
แวะเคมปินสกี้ชิมวิถีพื้นถิ่นยุโรป
หลังจากตั้งมั่นอยู่ในศีลงดเว้นรับประทานเนื้อสัตว์มากว่าสัปดาห์ ดูเหมือนหลายคนจะหน้าตาอิ่มเอิบขึ้น หมดเทศกาลแห่งแป้งและผักผลไม้แล้วอาจมีคนอยากต่ออายุเทศกาลไปอีก แต่สำหรับใครที่บอกตัวเองว่าคงเพียงพอกับภารกิจหนึ่งปีครั้ง มื้อนี้เลยขอชวนเข้าสู่วิถีกินอยู่ปกต
แต่ความอร่อยระดับหรูที่ร้าน "brassbrie uropa" ของโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ได้ยินว่าที่นี่มีจานเด็ดน่าลิ้มลองไม่แพ้ความใหม่สดน่าค้นหาของตัวโรงแรม
ด้วยความที่เป็นโรงแรมแนวราบ เน้นบรรยากาศรีสอร์ทหรูกลางกรุง ห้องอาหารของเขาจึงกว้างขวาง ออกแบบและตกแต่งอารมณ์ยุโรป เพดานสูงรับกับผนังเรียบๆ แต่แอบใส่ลูกเล่นด้วยการกั้นระแนงโปร่งๆ เป็นสัดส่วน โต๊ะและเก้าอี้เน้นวัสดุไม้เนื้อแข็ง มีประติมากรรมไก่ยืนเกาะบนสุ่มเหล็กมองแล้วเพลินตาดี แต่ถึงจะให้ความรู้สึกว่าหรูหรา เขาก็บอกชัดเจนว่าที่นี่ขายอาหารพื้นถิ่นของยุโรปกระเดียดไปทางฝรั่งเศส ที่ลูกค้าไม่ต้องแต่งสูทผูกไทเดินตัวตรงเป๊ะเข้ามานั่งเก๊ก เอาแค่พอสุภาพไม่ถึงกับขาสั้นลากอีแตะก็น่าจะไหว
แต่ที่เห็นจะอดใจไม่ไหว คงเพราะรายการอาหารสไตล์ฝรั่งเศสพื้นถิ่นที่เชฟแต่ละคนกำลังง่วนอยู่ในครัวเปิด ซึ่งลูกค้าสามารถมองเห็นทุกขั้นตอนของการปรุงจานอร่อยที่ตัวเองสั่งไป ไม่ว่าจะเป็นออเดิร์ฟ สลัด จานหลัก และของหวาน เรียกว่างานนี้มุบมิบกันไม่ได้เชียวละ และด้วยความเนี้ยบนี่เองหน้าตาอาหารของเขาเลยออกมาสวยงามตามสไตล์ยุโรป เริ่มยั่วน้ำย่อยกันด้วยออเดิร์ฟหน้าตาดี ทูน่าอะโวคาโด สะดุดลิ้นด้วยเนื้อทูน่าหั่นพอคำพร้อมอะโวคาโด และอีกจาน ซี สแกลล็อบ หรือหอยเชลล์กับผักโขม เบาๆ แต่เย้ายวนจนน้ำย่อยทำงานหนัก
มาถึงจานหลักสำหรับคนรักเส้น ใครชอบสปาเก็ตตีต้องไม่พลาด สปาเก็ตตี โฮมเมด เท็คลิโอลินี่ เขาใช้เส้นสดแช่เย็นลงผัดคลุกเคล้าเห็ดพอชินิ เบคอน เติมน้ำสต็อกไก่ เนยและสมุนไพร ทำให้เส้นนุ่มเข้าเครื่อง ไม่แพ้ความนุ่มของ สเต๊กเทนเดอร์ลอย ที่ใช้เนื้อสันในนำเข้าจากออสเตรเลีย กับ "Rossini" (โรสินี) หรือมันฝรั่งแบบสวิตเซอร์แลนด์ คือการนำมันฝรั่งไปต้มทั้งเปลือกแล้วขูดเป็นเส้นๆ ก่อนจะลงทอดในกระทะใส่หอมใหญ่ วางโรสินิก่อนแล้วจึงทับด้วยสเต๊กก่อนจะโปะตับห่านทอดแล้วราดซอสมัชรูมเป็นสามชั้นความอร่อย สเต๊กนุ่มๆ รับประทานพร้อมโรสินิและตับห่านกลมกล่อมที่สุด
และถ้าใครยังติดอกติดใจกับซี่โครงแกะอบอยากให้ลอง ซี่โครงแกะอบสมุนไพรสไตล์ฝรั่งเศส มั่นใจไร้กลิ่นโดยนำซี่โครงแกะไปหมักน้ำมันมะกอก เกลือ พริกไทย แล้วเข้าเตาอบจนสุกได้ที่ เวลาลูกค้าสั่งเขาจะนำไปทอดอีกที แล้วแทนที่กลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยความหอมของโรสแมรี่ พริกไทย กระเทียม เนย เป็นอันเสิร์ฟได้ โดยพนักงานจะนำออกมาหั่นหน้าโต๊ะที่เรานั่งจัดแบ่งใส่จานให้ แล้วราดเกรวี่อย่างดี แต่บอกไว้ก่อนว่าเมนูนี้สำหรับรับประทานเป็นคู่หรือมากกว่านั้น ไม่มีให้สั่งเฉพาะที่เดียวนะ
เสร็จสรรพจากจานหลักที่เรียงรายกันมาให้ลิ้มลองแล้ว อยากให้สั่งของหวานสไตล์ยุโรปมาปิดท้าย ที่นี่มีให้เลือกหลายแบบ แล้วแต่ใครจะนิยมไม่ว่าจะเป็นขนมฝรั่งเศส แมงโก้ มิวเฟย ยั่วน้ำลายให้หลั่งอีกรอบด้วยมูสที่มาพร้อมแคร็กเกอร์ กินกับเชอร์เบทลิ้นจี่ และซอสโหระพามะม่วงสุก เบาๆ แบบนี้สาวๆ น่าจะชอบ หรือของหวานยอดฮิตอย่าง แอปเปิ้ลทรัมเบิล แอปเปิ้ลเขียวอบกับไอศกรีมวานิลลา แมคคาเดเมีย ถั่วพิตาชิโอ และถั่วลิสง สุดๆ ไปเลย
ร้านมีให้เลือกนั่งทั้งข้างในและแบบรับลมธรรมชาติ ริมสระว่ายน้ำของโรงแรม ถ้าชอบสไตล์นี้ก็หาโอกาสแวะไปกันได้ หาไม่ยากอยู่หลังห้างพารากอน เปิดให้บริการทุกวันเวลา 12.00 -22.30 น. ยกหูกริ๊งสอบถามก่อนโทรศัพท์ 0-2162-9000



