปยังแม่น้ำน่าน พร่องน้ำจากทุ่งและลำน้ำยมไปเก็บไว้ตามแก้มลิงที่มีอยู่สองฝั่งลำน้ำ ทำให้ช่วยลดปริมาณน้ำในลำน้ำยมได้บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด เนื่องจากเครื่องมือบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่บรรเทาปัญหาได้เพียงร้อยละ 40 เพราะในช่วงฤดูฝนปีนี้ ปริมาณน้ำในลำน้ำยมมีมากถึง 1,000 ล้านลบ.ม." อธิบดีกรมชลประทาน แจงถึงความสามารถของเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่

 ขณะเดียวกันก็เร่งทำความเข้าใจและประชาพิจารณ์ชาวบ้านในพื้นที่แก่งเสือเต้น เพื่อขอความคิดเห็นของประชาชนในการก่อสร้างโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นตัวบน และแก่งเสือเต้นตัวล่าง แทนโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นเดิม ซึ่งจะชะลอน้ำในช่วงฤดูฝนได้ถึงร้อยละ 80 และกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง การรับฟังความคิดเห็นจะเสร็จสิ้นปลายปีนี้ และต้นปีนี้จะสรุปผลเสนอให้รัฐบาลตัดสินใจในการดำเนินการต่อไป

 ด้าน วีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กล่าวเสริมถึงโครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) จ.สุโขทัย อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมขณะนี้ว่า แม้ในพื้นที่จะมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอยู่บ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชากรในพื้นที่ กรมชลประทานจึงได้ศึกษาทำแผนแม่บทการพัฒนาแหล่งน้ำใน จ.สุโขทัย ในที่สุดก็มีโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่ยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) ที่ อ.สวรรคโลก

 "วัตถุประสงค์เพื่อยกระดับน้ำและผันน้ำเข้าเก็บกักตามแหล่งน้ำธรรมชาติทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำยม ตลอดจนส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรของ จ.สุโขทัย คือเป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง และช่วยบรรเทาอุทกภัยในฤดูฝน ซึ่งโครงการนี้เราได้นำระบบชลประทานเข้ามาช่วยส่งเสริมการพัฒนาและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ด้วย" รองอธิบดี แจง

  กรรณชิง ขาวสะอาด ผู้อำนวยการส่วนจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา สำนักชลประทานที่ 3 จ.พิษณุโลก กล่าวเสริมถึงภาพรวมในการติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.พิษณุโลก และสุโขทัย ว่า ถึงขณะนี้พื้นที่ลุ่มน้ำยมที่ประสบอุทกภัยรวม 12 อำเภอ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก และพิจิตร โดยน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรรวมกว่า 4 แสนไร่ เสียหายกว่า 1.2 แสนไร่

 พร้อมกันนั้นคณะได้เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการทุ่งทะเลหลวง (แก้มลิง) จ.สุโขทัย ซึ่งมีลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำแก้มลิงขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เก็บกักน้ำจากแม่น้ำลำคลองที่มีปริมาณมากในช่วงฤดูฝนไว้ เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตชุมชนเมือง รวมทั้งเป็นแหล่งน้ำกักเก็บไว้เพื่อการอุปโภค บริโภค การเกษตรในช่วงขาดแคลนน้ำ อีกทั้งเดินทางไปประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว และประตูระบายน้ำ DR2.8 ซึ่งกรมชลประทานใช้เป็นเครื่องมือสำคัญบริหารจัดการน้ำเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขต อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ให้ลดน้อยลงอีกด้วย

ธานี กุลแพทย์