ข่าว

ปชป.ระบุ"ทักษิณ"เอาชาติเป็นตัวประกันการเมือง

ปชป.ระบุ"ทักษิณ"เอาชาติเป็นตัวประกันการเมือง

31 มี.ค. 2552

วอร์รูมปชป. ประเมิน “ทักษิณ” พยายามเอาชาติเป็นตัวประกันการเมือง ปลุก “มวลชน” เป็นปฏิปักษ์ “สถาบัน” พร้อมสร้างเงื่อนไขให้ตัวเองพ้นผิด และอ้างความดีเข้าตัว โยนชั่วให้คนอื่น “เทพไท”ติงทักษิณอย่าทำตัวเป็นอีแอบอยู่เบื้องหลังม็อบ "พงศ์เทพ"อ้าง"แม้ว"โฟนอินคนเสื

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงผลการวิเคราะห์ ของคณะทำงานติดตามสถานการณ์ทางการเมือง(วอร์รูม) พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ทางพรรคได้วิเคราะห์ว่า การเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความชัดเจนมาก โดยการเอาชาติเป็นตัวประกัน เพื่อคืนอำนาจและผลประโยชน์ของพ.ต.ท.ทักษิณ โดยเป้าหมายที่ระบุว่า ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ เรียกร้องให้มีการยุบสภา หรือการยื่นร่างพรบ.ปรองดองแห่งชาติ เพื่อนิรโทษกรรม

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นแค่พิธีกรรม แต่การกระทำและการเคลื่อนไหว กลับสอดรับกับการเคลื่อนไหวพรรคเพื่อไทย เช่นกรณีที่นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ ที่ระบุว่า จะมีเหตุการณ์การนองเลือด หรือกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ออกมาระบุว่า จะซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ต.ค. 19 หรือแม้กระทั่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า จะนำมวลชนบุกกรุงเทพฯ

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า พรรคมั่นใจว่า ประชาชนทั้งชาติ ไม่ว่าสวมเสื้อสีอะไร ต่างก็ไม่ต้องการเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก และมั่นใจว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีเงื่อนไข คือ การสร้างเหตุเผชิญหน้าความรุนแรงขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้คุยกับพรรคว่า จะไม่ใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด หากสถานการณ์ความรุนแรงนั้น อาจเกิดจากกลุ่มผู้ชุมนุมก่อขึ้นเอง

 ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเป็นห่วง ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า จะเปลี่ยนประเทศไทย เพราะก่อนหน้านี้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะยกระดับ แต่ไม่ใช่เป็นการยกระดับการต่อสู้ แต่เป็นการยกระดับคู่ต่อสู้ จากพรรคและรัฐบาลไปสู่สถาบัน ที่ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของพ.ต.ท.ทักษิณ คือ กระบวนการยุติธรรม สถาบันองคมนตรี ซึ่งวันนี้ชัดเจนว่า มีการปลุกระดมมวลชน ให้เป็นปฏิปักษ์กับสถาบันเหล่านี้ โดยเปิดเผยชัดเจน

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นแกนนำโดยตรงอย่างนายจักรภพ เพ็ญแข นายวีระ มุสิกพงษ์ นางดา ตอร์ปิโด และนายสุชาติ นาคบางไทร หรือแม้กระทั่งนายใจ อึ๊งภากรณ์ ซึ่งล้วนแต่ถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นสถาบัน   ซึ่งเป็นเวทีเดียวกับที่พ.ต.ท.ทักษิณใช้ปลุกมวลชนต่อต้านสถาบัน   ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนตั้งสติ อย่าตกเป็นเครื่องมือตกหลุมพราง ของพ.ต.ท.ทักษิณที่โฟนอินอ้างว่า สถาบันเหล่านี้ได้แยกออกจากสถาบันของชาติ ซึ่งการปลุกระดมครั้งนี้ เป็นการประเทศชาติเป็นเดิมพัน หนำซ้ำยังมีการทวงบุญคุณในสิ่งที่ตนเองไม่มีส่วนร่วม เช่น กรณีการรับพระราชอาคันตุกะ


 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ตระหนักดีว่า ประชาชนมีความเป็นห่วงและต่างสอบถามว่า รัฐบาลได้ดำเนินการต่อการทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศ และทำลายสถาบันอย่างไรบ้าง พรรคยืนยันว่า จะรักษาระบบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขทุกวิถีทาง และจะเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ ถึงการเคลื่อนไหว ที่จะบ่อนทำลายสถาบันหลักต่าง ๆ ของชาติไทย สำหรับรัฐบาล ก็จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ที่เป็นปัญหาหลักของชนทั้งชาติให้น้อยที่สุดต่อไป พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจ กับนักลุงทนและความเชื่อมั่นต่อไป

“เทพไท”ติงทักษิณอย่าทำตัวเป็นอีแอบอยู่เบื้องหลังม็อบ

 นายเทพไท  เสนพงศ์  โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินผ่านระบบวีดีโอลิงค์มายังกลุ่มมวลชนเสื้อแดง 3 วัน ว่า เท่าที่ได้ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ มาตลอด เห็นความผิดปกติ เหมือนคนคลุ้มคลั่งไม่ปกติ ไม่ทราบว่าสาเหตุใด  สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ พูดว่าศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน เพราะกลุ่มอมาตยาธิปไตยต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าใจผิด หากพรรคพลังประชาชนไม่โกง ไม่ทุจริต ไม่มีเหตุผลใดที่พรรคจะถูกยุบได้ แต่ที่พรรคพลังประชาชนโดนยุบนั้น ก็มาจากตัวเองละเมิดกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีใครจับผิดได้

 กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศว่ามีเสียงปืนแตกจะกลับมานำม็อบมาปิดล้อมรัฐบาลว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่จำเป็นต้องรอวันที่ปืนแตก แต่น่าจะกลับมาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่ทำตัวเป็นนินจา อยู่เบื้องหลังม็อบอยู่ที่ประเทศไหนไม่ทราบ หากฝันที่จะเห็นการนองเลือดบนแผ่นดินไทยนั้น ตนคิดว่าคงไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้แน่นอน เพราะรัฐบาลจะไม่ตกหลุมพรางตามที่ได้ขุดไว้ ทั้งการที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาก็ไม่ควรเอาชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชนมาปกป้องตัวเอง ดังนั้น หากเป็นแม่ทัพควรอยู่เบื้องหน้า ไม่ควรอยู่เบื้องหลังทำตัวเป็นอีแอบ

  ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวหารัฐบาลชุดนี้ว่าแทรกแซงสื่อนั้น ข้อเท็จจริงแล้วตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่ไม่เคยแทรกแซงสื่อและปรับผังรายการ ซึ่งรัฐบาลโดนตำหนิจากหลายฝ่ายว่าเพิกเฉย ปล่อยให้คนของพ.ต.ท.ทักษิณ เสนอข่าว ทิ่มแทงด้านลบมากกว่าด้านบวก หากมีการแทรกแซงจริงการนำเสนอก็จะไม่ออกมาอย่างที่เห็น และคงไม่มีสถานีโทรทัศน์ ดีสเตชั่น ถ่ายทอดม็อบคนเสื้อแดงอย่างทุกวันนี้

 ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย โดยทำลายระบอบ อมาตยาธิปไตย ต้องถามว่าทำไม 6 ปีของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ถึงไม่ดำเนินการจัดการแก้ไข รวมถึงรัฐบาลของนายสมัคร  สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ทำไมไม่ดำเนินการในช่วงนั้น แต่กลับใช้สถานการณ์ช่วงนี้มาปลุกระดมเรียกร้อง เพื่อตัวเอง โดยมีความต้องการคือให้ตัวเองรอดจากการจำคุก หนีคดียึดทรัพย์ และเข้าสู่การเมืองอีกครั้ง

 “  หากอยากเข้าการเมืองก็เดินเข้ามาตามระบบไม่มีใครว่า ที่พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าไม่กลัวตายไม่มีใครเชื่อ เพราะแค่ถูกศาลตัดสินจำคุก ยังกลัวคุกจนต้องหนีละหกละเหินไป ขณะคุกยังกลัว ฉะนั้นการไม่กลัวตายไม่มีใครเชื่อ ” โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

"พงศ์เทพ"อ้าง"แม้ว"โฟนอินคนเสื้อแดงไม่สร้างความแตกแยก

 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า เขาไม่คิดว่า การโฟนอินเข้ามาหากลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง แบบเกือบทุกคืน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการสร้างความแตกแยกในสังคม เพราะเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อให้สาธารณชนได้รับรู้
 
"พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่พูด ขณะที่ผู้ที่ถูกพาดพิง ก็จะต้องชี้แจงเช่นกัน" นายพงษ์เทพ ระบุ