
"เสียเวลา ไม่เสียใจ"
อาชีพมาร์เก็ตติ้งอย่างพวกเราถูกสอนให้คุยกับผู้บริโภคเป็นหลัก เพราะลำพังจะเอาเทียนนั่งปักแล้วทึกทักเองว่าลูกค้าคิดอย่างไร เป็นความสุ่มเสี่ยงและอันตรายอย่างใหญ่หลวง
ถ้าขืนซี้ซั้ว อัตตาสูง ดื้อไปพัฒนาสินค้าบริการตามใจอยาก สุดท้ายก็อาจไม่ตอบโจทย์ หลงเข้าป่าไปคนละทิศคนละทาง
เราจึงต้องเพิ่งพางานวิจัย สอบถามผู้บริโภค พยายามให้เขามีส่วนร่วมมากที่สุด พูดคุย ชี้แนะ กระทั่งถึงเปิดโอกาสให้ดุด่าว่ากล่าว วิจารณ์ข้อไม่ดี ที่ควรเอาไปปรับปรุง
แต่จะจ้างมืออาชีพมาช่วย หรือหากไม่มีงบ จะทำเองง่ายๆ ก็ไม่มีใครว่า เอสเอ็มอีขนาดเล็กอย่าเพิ่งกังวล ของอย่างนี้ไม่ยาก คีย์เวิร์ดอยู่ที่เอาลูกค้าเป็นตัวตั้งก็เท่านั้น
อย่างร้านขนมแถวบ้านผม เห็นทีไรอดชมไม่ได้ บ่อยครั้งเฮียเขาจะถามคนซื้อถึงรสชาติ หวานไปไหม? แป้งหนาไปไหม? อะไรที่ไม่ประทับใจ เขาก็ให้ติตลอด ขนาดจะทำรสใหม่ๆ ก็ยังให้ชิมก่อนขาย แถมให้ลูกๆ จดความเห็นไปแก้ไข ปรับใหม่ด้วย
กลับมาที่งานของผม ล่าสุดสบโอกาสกลับไปทำวิจัยอีกครั้ง เชิญสมาชิกมาพูดคุยแบบตัวต่อตัว เพราะเชื่อว่าเรื่องการกู้ กดเงินสินเชื่อ คนอาจจะเขิน ไม่พร้อมแชร์ให้คนอื่นรู้
ฟังไปๆ ต้องบอกว่าสังคมยังมีความหวังครับ ลึกๆ ไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้เงินมือเติบแบบไม่แยแส คนที่อยู่อย่างพอเพียง มีวินัยการเงิน และรู้โทษของการใช้เงินเกินตัวยังมีเหลืออยู่
คนกลุ่มนี้จะกดเงินจากบัตรสินเชื่อก็ต่อเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือมีปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ ไม่อยากเพิ่งคนใกล้ตัว เพราะไม่อยากให้ทุกข์ใจ รวมถึงไม่อยากไปนอกระบบเพราะกลัวปัญหาบานปลาย
ผมยังดีใจด้วยที่ได้ยินว่าผู้บริโภครุ่นใหม่เก่งขึ้น รู้จักเปรียบเทียบ ถามเพื่อน หรือคนที่มีประสบการณ์กู้เงินมาก่อน เพราะจะทำให้อาชีพนักการตลาดอย่างเราต้องทำการบ้านหนักเป็นสองเท่า
ลำพังจะคิดเหมาว่าคนกู้เดือดร้อน สุ่มสี่สุ่มห้า เลือดเข้าตา ก็ดาหน้าเข้ามากู้ ไม่ต้องใส่ใจ หรือพิถีพิถัน จะทำไม่ได้ ใจเขาก็ใจเรา ไม่อยากให้ใครทำอะไร เราก็อย่าทำอย่างนั้น
จะห่วงนิดเดียวก็ตรงความรู้ ความเข้าใจในเรื่องสินเชื่อ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่างๆ
เพราะเอาเข้าจริง ความรู้ในเรื่องนี้ของผู้บริโภคยังไม่ถูกต้องเป๊ะๆ แถมบางอย่างก็ขาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ที่รู้ก็รู้อย่างผิดๆ หรือรู้สลับกันไปหมด
พูดกันตรงๆ ขนาดผมถามเพื่อนๆ ที่กู้บ้าน ผ่อนรถ น้อยคนนักที่จะใส่ใจคำนวณดอกเบี้ยเป็น
นับประสาอะไรกับชาวบ้าน ความรู้ก็ไม่มาก ยี่ห้อไหนบอกอะไรมาก็เชื่อ
คิดกันง่ายๆ เอาเงินเขามาเท่านี้ ต้องผ่อนเดือนละเท่าไหร่ ไหวก็เอา ไม่ค่อยคิดมาก กลัวปวดหัว
ถ้าถามผม ปวดหัวบ้างก็ดีนะของอย่างนี้ พยายามเข้าใจให้หมด ดอกเบี้ยเท่าไหร่ คงที่ หรือลดต้นลดดอก ลองให้เจ้าหน้าที่คิดให้ดู ออกมาเป็นตัวเลขให้เห็นกันจะจะ
และอย่าถามเพื่อนเพียงคนสองคน เพราะเขาอาจรู้มาผิดๆ พาเราเข้าป่าก็ได้ จงถามให้มากที่สุด แต่ถ้าเพื่อนมีน้อย จะโพสต์บนเน็ต ให้ผู้รู้มาตอบ ก็ไม่แปลกอะไร ทำได้ทั้งนั้น
ผมเชื่อของผมว่า โลกนี้ไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง ไม่รู้ไม่ใช่ความผิด ไม่รู้ก็ถาม ไม่ถามสิแปลก
ที่สำคัญ ยอมเสียเวลาหน่อยไม่เป็นไร ดีกว่าปล่อยไปแล้วมานั่งเสียใจในภายหลังครับ
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]



