ข่าว

กัมพูชามหามิตร ?

กัมพูชามหามิตร ?

18 ต.ค. 2553

แผนฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ริเริ่มหลังไปประชุมที่ยูเอ็น ด้วยการสร้างความสัมพันธ์ในเชิงวัฒนธรรม นำร่องไปสู่ความสัมพันธ์ด้านอื่นๆ จะเริ่มต้นในวันที่ 18 ตุลาคมนี้

  ถึงแม้ความพยายามจะรักษาระดับความสัมพันธ์ที่กระเตื้องขึ้นเล็กน้อยก่อนหน้าจะถูกบั่นทอนด้วยกรณีข่าวปล่อยการฝึกอาวุธคนเสื้อแดง ที่เมืองเสียบราฐ  ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ก็ตาม แน่นอนว่าท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็นมีไมตรีมากขึ้นของสมเด็จฮุน เซน จะยังความปีติยินดีให้แก่รัฐบาลไทย ย่อมไม่ใช่ภาพที่รัฐบาลไทยจะทึกทักเอาว่า นั่นเป็นบทบาทที่สมเด็จฮุน เซน ปรารถนาที่จะให้เกิดขึ้น เพราะวาระซ่อนเร้นหลังฉากแห่งไมตรีนั้นยังยากที่จะหยั่งรู้ได้

 เช้าวันนี้ ความเคลื่อนไหวในการสานสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ จะเริ่มต้นด้วยการเข้าพบและสัมภาษณ์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ของผู้สื่อข่าวกัมพูชา ซึ่งอาจเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีจะพูดกับผู้สื่อข่าวกัมพูชา ซึ่งมีมุมมองในการรายงานข่าวสารที่แตกต่างจากสื่อไทยในหลายกรณีของความขัดแย้ง จากนั้นในเย็นวันเดียวกัน นายเขียว กัญญฤทธิ์ รัฐมนตรีข่าวสารของกัมพูชา จะเข้าพบนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะพบปะสนทนาแลกเปลี่ยนกับนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในวันถัดมา การพบปะกันระหว่างผู้นำรัฐบาลไทย และสื่อมวลชนกัมพูชา อาจสร้างความเข้าใจกันได้ระดับหนึ่ง เพราะสื่อมวลชนกัมพูชานั้น ล้วนอยู่ในอาณัติของรัฐบาลกัมพูชาเกือบทั้งสิ้น

 ไม่เพียงความพยายามที่จะกระชับความสัมพันธ์ด้านข่าวสารเท่านั้น ไทยและกัมพูชาจะมีการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม โดยกำหนดจัดคอนเสิร์ตสานสัมพันธ์ครั้งแรกในประเทศไทย โดยศิลปินนักร้องชื่อดังของทั้งสองประเทศ จะร้องเพลงร่วมกัน นี่อาจเป็นความพยายามที่น่ายินดี แม้ว่าในความเป็นจริงจะคาดหวังผลไม่ได้มากนักก็ตาม และหากกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว ในภาคเอกชน ในระดับผู้ประกอบการธุรกิจทั้งหลายที่ไปลงทุนในกัมพูชา รวมทั้งระดับชาวบ้านในเขตชายแดนสองประเทศ ไม่มีปัญหาในเชิงความสัมพันธ์ที่ต้องฟื้นฟูเลย ตรงกันข้าม นักธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในกัมพูชา ไปทำมาค้าขาย กลับได้รับการดูแล ได้รับไมตรีจิตที่ดียิ่งจากรัฐบาลกัมพูชา ความขัดแย้งที่เป็นความกังวลอยู่นี้ คือความขัดแย้งระดับรัฐบาล และคนไทยบางกลุ่มเท่านั้น

 ความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา โดยเนื้อแท้แล้ว เป็นความขัดแย้งทางการเมืองอย่างเป็นด้านหลัก คนกัมพูชาหลายคนได้รับข้อมูล ข่าวสาร และรู้จักการเมืองไทยจากเส้นทางคมนาคมที่ได้รับการซ่อมสร้างขึ้นใหม่ ถาวรวัตถุ ที่อดีตผู้นำของไทย โดยเฉพาะในยุค พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไปสร้างทำไว้ให้ ฉะนั้น ถ้าถามคนกัมพูชา น้อยคนอย่างยิ่งที่จะกล่าวว่า สนับสนุนและเห็นด้วยที่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีชื่อนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ ประเด็นความสัมพันธ์และสร้างความพยายามที่จะญาติดีกับกัมพูชา จึงลุ่มๆ ดอนๆ และผันผวนไปตามอารมณ์ของผู้นำสมเด็จฮุน เซน ไม่มีเหตุผลอื่นรวมทั้งระดับชาวบ้านในเขตชายแดนสองประเทศ ไม่มีปัญหาในเชิงความสัมพันธ์ที่ต้องฟื้นฟู