ข่าว

คปร.แบ่งถก5กลุ่มย่อยได้โครงร่างปฏิรูปด่วน

คปร.แบ่งถก5กลุ่มย่อยได้โครงร่างปฏิรูปด่วน

17 ต.ค. 2553

คปร.แบ่งถก 5 กลุ่มย่อย ได้โครงร่างปฏิรูปเร่งด่วน “ อานันท์ ” ลั่นไม่ใช่ทาสรัฐบาล มุ่งทำเพื่อปชช.เจ้าของปท.ตัวจริง อีก 4 สัปดาห์รวบรวมข้อมูลเสร็จ เล็งสร้างตุ๊กตาโมเดลแก้ปัญหา

(17ต.ค.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายมีการประชุมกลุ่มย่อย 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 การสร้างความเป็นธรรมในการแก้ไขปัญหาที่ทำกิน กลุ่มที่ 2 คืนการศึกษาแก่ประชาชน กลุ่มที่ 3 เสริมพลังและสร้างสวัสดิการแรงงานไทย กลุ่มที่ 4 อำนาจของชุมชนในการพัฒนา และกลุ่มที่ 5 คุณภาพชีวิตของคนในเมือง โดยนายประยงค์ ดอกลำใย ตัวแทนกลุ่มที่ 1 กล่าวว่าข้อสรุปคืออยากเห็นการกระจายการถือครองที่ดินอย่างทั่วถึงและยั่งยืน มีแนวทางคือ ให้เกิดกฎหมายภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าตามขนาดการถือครอง กระบวนการใช้ที่หากทิ้งร้างต้องถูกเก็บเพิ่มในอัตราก้าวหน้าเท่าตัวทุก 2 ปี ต้องจัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดิน เพื่อจัดหาที่ทำกินให้คนจนและเกษตรกรรายย่อย ยกระดับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโฉนดชุมชน ต้องออกกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินรูปแบบโฉนดชุมชน และอยากให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ให้เป็นระบบไต่สวนยึดเอกสารหลักฐานของประชาชนและประวัติศาสตร์เป็นตัวตั้ง ขอให้ร่วมรณรงค์ให้ยุติการคุกคามชาวบ้านที่ถือครองที่ดินซึ่งมีความขัดแย้งกับรัฐ ไม่อยากให้มีคดีใหม่เกิดขึ้น ออกกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคมที่ครอบครองที่ดินบรรพบุรุษ แต่ถูกนายทุนใช้เล่ห์ออกเอกสารสิทธิทับที่ของเขา

 นางปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร ตัวแทนกลุ่มที่ 2 กล่าวว่า มีข้อสรุป 3 ประเด็นคือ 1. รัฐต้องสนับสนุนการศึกษาทางเลือก เพื่อให้คนทุกกลุ่มยังเข้าถึงระบบการศึกษา หน่วยงานรัฐต้องให้ความสำคัญกับหลักสูตรวิถีชุมชนมากกว่านี้ 2. ปรับโครงสร้างเพื่อลดบทบาทกระทรวงศึกษาลง สนับสนุนการสอนให้เด็กมีทักษะชีวิตมากขึ้น รวมถึงต้องปฏิรูปสื่อควบคู่ไปด้วย การปลุกจิตสำนึกผู้บริหารการศึกษา และ 3. หาช่องทางใหม่นำการศึกษาเข้าถึงบ้านและคนจำนวนมาก เช่นการเปิดการศึกษาออนไลน์ ให้คนเข้าถึงระดับอุดมศึกษามากขึ้น ลดบทบาทการสอบเข้าอุดมศึกษาให้น้อยลงเพื่อลดการแข่งขันไม่ให้รู้สึกว่ามีการแข่งขันกันมากเกินไป ส่งเสริมปลูกฝังระบบคุณธรรม ความเป็นพลเมืองที่ดี

 นายชาลี ลอยสูง ตัวแทนกลุ่มที่ 3 กล่าวว่ามีผลสรุป 10 ประเด็นคือ 1. อำนาจการต่อรองของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน การจัดตั้งสหภาพแรงงาน 2. เรื่องของค่าจ้างที่เป็นธรรม โดยยึดหลักเกณฑ์ตามไออาร์โอ ซึ่งคำนวณแล้วตกวันละ 421 บาท หรือประมาณเดือนละ 12,000 บาท 3. การปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม จัดตั้งมา 20 ปีแล้ว วันนี้มีเงินกองทุนกว่า 7 แสนล้านบาท อยากให้เป็นองค์กรอิสระบริหารงานด้วยความโปร่งใส 4. จัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงของนักลงทุนข้ามชาติ ที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 3.8 แสนสถานประกอบการ 5. ขอให้ออกกฎหมายรองรับแรงงานที่ย้ายถิ่นฐานจากที่อยู่เดิม เพื่อให้การใช้สิทธิเลือกตั้งสะดวกขึ้น 6. แก้ไขพ.ร.บ.ความปลอดภัยและอาชีวะอนามัย เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย 7. ยกเลิกนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะประเภทที่เป็นคุณแก่ประชาชน เช่น ปตท. ไปรษณีย์ 8. การจัดสวัสดิการจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อน 9. การดูแลแรงงานนอกระบบ หรือประเภทแรงงานรับไปทำที่บ้าน ที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 8 ล้านคน 10. การให้ความคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ

 นางจินตนา แก้วขาว ตัวแทนกลุ่มที่ 4 กล่าวว่า มีข้อเสนอให้ยกเลิกแผนพัฒนาชายฝั่งภาคใต้ไปก่อน เพราะยังมีความขัดแย้งในพื้นที่สูง รวมถึงยกเลิกแผนจีดีพี ซึ่งการกำหนดโรงไฟฟ้ามากมายเชื่อว่าเพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรม มากกว่าเพื่อประชาชน ก่อนที่รัฐจะตัดสินใจมีดำเนินโครงการขนาดใหญ่ ต้องจัดเวทีสาธารณะก่อน ชุมชนและชาวบ้านต้องมีสิทธิและมีส่วนร่วมในการจัดสรรทรัพยากรของตนเอง การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารมากกว่านี้ แยกส่วนการจัดสรรและบริหารงบประมาณระหว่างท้องถิ่นกับส่วนกลาง ขอให้มีการผลักดันให้ความเป็นธรรมทางคดีกับชาวบ้าน

 นางจันทร์ กั้วพิจิตร ตัวแทนกลุ่มที่ 5 กล่าวว่า รัฐต้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมหรือเป็นเจ้าของแหล่งทรัพยากร โดยเฉพาะทางด้านสิ่งแวดล้อม ที่ดินของรัฐที่ทิ้งร้างในเมืองไม่มีการเปิดเผย เพราะไม่ต้องการให้ชาวบ้านเช่าหรือเข้าไปอยู่อาศัย โดยเฉพาะที่รถไฟ ให้แต่นายทุนเช่า ต้องมีการเปิดข้อมูลผังเมือง เพื่อให้ทราบแนวนโยบายแห่งรัฐในการจัดทำระบบสาธารณูปโภค เพราะวันนี้มีปัญหาการไล่ที่ชาวบ้านมาก ถามว่าถ้าไล่คนจนออกจากเมืองหมด ใครจะกวาดถนนหนทาง ใครจะเก็บขยะ รัฐต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ชาวบ้านอยู่ได้ด้วย บ้านเมืองถึงจะสมานฉันท์

 จากนั้นนายอานันท์ ปันยารชุน กล่าวสรุปผลการสัมมนาว่า การจัดเวทีวันนี้ไม่ใช่จะบอกว่าคณะกรรมการเรามีความเห็นอย่างไร เราต้องการรับฟังความเห็นชาวบ้านที่ประสบปัญหาโดยตรง หลังจากรับฟังความเห็นวันนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี มีความสบายใจอย่างหนึ่งว่าวิธีคิดของคณะกรรมการและผู้ร่วมสัมมนาไม่แตกต่างกัน ข้อมูลเหล่านี้ใน 2 สัปดาห์ทางฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ จะรวบรวมข้อมูล ข้อเสนอต่างๆให้เสร็จเรียบร้อย จากนั้นในอีก 4 สัปดาห์ เราจะมานั่งหารือกันในคณะกรรมการฯ เพื่อเดินหน้าการทำงานต่อไป กระบวนการยังไม่เสร็จวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น คนที่เป็นผู้นำกลุ่มต่างๆต้องประสานการทำงานร่วมกับคณะกรรมการฯต่อไป หลังจากได้รับฟังข้อเสนอเหล่านี้แล้ว คาดว่าไม่กี่เดือนข้างหน้าคณะกรรมการอาจจะสร้างตุ๊กตาขึ้นมา เพื่อพูดคุยกันถึงเนื้อหาสาระว่าที่พูดกันวันนี้ สุดท้ายเราจะเอากันอย่างไร เราจะไม่มีข้อยุติล่วงหน้า ขอให้คำมั่นว่าเสียงชาวบ้าน เสียงคนที่รับทุกข์ คนที่มีความคิดหลากหลาย คณะกรรมการฯจะรับฟังตลอด เราอยู่ฝ่ายเดียวกับประชาชน เป็นพวกเดียวกับพวกท่าน

 นายอานันท์กล่าวต่อว่า คณะกรรมการฯหรือสมัชชาปฏิรูปฯไม่ใช่กลไกของรัฐ เราทำงานอิสระคณะกรรมการทุกคนที่ได้รับแต่งตั้ง เราไม่ใช่รัฐบาล ไม่ใช่นายหน้า ไม่เป็นทนายให้รัฐบาล ไม่เกี่ยวข้องเลย เราจะเสนอข้อสรุปต่อสังคม แต่ให้รัฐบาลรับทราบเฉยๆ ต้องทำให้คนทั่วประเทศเกิดความตื่นตัว เราเป็นเพียงช่องทางส่งผ่าน เป็นเพียงกลไกรับใช้สังคม นายพวกเราไม่ใช่รัฐบาล นายพวกเราคือประชาชน เราต้องทำได้ด้วยกัน เรามีหน้าที่คอยเตือนสติรัฐบาลในเรื่องการปรับโครงสร้าง วันนี้ปัญหาเมืองไทยมากร้อยพันประการ เราคงทำทุกอย่างไม่ได้ สิ่งใดทำได้ มีขีดความสามารถโดยสังคมเพื่อให้ภาครัฐปฏิบัติตามเราจะทำ แต่เราไม่มีอำนาจการบริหาร หัวใจการปฏิรูปทั้งหมดคือการลดอำนาจบริหารของรัฐ ของผู้บังคับใช้กฎหมาย ของผู้วางกติกาทั้งหลาย อำนาจเหล่านี้เป็นอำนาจอันชอบธรรมของพวกเราทุกคน พวกเราจะทำงานประสานไปกับภาคประชาชนที่เป็นผู้นำของเรา ไม่อยากให้กรรมการแสดงความเห็นในขั้นนี้ เราขอรับฟังความเห็นก่อน