
จี้"มาร์ค"ปรับครม.หลังสรุปคอมฯฉาว
"พร้อมพงศ์"จี้"อภิสิทธิ์"ปรับครม. หลังดีเอสไอ.ชี้มูลประมูลคอมฉาวมท.ส่อเค้าทุจริต ด้าน"องอาจ"ชี้รัฐบาลพร้อมให้ทุกภาคส่วนตรวจสอบการทุจริต ไม่หวั่นพรรคร่วมมีปัญหา ยันไม่ทำให้เสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอน
(17ต.ค.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้ออกมาชี้มูลความผิดการเช่าระบบคอมพิวเตอร์กระทรวงมหาดไทยวงเงิน 3.49 พันล้านบาทส่อทุจริต ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงนายมงคล สุรสัจะ ว่าที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายชวรัตน ชาญวีระกูล รมว.มหาดไทย ซึ่งเรื่องดังกล่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สร้างภาพเสมอมาว่าจะดำเนินการปราบโกงหรือทุจริต จะทำอย่างไรกับเรื่องที่ดีเอสไอสรุปมานี้ ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องทั้งนายมงคล และนายชวรัตน์ แม้พรรคภูมิใจไทยจะแก้เกมด้วยการให้นายมงคง ออกมาแถลงไม่รับตำแหน่งปลัดมหาดไทย และยกเลิกการเช่าระบบคอมฯ นี่คือการส่อถึงการทุจริตชัดเจน
จึงต้องยอมตัดนิ้วเพื่อรักษาชีวิต นายอภิสิทธิ์ อย่าสร้างภาพอีกต่อไป ควรปรับคณะรัฐมนตรีล้างภาพทุจริต ตรงนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีควรปรับรมว.มหาดไทยออกเสีย แล้วหาคนดีๆมาแทน รวมทั้งปรับครม.ในส่วนของพรรคอื่นๆ ที่ไม่มีผลงาน นายอภิสิทธิ์ต้องทำได้แล้ว ถือว่าเป็นการปรับเพื่อชาติสักครั้ง ทำประโยชน์ก่อนที่จะถึงคดียุบพรรค ซึ่งไม่ปรับก็จะมองได้ว่านายอภิสิทธิ์ คิดแต่เรื่องเอื้อพวกพ้องเพื่ออยู่ต่อไปเท่านั้น
ต่อมาเวลา 10.00 น.ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีมีข่าวว่ามีความพยายามที่จะการตรวจสอบการทุจริตพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลว่า การทำงานในฐานะแกนนำรัฐบาล นโยบายนายกรัฐมนตรีเน้นในเรื่องความโปร่งใส ซื่อสัตย์ ดังนั้นคิดว่า การทำงานของรัฐบาลก็พร้อมจะให้ทุกฝ่ายตรวจสอบ โดยเฉพาะเรื่องทุจริต ปัจจุบันพรรคการเมืองฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องทุจริต สื่อมวลชนได้ติดตามเรื่องต่างๆของรัฐบาลที่เกี่ยวกับการทุจริต ในฐานะที่พรรคปชป.เป็นแกนนำรัฐบาล ตนคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่สามารถตรวจสอบได้ การทำงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทุจริตได้ ดังนั้นการเป็นแกนนำรัฐบาลคงไม่มีปัญหาอะไรที่จะไปกีดกั้น หาทางระงับยับยั้งไม่ให้มีการตรวจสอบในเรื่องการทุจริต เชื่อว่า การตรวจสอบของรัฐบาล มีความโปร่งใส น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่ จะไปเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดปัญหาหรือเสถียรภาพในการทำงานร่วมกัน
“ เราเป็นรัฐบาล ถูกตรวจสอบโดยสังคม โดยสื่อหรือพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และกรรมาธิการชุดต่างๆ ในสภา ภาคประชาชนเองก็ตรวจสอบได้ ผมคิดว่าการตรวจสอบการทำงาน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการทุจริต เราในฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ใครก็สามารถตรวจสอบได้ ส่วนใครจะพอใจหรือไม่ เป็นเรื่องปกติธรรมดา เราต้องเปิดใจกว้างให้เขาตรวจสอบได้ ” นายองอาจ กล่าว



