
ศอฉ.สั่งเฝ้าระวัง24ชั่วโมง!คุมเข้มระเบิด-ล่า 5แกนนำ
การเปิดประเด็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ว่าศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งการให้ตำรวจจับตารถน้ำมัน รถแก๊ส และรถสารวัตถุไวไฟ แสดงถึงสัญญาณผิดปกติชัดเจน
ดังนั้น ในการนัดทำกิจกรรมประจำสัปดาห์ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ศอฉ.จึงต้องจับตาการฉวยโอกาสก่อเหตุความรุนแรงของกลุ่มใต้ดินเป็นพิเศษ โดยมีการประเมินว่าจะมีคนเสื้อแดงเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 5,000 คน
นั่นจึงเป็นที่มาของการสั่งคุมเข้มสถานที่ที่เป็นแหล่งผลิต “เชื้อเพลิง” รวมถึงรถแก๊ส รถน้ำมัน และรถวัตถุไวไฟ ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้ง 4 จังหวัด คือ กทม. ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ
นอกจากนั้นยังเตรียมใช้ “แผนป้องกันการสร้างสถานการณ์” ขึ้นมาควบคุมการดูแลเหตุการณ์ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคมนี้ โดยมอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และตำรวจสันติบาล เป็นผู้รับผิดชอบ
แผนดังกล่าวเตรียมไว้เพื่อรับมือกลุ่มใต้ดินเป็นหลัก โดยเฉพาะ "64 นักรบชุดดำ" ที่ ศอฉ.ยังตามจับได้ไม่หมด แม้จะสามารถจับกุม นายกษิ ดิฐธนรัชต์ แกนนำคนสำคัญที่พัวพันคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น
แต่ก็ยังเหลือแกนนำคนสำคัญอีก 5 คน ที่ยังต้องตามล่าอยู่ คือ ห. ต. ท. ภ. และ ป. ที่ยังกบดานอยู่ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล
อย่างไรก็ตาม แม้จะยังรวบตัวแกนนำอีก 5 คนไม่ได้ แต่ข้อมูลที่ได้จากการสอบปากคำนายกษิก็ทำให้เจ้าหน้าที่ล่วงรู้ถึงแผนการก่อวินาศกรรมที่จะเกิดขึ้น หากไม่เกิดความผิดพลาดที่สมานเมตตาแมนชั่นเสียก่อน
โดยกลุ่มนักรบชุดดำได้เลือกเป้าหมายไว้ 2 จุดในพื้นที่ จ.นนทบุรี และ ปทุมธานี เพื่อก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ แต่เบาะแสที่เจ้าหน้าที่ต้องการจริงๆ คือ "ผู้สั่งการ" และ "ผู้บงการ" ที่จะเชื่อมโยงไปถึงเหตุเผาเมือง และกลุ่มก่อการร้ายเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม มากกว่า
สำหรับความคืบหน้าหลังการจับกุมนายกษิเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ที่ จ.ชลบุรี ขณะนี้ได้ควบคุมตัวนายกษิไว้ในเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่ง เพื่อแกะรอยเส้นทางของนักรบชุดดำ โดยเฉพาะการฝึกยุทธวิธีการสู้รบในเมือง และการประกอบวัตถุระเบิด
“ตอนนี้นายกษิ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเหตุการณ์ที่ผ่านมามาก ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถคลายปมปัญหาที่เกิดขึ้นได้ แม้จะไม่ได้ทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ทิศทางน่าจะนำไปถึงผู้บงการว่าจ้าง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ เพราะอยู่ระหว่างการขยายผลไปถึงกลุ่มเครือข่ายต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวายในช่วงที่ผ่านมา”
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงสรุปถึงความคืบหน้าในการรีดข้อมูลจากนายกษิ แต่ก็ยอมรับว่าสถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ปลอดภัย เพราะยังมีกลุ่มที่จ้องป่วนอยู่
ฉะนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) ในฐานะ ผอ.ศอฉ. รวมทั้ง ผบ.ทบ. จึงสั่งการให้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกวินาที
ทีมข่าวความมั่นคง



