ข่าว

คกก.ปฏิรูปเปิดเวทีฟังความเห็นปชช.ที่มธ.

คกก.ปฏิรูปเปิดเวทีฟังความเห็นปชช.ที่มธ.

17 ต.ค. 2553

คกก.ปฏิรูปเปิดเวทีฟังความเห็นปชช.ครั้งแรกที่มธ. “อานันท์”บอกถึงเวลาแล้วทุกคนต้องเข้ามามีส่วนร่วมเพื่ออนาคตปท.ไทย

(17ต.ค.) ที่หอประชุมใหญ่ใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเวลา 09.00 น.คณะกรรมการปฏิรูป ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 เรื่อง “ ลดอำนาจรัฐ ขจัดความเหลื่อมล้ำ ” โดยนายอานันท์ ปันยารณชุน ประธานคณะกรรมการปฏิรูป กล่าวเปิดการประชุมว่า ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในขณะนี้สะสมกันมานานมาก ดังนั้นหากจะแก้ไขปัญหาก็ต้องมีการจัดระบบกันใหม่ ซึ่งการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ไม่ได้ต้องการชี้นำ แต่มาเพื่อรับฟังข้อมูลจากปากประชาชน อย่างไรก็ตามแม้หลายฝ่ายจะบอกว่ากรรมการที่อยู่ในคณะกรรมการปฏิรูปมีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว แต่ตนอยากบอกว่าความรู้เหล่านั้นไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ เพราะสิ่งสำคัญคือความเข้าใจ ไม่ใช่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองรู้ แต่ต้องเข้าใจในสิ่งที่คนอื่นรู้ คนอื่นนึกคิด เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องถูกหรือผิด หรือใครรู้ดีกว่าใคร แต่ทุกคนต้องมาร่วมกันหาทางออกร่วมกันเพราะมันมีความหมายกับอนาคตของประเทศไทย

 นายอานันท์ กล่าวต่อว่า ประชาชนฝันอยากได้อำนาจ ในอดีตการกระจายอำนาจไม่ป็นจริง เพราะมัวแต่มีพี่เลี้ยง มีผู้ดูแลให้คำแนะนำ เราจะได้ยินคำที่วาเมื่อไหร่จะโตสักที เมื่อไหร่ชนชั้นผู้ปกครองจะเห็นหัว ทั้งที่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับชนชั้น แต่เราต้องร่วมกันช่วยกันในการแก้ไขปัญหา แก้ที่ต้นเหตุ ความอยุติธรรมและความเหลื่อมล้ำนั้นเกิดทุกที่ เกิดขึ้นทั่วโลก แต่ตราบใดที่มนุษย์ยังเป็นมนุษย์เหนือกว่าสัตว์เดรัจฉาน มีความคิด มีปัญญา สิ่งเหล่านี้ไม่ยากที่จะแก้ไข ต้องช่วยกันไม่ให้ถูกผู้ใช้อำนาจรัฐ ผู้ใช้กฎหมายกระทำกับพวกเรา ที่ผ่านมาผู้ใช้อำนาจรัฐต้องรับผิดชอบความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่ เราเองก็ต้องรับผิดชอบว่าเราบกพร่องในหน้าที่หรือเปล่า เราเรียกร้องสิทธิแต่บกพร่องต่อหน้าที่ ทั้งที่สิทธิต้องควบคู่ไปกับความรับผิดชอบด้วย กระบวนการปฏิรูป เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประทศที่ทุกคนต้องมีสิทธิรับผิดชอบ คนในประเทศต้องเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง สร้างสรรค์ แต่ที่ผ่านมาคนยังบอกว่าเราไม่พร้อมทั้งที่ความเป็นจริง 70-80 ปีที่ผ่านมา คนไทยพร้อมแล้วที่จะใช้สติปัญญา ความรู้ ประสบการณ์ในการเข้ามามีส่วนร่วม อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะแสดงในอนาคตไม่ใช่ความพร้อมเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อได้อำนาจกลับคืนมาแล้ว เราต้องปรับระบบ ปรับกลไกของบุคคลในสังคมทั้ง 64-65 ล้านคนให้พร้อม ในการรับอำนาจนี้แล้วคืนความสงลและให้อำนาจนี้กับทุกคน

 จากนั้นได้มีการเสวนาเรื่อง “การจัดสรรอำนาจใหม่ เพื่อทรัพยากรไทยที่ยั่งยืน” โดยได้มีผู้นำเครือข่ายต่างๆและสมัชชาเข้าร่วม โดยนายเหมราช ลบหนองบัง ผู้นำเครือข่ายปฏิรูปที่ดินอีสาน กล่าวว่า จริงๆเราไม่ต้องรอให้มีการปฏิรูปก็ได้หากเราอยู่ในยุคพระศรีอาน แต่มันไม่ใช่ ขณะนี้เราเจอวิกฤตหลายต่อหลายอย่าง ทั้งวิกฤติสิ่งแวดล้อม วิกฤติเศรษฐกิจหรือวิกฤตการเมือง ซึ่งล้วนมาจากผลพวลของความไม่สมดุลของสังคมโลก และเกิดจากการใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็น ในเรื่องการจัดการที่ดินของสังคมไทยนั้น เอื้ออำนวยให้กับคนส่วนน้อย ให้กับกลุ่มทุนธุรกิจ และกลุ่มที่มีอำนาจให้เข้ายึดครองที่ดิน ดังนั้นตนจึงอยากเสนอให้มีการเก็บภาษีที่ดินแบบก้าวหน้า ซึ่งไม่ได้คำนวนพื้นที่ที่ดินเท่านั้น แต่ต้องคำนวนเรื่องการพัฒนาที่ดินในพื้นที่ที่ครอบครองด้วย ที่ผ่านมาเราใช้กฎหมายปฏิรูปที่ดิน โดยห้ามซื้อขาย แต่ปรากฎว่ามีการซื้อขายอยู่ทุกขณะ จนตอนนี้เครือข่ายชุมนุมได้ร่วมกันในการออกโฉนดชุมชนและรักษาที่ดินมากกว่าเจ้าหน้าที่รัฐด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้มีมาตรการคุ้มครองพื้นที่เกษตกรรมและเนื่องจากขณะนี้มีเรื่องที่ดินอยู่ในกระบวนการการดำเนินคดีอยู่เยอะ จึงอยากให้มีการปฏิรูปการพิจารณาคดีความเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย ดังนันการปฏิรูปประเทศไทยจะไม่เกิดขึ้นหากคนไทยไม่เชื่อว่าตัวเองมีอำนาจ จึงขอให้เชื่อว่าตนมีอำนาจแล้วใช้อำนาจผลักดันสังคม

 ด้านนายอนันต์ ดวงแก้วเรือน สมัชชาป่าชุมชนภาคหนือ กล่าวว่า วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องที่หน่วยงานรัฐและชาวบ้านต้องหันหน้าเข้าหากันให้ช่วยกันแบ่งปันพื้นที่และควรเอากฎหมายเรื่องดิน น้ำ ป่า มาร่วมกันเพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกันและอยากให้มีการกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นอย่างจริงจัง

 นายสุทธิ อัชฌาศัย เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่า การปฏิรูปทรัพยากร เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำ แต่ใช้ตรรกะอะไรในการทำ ต้องไม่ใช่ปฏิรูป ปฏิคลำ แต่ต้องผลักดันให้เกิดขึ้น ดังนั้นเรายังฝันว่าจะมีการปฏิรูปเกิดขึ้นและจัดการความเป็นธรรมในเรื่องการใช้ทรัพยากร และการปฏิรูปประเทศ เมื่อรัฐบาลฟังความเห็นเขาแล้วก็ขอให้ทำตามด้วย