ข่าว

โวยรัฐไม่จริงใจแก้ผลกระทบจากสลายม็อบแดง

โวยรัฐไม่จริงใจแก้ผลกระทบจากสลายม็อบแดง

17 ต.ค. 2553

5 ชุมนุมโวยรบ.ขาดความจริงใจผลกระทบจากสลายม็อบแดง เผย "ส.ส.- ส.ก.-ส.ข." มอบสิ่งของช่วยเหลือแบบเลือกปฎิบัติเหมือนคนต่างสี เย้ยทำอย่างนี้เมื่อไหร่จะสร้างความปรองดองได้

(17ต.ค.) เวลา 09.00 น. ที่สำนักกลางนักเรียนคริสเตียนแห่งประเทศไทย เขตปทุมวัน คณะอนุกรรมการเยียวยาและฟื้นฟูปัญหาความรุนแรง ของคณะกรรมการอิสระเพื่อความปรองดอง (คอป.) ได้จัดเวทีรับฟังปัญหาจากตัวแทน 5 ชุมชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้แก่ 1.ชุมชนซอยพระเจน 2.ชุมชนบ่อนไก่ เขตปทุมวัน 3.ชุมชนสามัคคีรวมใจ (ยานนาวา) 4.ชุมชนริมคลองบางซื่อ เขตดินแดง และ 5.ชุมชนดินแดง โดยมีหน่วยงานศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสิทธิผู้หญิง(เอ็นจีโอ) ซึ่งได้รับงบประมาณจากเวิล์ดแบงก์ มาเก็บข้อมูลในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมชนเมื่อช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ใน 5 ชุมชน จึงได้ประสานให้คณะอนุกรรมการฯ มารับฟังปัญหาจากตัวแทน 5 ชุมชนในครั้งนี้ โดยมี ศ.น.พ.รณชัย คงสกล ประธานคณะอนุกรรมการเยียวยาและฟื้นฟูปัญหาความรุนแรง คอป. และอนุกรรมการฯ คนอื่นๆ มาร่วมรับฟังปัญหาด้วย โดยมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมกว่า 100 คน

 ศ.น.พ.รณชัย กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการเยียวยาปรองดอง เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปสังคมของคณะกรรมการอิสระเพื่อความปรองดอง( คอป.) ชุดที่มี นาย คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการฯ โดยคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ ตั้งใจมาพบปะตัวแทนชุมชน เพื่อรับฟังปัญหาของชาวชุมชนทั้งหลาย หลังผ่านเหตุการณ์การชุมนุมมาแล้ว 3 เดือน แต่ยังมีความเดือดร้อนอยู่ อยากให้หน่วยงานใดบ้างมาช่วยเหลือ ก่อนที่จะรวบรวมข้อมูลที่ได้ทั้งหมดนำเสนอต่อหน่วยงานของรัฐต่อไป และขอยืนยันว่าเป็นคณะที่มีความเป็นอิสระ และเป็นคนกลางที่จะช่วยสื่อปัญหาของพี่น้องไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

 นางสุรีพร จันทรประสาท กรรมการชุมชนจากซอยพระเจน กล่าวว่า ช่วงเหตุการณ์ที่ผ่านมาถือเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่เจอกับตัวเอง และไม่คาดคิดว่าจะมีเกิดขึ้น ซึ่งทุกวันนี้ยังไม่ได้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างแท้จริง โดยในช่วงแรกกว่าจะได้รับการช่วยเหลือต้องไปออกรายการทีวี ทั้งที่กลัว แต่ที่ไปก็เพื่อปากท้องเพราะช่วงแรกไม่ได้รับการช่วยเหลือ พวกเราจะอดตายกันอยู่แล้ว หลังจากออกทีวีได้มีประกาศจากรัฐบาลให้ไปลงทะเบียนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ทุกวันนี้เรื่องก็เงียบหายไป ไม่มีเสียงตอบรับอะไรกลับมา จนมาวันหนึ่งได้พบกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสิทธิผู้หญิง ก็ได้เข้ามาและให้ความช่วยเหลืออย่างแท้จริง เพราะทรัพย์สินบางส่วนหายไป บางคนมีอาชีพค้าขายบริเวณ ร.6 สวนลุมฯ

 " ช่วงที่มีการกระชับพื้นที่พวกรถเข็น และเครื่องมือทำมาหากินก็หายไปหมด จนทุกวันนี้เรามีหนี้สินนอกระบบเข้ามา และเสียดายรัฐบาลเปิดเวทีแต่ละครั้งใช้งบประมาณไปมาก ตนคิดว่าน่าจะเอาเงินส่วนนี้มาช่วยเหลือพวกเราและให้เกิดความปรองดองต่อสังคมไทยมากกว่า ส่วนแผนในอนาคตของพวกเราหวังที่จะดูแลตัวเองและดูแลร่วมกัน สิ่งที่อยากได้ ณ วันนี้ คือ 1.เสียงตามสายในชุมชน เพื่อใช้เครื่องมือในการสื่อสารภายในชุมชนให้รับรู้ และเครื่องมือในการดับเพลิง ซึ่งที่ผ่านมาเคยร้องขอไปแต่ กทม.ปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่มีแหล่งน้ำ ขณะที่ ส.ก. ส.ข. ที่มีความใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุดก็ไม่เคยให้ความสนใจชุมชน หรือให้ความช่วยเหลือใดๆ เลย " นางสุรีพร กล่าว

 นางสุรีพร กล่าวอีกว่า อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลพวกเรา เพราะทุกวันนี้เหมือนว่าพวกเราไม่มีตัวตน และเหมือนว่าไม่มีชุมชนพระเจนอยู่ในนี้แล้ว ขณะนี้ภาพของชุมชนที่เห็นทหารยิงประชาชนเสียชีวิตด้วยตาของตัวเอง ยังไม่สามารถลบภาพเหล่านี้ออกจากใจของประชาชนได้ ไม่ว่าจะอยู่ในชุมชนใด จึงอยากให้หน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือ ที่ผ่านมาในอดีตเมื่อนึกถึงทหารจะมีความรู้สึกอบอุ่น แต่ในปัจจุบันจะรู้สึกกลัว และตกใจ ไม่รู้จะลบภาพนั้นออกไปได้อย่างไร ส่วน  งบประมาณที่รัฐบาลให้ ส.ส.เอาไปลงพื้นที่ แต่ข้อเท็จจริง ส.ส.เอาไปให้หัวคะแนนของตัวเอง และแจกให้คนของตัวเอง ไม่ได้เยียวยาแบบเสมอภาค เยียวยาเหมือนการเลือกสีเลือกฝ่าย แล้วอย่างนี้จะปรองดองได้อย่างไร อยากให้ปรองดองกันอย่างแท้จริงหรือไม่ 

 ด้านนางทองเริ่ม จันทร์มี ตัวแทนชุมชนบ่อนไก่ มีอาชีพค้าขายอยู่หน้าปั๊ม ปตท. ถ.พระราม 4 กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการที่ชุมชนถูกปิดล้อม ทำให้ไม่สามารถออกไปค้าขายได้ เมื่อเหตุการณ์สงบรัฐบาลได้ประชาสัมพันธ์ให้ไปลงทะเบียนขอรับการเยียวยาได้ที่สำนักงานเขต ตนจึงไปลงทะเบียนแต่เขตอ้างว่าจุดที่ ตนทำการค้าขายไม่อยู่ในข่ายความเดือดร้อน จึงไม่ได้รับการติดต่อหรือไได้รับความช่วยเหลือใดๆ เลย ต่อมาได้โทรไปขอความช่วยเหลือที่สายด่วนของรัฐบาล 1111 สุดท้ายเรื่องก็เงียบไปเช่นกัน ตนจึงตัดสินใจจะไปขอกู้เงินตามโครงการที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องมีใบเสร็จที่ลงทะเบียนจากทางเขตตนจึงไปขอซื้อใบเสร็จจากทางเขตเป็นเงิน 700 บาท พอจะไปกู้เงิน 1 แสนบาท ธนาคารกลับบอกว่าแม่ค้าแผงลอยไม่สามารถปล่อยกู้ให้ได้ เพราะไม่ได้เสียภาษี ทำให้ต้องไปกู้นอกระบบ ที่มีการคิดดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 20 ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องหนี้นอกระบบ ทั้งนี้จากข้อมูลที่ให้ไปทั้งหมดนี้เป็นภาพลบกับรัฐบาล 

 จากนั้น น.พ.รณชัย กล่าวต่อว่า จากการรับฟังปัญหาพบว่าที่ผ่านมาการเยียวยายังมีปัญหา พบว่าสุดท้ายแล้วประชาชนยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม และยังมีความรู้สึกโกรธแค้นอยู่ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาหนี้สิน ดังนั้นจะได้เสนอต่อ คปอ. ในการให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ และในเร็วๆ นี้ ทาง คอป.จะไปรับฟังความรู้สึกของประชาชนภายในสิ้นเดือนนี้ ที่ จ.ขอนแก่น ส่วนในพื้นที่ กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จะมีการจัดเวทีย่อย 50 เขต 50 ชุมชน ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการว่าจะชุมชนใดจะเป็นชุมชนแรก โดยจะเชิยตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ คือ กทม. เข้ามาร่วมรับฟัง เพื่อให้เกิดแนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น รวมทั้งไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เข้าไปแล้วชุมชนต่อต้าน ว่าเราเป็นหน่วยงานของรัฐเหมือนกันครั้งที่ผ่านมาที่เราเตรียมการจะเข้าไปแล้วแต่ชุมชนไม่ยอมให้เข้าไป จึงอยากชี้แจงให้ประชาชนทุกฝ่ายและชาวชุมชนเข้าใจว่า คอป. หรือคณะอนุกรรมการเยียวยา เป็นหน่วยงานอิสระ ไม่ได้เป็นหน่วยงานของรัฐ แต่ตั้งใจที่จะประสานหรือเชื่อมความรู้สึกที่ยังมีความโกรธแค้น ให้เกิดความปรองดองขึ้นมา

 นางประเทือง พิสิทธิ์ ผู้ประสานงานศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสิทธิผู้หญิง กล่าวว่า การจัดเวทีครั้งนี้ เนื่องจากในส่วนของเราได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลในชุมชนที่ได้รับผลกระทบ พบความเดือดร้อนของชาวบ้านว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือ เช่น ชุมชนบ่อนไก่ บ้านบางหลังมีสภาพหลังคารั่ว ทุกวันนี้ไม่ได้รับการช่วยเหลือในการซ่อมแซมจากหน่วยงานใดเลย รวมทั้งในเรื่องของการกระชับพื้นที่ในชุมชนต่างๆ ทำให้ชุมชนได้รับผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ อีกทั้งมีความรู้สึกไม่ดีกับรัฐบาล โดยรู้สึกรัฐบาลทำเกินกว่าเหตุ ทหารยิงประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ ภาพเหล่านี้ชาวบ้านยังติดตาอยู่