ข่าว

15ปากีสถาน..นักบุญหรือผู้ก่อการร้าย?

15ปากีสถาน..นักบุญหรือผู้ก่อการร้าย?

18 ต.ค. 2553

ทหาร ตำรวจกว่า 30 นาย สนธิกำลังบุกโรงแรมกลางเมืองยะลา รวบตัวชาวปากีสถาน 15 ราย หลังรับแจ้งจากธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.ยะลา พบข้อมูล "แบล็กลิสต์" หรือบัญชีรายชื่อผู้ที่มีปัญหา ผิดสัญญา เงื่อนไขทางการเงินกับธนาคาร สถาบันการเงินต่างๆ จนถึงขั้นที่สถาบันการเงินต่า

 บ่ายวันที่ 11 ตุลาคม ชาวปากีสถานรายหนึ่ง เดินทางมายังธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งใน จ.ยะลา เพื่อขอโอนเงินไปยังบัญชีในต่างประเทศ เมื่อพนักงานธนาคารตรวจสอบรายการตามคำขอกลับพบข้อความ "แบล็กลิสต์กลุ่มก่อการร้าย" ฟ้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และปฏิเสธการโอนเงินด้วยการอ้างว่าการติดต่อกับธนาคารล้มเหลวไม่สามารถทำรายการต่อไปได้ ชาวปากีสถานรายนั้นจึงรีบเดินทางออกจากธนาคารไป

 ความผิดปกติจากการทำรายการของธนาคาร ถูกรายงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาคอยรักษาความปลอดภัยในธนาคารฟัง และรีบรายงานไปยังชุดสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองยะลาทัน อีก 10 นาทีต่อมา ชุดสืบสวนสอบสวนเดินทางมาถึงธนาคาร เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ถูกปฏิเสธจากพนักงานธนาคารอ้างเป็นความลับของลูกค้า บอกเพียงแต่ว่าลูกค้าเป็นชาวปากีสถาน
 
  หลังจากนั้นปฏิบัติการตามล่าชาวปากีสถานจึงเริ่มต้นขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา และเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจยะลา 11 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจากชุดสืบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ประสานกำลังค้นหา จึงพบว่ามีชาวปากีสถาน 15 คน เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.ยะลา ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2553 มีพฤติกรรมเดินเท้าเรี่ยไรขอรับเงินบริจาคไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งทั้งหมดเปิดห้องพัก 4 ห้อง ในโรงแรมแห่งหนึ่งกลางเมืองยะลา แผนการปิดล้อมจึงต้องมีการวางแผนให้รัดกุม เนื่องจากโรงแรมดังกล่าวมีประชาชนเข้าพักจำนวนมาก หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด อาจจะส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้

 ชุดเฉพาะกิจจึงเริ่มปฏิบัติการตอน 9 โมงเช้า วันที่ 12 ตุลาคม หลังจากที่เฝ้าดูพฤติกรรมของกลุ่มผู้ต้องสงสัยตลอดทั้งคืน เมื่อชาวปากีสถานทั้ง 15 คน เริ่มทยอยเดินทางลงมาจากห้องพัก จังหวะนี้เองที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเชิญตัวชาวปากีสถานมาควบคุมตัวเอาไว้จนครบ 15 คน แล้วเชิญตัวทั้งหมดไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองยะลา เพื่อทำการสืบสวนสอบสวน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวประกอบอาชีพ (เรี่ยไร) โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมนำพาสปอร์ตทั้ง 15 คนไปตรวจสอบ

 ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังทำความเข้าใจเพื่อที่จะขอความร่วมมือในการเก็บหลักฐานบุคคล เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่ถูกต้อง นายมูฮัมหมัด จาฟาร์ อายุ 27 ปี พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นภาษาอังกฤษ ระบุว่า พวกเขามีความบริสุทธิ์ใจ เดินทางเข้ามาเมืองไทยอย่างถูกกฎหมาย มีหนังสือเดินทาง วีซ่าและพาสปอร์ตที่ถูกต้อง การเดินทางมาที่ จ.ยะลา เพื่อขอรับเงินบริจาคเพื่อไปช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่เด็กกำพร้า และช่วยเหลือเหตุอุทกภัยที่ปากีสถาน โดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายแต่อย่างใด และขอล่ามที่สามารถพูดภาษาอูรดู ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นของชาวปากีสถาน เพื่อจะได้เกิดความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น

 จากกระบวนการตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ฝ่ายข่าวกรอง และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พบว่าชาวปากีสถานในกลุ่มนี้จำนวน 4 คนมีรายชื่อและนามสกุลพ้องกับฐานข้อมูลผู้ที่ต้องเฝ้าระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) คือนายอิมราน มูฮัมหมัด นายนาดีม มูฮัมหมัด นายอิลยาส มูฮัมหมัด และนายจาฮันกิร์ มูฮัมหมัด

 สอดคล้องกับ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่ระบุว่า บุคคลทั้ง 4 คน ที่มีชื่อพ้องกับบุคคลเฝ้าระวังการทำธุรกรรมทางการเงินของยูเอ็น แต่หมายเลขพาสปอร์ตไม่ตรงกันชัดเจน

 “การตรวจสอบพาสปอร์ตจะปลอมหรือไม่นั้นคงไม่ใช่หน้าที่ของหมอ คงจะเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะตรวจสอบกันต่อไป ทีมงานของหมอมีหน้าที่ตรวจสอบทางด้านนิติวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว” พญ.คุณหญิงพรทิพย์ระบุ

 กระบวนการตรวจสอบชาวปากีสถานทั้ง 15 รายนี้ ยังคงค้นหาความจริงต่อไปว่า คนกลุ่มนี้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.ยะลา เพื่อ "เรี่ยไรขอเงิน" หรือ "ก่อการร้าย" กันแน่?!!

                     -     นครินทร์ ชินวรโกมล   -