ข่าว

ปัญหาชาวบ้าน

ปัญหาชาวบ้าน

18 ต.ค. 2553

เคยคิดอยู่เสมอว่าจะทำอย่างไรให้ชาวบ้าน (ที่ไม่ใช่คนในเมืองใหญ่) และคนจนในเมืองใหญ่ซึ่งส่วนมากใช้ชีวิตอย่างง่ายๆ อยู่แล้วพ้นจากปัญหาการไม่ได้รับความเป็นธรรมในรูปแบบต่างๆ ได้มากที่สุด แต่ก็ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายนักหลังจากพบว่ายิ่งนับวันสังคมมี

 ปัญหาของชาวบ้านมักจะเกี่ยวข้องกับปัญหาสังคมและเศรษฐกิจและเป็นผลพวงจากสิ่งที่ยุคนี้เรียกว่าปัญหาเชิงโครงสร้างแทบจะทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินทำกิน การไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการขายผลิตผลทางการเกษตร การเข้าไม่ถึงระบบการศึกษาและการคมนาคมสื่อสารที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งชัดเจนว่าถ้าคิดจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้คงต้องทำการหลายอย่างพร้อมกัน

 การป้องกันและแก้ไขปัญหาเพื่อขจัดปัดเป่าความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านจึงมักเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเสียเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งเรื่องคิดจะหาทางป้องกันนั้นอย่าได้หวังเพราะมักจะอ้างกันว่าปัญหายังไม่เกิดขึ้นจึงยังไม่ควรทำอะไรก่อนเวลาอันควร ขอทุ่มเททรัพยากรให้แก่การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วเสียก่อน มีเวลาและกำลังมากพอแล้วค่อยว่ากันในเรื่องของการป้องกัน ใครคิดสร้างสรรงานในเชิงป้องกันจะถูกกล่าวหาว่าเพ้อเจ้อไม่มีรูปธรรมในการทำงาน

 ปัญหาเฉพาะหน้าที่พยายามแก้ไขเมื่อขาดความต่อเนื่องก็กลายเป็นปัญหาที่สะสมนานวันจึงส่งผลกระทบไปสู่ปัญหาอื่นอีก เช่นเดียวกับการคิดและการทำงานที่ขาดการป้องกันจึงนำไปสู่การสร้างความไม่เป็นธรรมในสังคมมากมายและซับซ้อนยิ่งขึ้น

 วังวนของปัญหาชาวบ้านเป็นเช่นนี้มานานและไม่ว่านักการเมือง ข้าราชการ หรือชาวบ้านคงรู้ซึ้งดีเช่นกัน ทางออกของวังวนจึงน่าจะเป็นกระแสทางเลือกของชาวบ้านเองมากกว่า ทางเลือกซึ่งน่าจะเป็นวิถียุติธรรมที่เป็นไปได้คือพลังขับเคลื่อนของชุมชนนั่นเอง

 ทุกวันนี้คงยอมรับกันได้ว่าชุมชนยังคงมีพลังและได้รับการยอมรับมากขึ้น แต่คงเป็นไปไม่ได้ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากอำนาจรัฐไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมายที่รับรองสนับสนุนให้ชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันพัฒนาตัวเองแทนที่จะต้องผ่านหน่วยงานภาครัฐอย่างเดียว หรือแม้กระทั่งการส่งเสริมเรื่องความรู้ทางเทคนิคและเครื่องมือที่ทันสมัย ตามแนวทางการพัฒนาตัวเองของชุมชน ซึ่งต้องมีความพยายามอย่างจริงจังมากกว่านี้เพื่อให้ทันกับกระแสทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ที่ครอบงำสังคมและโลกในปัจจุบัน

 ความไม่ชัดเจนของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นประกอบกับรูปแบบการบริหารราชการแผ่นดินแบบรวมศูนย์ทำให้ทิศทางของการเสริมพลังของชุมชนในการพัฒนาศักยภาพของตัวเองไม่ชัดเจนตามไปด้วย ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดทิศทางในเรื่องนี้ไว้ค่อนข้างชัดเจนแล้วก็ตาม ซ้ำเติมไปด้วยทัศนคติของผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องไม่ว่านักการเมืองหรือข้าราชการที่ขาดความจริงจังและต่อเนื่องในการส่งเสริมพลังของชาวบ้านในทิศทางที่ควรจะเป็นอีกด้วย

 ปัญหาของชาวบ้านเป็นโครงสร้างที่เป็นพื้นฐานของประเทศ หากได้รับการป้องกันและแก้ไขที่เป็นระบบและต่อเนื่อง เห็นว่าส่งผลในทางบวกกับการแก้ไขปัญหาของประเทศไม่ว่าจะเรื่องใดและในระดับไหนก็ตาม เท่าที่เห็นได้ในขณะนี้เช่น ปัญหาที่ดินทำกินของชาวบ้านกับประเด็นการบุกรุกที่สาธารณะของนายทุน ปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวพันกับการส่งเสริมอุตสาหกรรม ปัญหาการจัดสรรและควบคุมการใช้ป่ากับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ปัญหาการส่งเสริมการเกษตรเพื่อการส่งออกกับราคาผลิตผลที่ไม่สมดุล ปัญหาเหล่านี้เป็นทั้งปัญหาเรื้อรังของชาวบ้านและเป็นมะเร็งร้ายของบ้านเมืองที่นับวันจะกัดกินโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอยู่ตลอดเวลา

 หันมาจริงจังกับเรื่องที่เป็นเรื่องดีกว่าการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองที่เหมือนกับมองข้ามปัญหาของชาวบ้านไปซะงั้น