ข่าว

ม.หอการค้าไทยหวั่นม็อบเสื้อแดงซ้ำเติมศก.ทรุดหนัก

ม.หอการค้าไทยหวั่นม็อบเสื้อแดงซ้ำเติมศก.ทรุดหนัก

31 มี.ค. 2552

ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ ม.หอการค้าไทย หวั่นม็อบเสื้อแดงชุมนุมยืดเยื้อถึงขั้นประทะรุนแรง ซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวให้ทรุดหนัก ชี้เศรษฐกิจปัจจุบันชะลอตัวตามภาวะ สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่โอดท่องเที่ยวซบ-นักท่องเที่ยวเบนเข็มเที่ยวทะเล ไกด์งานหดเหตุเศรษฐกิจไม

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย คณบดี คณะเศรษฐศาสตร์  และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  กล่าวในการสัมมนา เรื่อง"อาเซียนซัมมิท : วิกฤตหรือโอกาสธุรกิจไทย ?" จัดขึ้นที่โรงแรมดิเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่ เมื่อวานนี้ ( 30 มี.ค.) ว่า หากสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงยืดเยื้ออาจกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม แต่หากไม่มีความรุนแรงถึงขั้นปะทะ สลายการชุมนุม หรือปฎิวัติ  เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโดยรวม เพราะเศรษฐกิจมีการชะลอการลงทุนอยู่แล้วตามสถานการณ์โลก  อย่างไรก็ดีนักลงทุนไทยและต่างชาติยังจับตาการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นช่วงที่มีการชะลอตัวด้านการลงทุน การชุมนุมทางการเมืองจึงไม่มีผลกระทบมากนัก แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาการเมืองขณะนี้ มี 3 ส่วน คือ การท่องเที่ยว  เพราะนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมีความกังวล จึงกระทบกับธุรกิจโรงแรมและสายการบิน หากเหตุการณ์ยังยืดเยื้อและรุนแรง จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้ปัญหาการเมืองยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เช็คช่วยชาติ 2,000 บาท ที่รัฐบาลแจกจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอาจไม่มีผล เพราะคนกังวลจนไม่กล้าใช้จ่าย ถ้ารัฐบาลบริหารงานไม่มีความชัดเจน เศรษฐกิจอาจขาดแรงกระตุ้นจากภาครัฐ เศรษฐกิจของไทยจึงมีแนวโน้มชะลอตัวอยู่  แต่ทั้งนี้ถ้ารัฐบาลจัดการปัญหาม็อบได้และไม่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น เชื่อว่าทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ถ้ารัฐบาลจัดการไม่ได้การชุมนุมประท้วงปานปลายและมีความรุนแรงเกิดขึ้นจะซ้ำเติมเศรษฐกิจมากขึ้น

ผศ.ดร.ธนวรรธน์  กล่าวว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นยังส่งผลต่อการความเชื่อมั่นด้านการบริโภค  ส่วนนักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจไทยไม่มีเสถียรภาพ จึงมีความกังวลเกิดขึ้น ถ้าไม่มีความรุนแรงแนวโน้มเศรษฐกิจจะคลี่คลายและฟื้นตัวภายในกลางปีหรือปลายปีนี้ จึงต้องจับมองใกล้ชิดว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะยืดเยื้อหรือไม่ เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศว่าจะการชุมนุมครั้งนี้จะถึงขั้นแตกหักจึงมีความกังวลสูง

"คาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1 ปี 2552 จะติดลบ 5% แน่นอน แต่ไตรมาสที่ 2 โครงการแจกเช็คช่วยชาติให้ผู้ประกันตนคนละ 2,000 บาท จะมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ  5 - 6 หมื่นล้านบาท  มีผลให้เศรษฐกิจขยายตัวติดลบราว 2 - 3 %  ส่วนไตรมาสที่ 3 รัฐบาลยังไม่มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา จึงคาดหวังว่าการชุมนุมประท้วงของกลุ่มต่างๆจะไม่ยืดเยื้อ และหวังให้รัฐบาลเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณมาใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ  ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวติดลบ 1 - 2%  สำหรับไตรมาสที่ 4 รัฐบาลจะกู้เงินมาใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.6 ล้านล้านบาท และประเมินว่านักท่องเที่ยวจะกลับมา   ประเมินว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวราว 3%"ผศ.ดร.ธนวรรธน์กล่าว

ไกด์โอดศก.พ่นพิษหวั่นม็อบเสื้อแดงทำท่องเที่ยวพัง

นายสมฤทธิ์ ไหคำ นายกสมาคมมัคคุเทศก์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ขณะนี้อยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัดทั้งชาวไทยและต่างประเทศ จากการสอบถามผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก พบว่ายอดจองห้องพักลดลงกว่า 50% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2551 ไม่เพียงเท่านั้นที่อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน สถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับในภาคเหนือเองก็พบว่ามียอดจองห้องพักลดลงเป็นอย่างมากเช่นกัน เหตุเพราะนักท่องเที่ยวเบนเข็มไปเที่ยวทะเลมากขึ้น

ทั้งนี้ ต้องจับตามองนักท่องเที่ยวแถบยุโรปทั้งนอร์เวย์ เบลเยียม ออลแลนด์ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี สเปน และประเทศแถบอาหรับ ที่โดยปกติจะเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเดือนพ.ค.เป็นต้นไป หากยังเดินทางมาตามปกติก็จะช่วยให้สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวยังคงสามารถอยู่รอดได้ฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจในขณะนี้ให้อยู่รอดได้ เพราะขณะนี้มัคคุเทศน์ที่รับงานจริงๆ มีจำนวนกว่า 2 พันคนเท่านั้น เป็นมัคคุเทศน์ที่มีการจ้าประจำกับบริษัททัวร์เพียง 5% ที่เหลืออีก 95% เป็นฟรีแลนซ์ ซึ่งรายได้ไม่แน่นอน จากการสอบถามตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาพบว่ามีรายได้และงานลดลงกว่าครึ่ง โดยจากเดิมที่เคยรับงานเดือนละ 4-6 ครั้ง เหลือเพียงเดือนละ 1-2 ครั้งเท่านั้น ส่งผลให้รายได้ที่เคยได้เดือนละ 28,000-42,000 บาท เหลือเพียงเดือน 7,000-14,000 บาทเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัดก็คงจะเป็นผลพวงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก แต่ในประเทศไทยต้องพบว่าสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศ ความไม่มั่นคงในเสถียรภาพของรัฐบาล ยิ่งไปกว่านั้น ขณะนี้มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงทั้งที่ทำเนียบรัฐบาลและที่ศาลากลางในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างความไม่มั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว เกรงว่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคยกระทำในช่วงปีที่ผ่านมา

"ตอนนี้นักท่องเที่ยวไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย กลัวประวัติศาสตร์การปิดสนามบินจะซ้ำรอย ซึ่งใครจะให้การรับรองได้ว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก นักท่องเที่ยวชะลอการตัดสินใจมาเที่ยวประเทศไทยซึ่งตอนนี้ประเทศไทยบอบช้ำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่ถือเป็นรายได้หลักของประเทศ ผู้ประกอบการเองก็กลัวมาก กลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอย เพราะตอนนี้ก็แย่พออยู่แล้ว นักท่องเที่ยวลดน้อยลง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้" นายสมฤทธิ์ กล่าว

ขณะที่นายอนุชา ดำรงมณี ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล ดาราเทวี เชียงใหม่ กล่าวว่า รู้สึกไม่กังวลกับสถานการณ์ทางการเมืองที่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลและศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ เพราะเป็นการชุมนุมที่ไม่ได้ขัดขวางการปฏิบัติงานของหน่วยงานใดๆ ยังอยู่ในที่ตั้ง ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนเหมือนกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไทยที่ดาวกระจายไปทั่วสถานที่ราชการ รวมถึงสนามบิน สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

"สถานการณ์ตอนนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะประเทศไทยเคยเจอกับเหตุการณ์ที่หนักกว่านี้มาแล้วในครั้งที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดล้อมสนามบิน ชุมนุมยืดเยื้อเป็นระยะเวลานาน ถ้าเกิดเหตุการณ์ปิดสนามบินอีกรอบก็คงไม่หนักหนาอะไร เพราะตอนนี้ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติก็แทบจะไม่เหลือแล้ว ถ้าเกิดอีกครั้งก็คงจะไม่เป็นไร ผมมองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก อย่างไรก็ตาม หากมีการเคลื่อนพลไปปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ หรือมีการใช้ความรุนแรงในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยตรงอย่างแน่นอน" นายอนุชา กล่าว

สำหรับสถานการณ์ยอดการเข้าพักของนักท่องเที่ยวที่โรงแรมดาราเทวีฯ พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวหายไปกว่า 50% ซึ่งก็เป็นไปตามที่มีการคาดการณ์ล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ปลายปี 2551 ที่ถูกตอกย้ำชัดมากขึ้นหลังจากที่กลุ่มพันธมิตรฯ ปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งโรงแรมดาราเทวีเองก็ได้รับเป็นอย่างมากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักไม่เดินทางมาเลย ทั้งนี้ ได้มีการปรับแผนการดำเนินงานหันมาเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยมากขึ้นด้วยการอัดโปรโมชั่นลดราคาห้องพักลงกว่า 50% จากเดิมที่ราคาเฉลี่ยคืนละ 1.5 หมื่นบาท

ผู้ว่าฯมั่นใจสันติวิธีเบรกเสื้อแดงรุนแรงรับ“มาร์ค”มาเชียงใหม่ได้

นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 4 เม.ย.ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดจะเดินทางมาร่วมการประชุมคณะกรรมการโครงการหลวงในพื้นที่จ.เชียงใหม่ว่า ทางจังหวัดคงต้องช่วยดูแลการจัดงานให้เป็นไปตามกำหนดให้ดีที่สุดเนื่องจากโครงการหลวงนั้นถือเป็นงานในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาจะพยายามจัดเส้นทางให้ความสะดวกและเป็นที่สบายใจกับทุกฝ่าย 

ส่วนการรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นทางจังหวัดจะเน้นใช้สันติวิธีเข้าไปจัดการ โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มมวลชนที่มาเคลื่อนไหวสามารถแสดงความคิดเห็นตามความต้องการได้  โดยมีการร่วมมือและหารือกัน เช่นกับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่บริเวณศาลากลางจ.เชียงใหม่ตลอดทั้งวันจนถึงกลางดึกเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นไปอย่างเรียบร้อยดีไม่มีความรุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้   เนื่องจากทางจังหวัดได้อำนวยความสะดวกและพยายามสนองตอบรวมทั้งมีการปรึกษาหารือกับฝ่ายผู้ชุมนุมในขั้นตอนต่าง ๆ   เช่นส่งกำลังฝ่ายปกครอง  ตำรวจและ อส.ไปช่วยดูแลรักษาความสงบให้ความปลอดภัยให้ระหว่างที่มีการชุมนุม

นายอมรพันธุ์  กล่าวว่า  จากมิติการร่วมมือกันที่เกิดขึ้นจึงเป็นแนวทางที่ดี  ทางฝ่ายผู้ชุมนุมก็สามารถแสดงออกได้ตามความต้องการ และยั
สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นได้ในทางที่ดี  การเดินทางมาของนายกรัฐมนตรีหรือผู้ใหญ่ของบ้านเมืองในวันที่ 4 เม.ย.นี้  เราก็จะใช้แนวทางเดียวกันคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร

อย่างไรก็ตามความรุนแรงนั้นก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องคอยระวัง  ด้วยเหตุผลที่ว่าอาจมีบุคคลที่สามสี่หรือห้าเข้ามาแทรก  แต่เรามีความมั่นใจว่าผลของความร่วมมือประสานงานกันจะช่วยคลี่คลายปัญหาและให้ผลดีกับทุกฝ่าย  ซึ่งทางจังหวัดจะดำรงแนวทางนี้ต่อไป