
"ตู้เหลือง"ปรามมารศาสนากับ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ
หลายปีที่ผ่านมาเมืองกรุงเก่าแหล่งมรดกโลกทางโบราณสถานและวัตถุอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เคยถูกมารศาสนาโจรกรรมพระพุทธรูปเก่าแก่ สูญหายไปจำนวนมาก พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ในฐานะผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.พระนครศรีอยุธยา มองถึงปัญหาและการปราบปรามแก๊งโจรโรรมพระพุทธรู
ปัญหาแก๊งโจรกรรมพระพุทธรูปเก่าแก่ตามวัดต่างๆ
ตอนนี้แก๊งขโมยพระเก่าแก่ลดน้อยลงมาก คือเราจะเข้มงวดในการตรวจตราตามวัดมากขึ้นและทุกวัน ด้วยการนำตู้เหลืองไปติดตั้ง ซึ่งคล้ายๆ กับตู้แดงนั่นแหละ แล้วให้ตำรวจคนหนึ่งรับผิดชอบวัดหนึ่ง เป็นแบบ 1 ตำรวจ 1 วัด ให้ทำหน้าที่เข้าไปตรวจดูแล ตลอดจนคลุกคลีทำความรู้จักกับเด็กวัด ตลอดจนผู้ที่มาอาศัยอยู่ในวัดว่าใครมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือไม่ แม้ว่าจะไม่ได้ไปเข้าเวรตามวัด แต่จะแวะเข้าไปเยี่ยมเยียนอยู่เป็นประจำ คือ เราจะไม่ทิ้งวัด ถ้าเราไม่ทิ้งวัด เวลามีปัญหาอะไร วัดก็จะมีการแจ้งให้เราคอยตรวจสอบบุคคลที่ต้องสงสัย ทำให้การโจรกรรมพระพุทธรูปมีปริมาณที่ลดน้อยลงได้ ทั้งนี้ เวลาคนที่จะโจรกรรมพระพุทธรูปมักจะมีการมาคอยดูลาดเลาก่อนเสมอ และมักเป็นคนที่เคยเข้าออกวัดมาแล้วทั้งนั้น หากคนที่คิดจะก่อการโจรกรรมพระพุทธรูป พอมาเห็นตำรวจมาคอยสอดส่องดูแลตามวัดก็จะเกรงกลัว หรือตำรวจเห็นพฤติกรรมที่ผิดสังเกตของผู้ต้องสงสัย อาจเข้าไปตรวจสอบหรือจับกุมได้ทันที
เน้นการทำงานเชิงรุกในการป้องกันแก๊งโจรกรรมพระพุทธรูป
ใช่ นอกจากมีการตั้งตู้เหลืองไว้ตามวัดเพื่อป้องกันเหตุโจรกรรม มีการตั้งด่านตรวจปิดล้อมเมือง มีการนำรถสายตรวจมาออกตรวจเป็นรถเก๋งเปิดไฟ วิ่งช้าๆ เรียกว่า รถตรวจการณ์มีอยู่ 40 กว่าคัน เพื่อป้องกันเหตุตามถนนใหญ่ๆ โดยจะแบ่งเป็น 3 ผลัด รอบละ 8 ชั่วโมง คล้ายกับสายตรวจ 191 ใน กทม. และการตั้งด่านของตำรวจไม่ใช่การจับผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรอย่างเดียว แต่ยังคอยเรื่องปัญหาอาชญากรรมด้วย
ปัญหาอาชญากรรมรูปแบบอื่นๆ
หากนำไปเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ปัญหาอาชญากรรมยังสูงนะ เนื่องจาก จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเมืองที่รวมระหว่างชุมชนเมืองใหม่กับส่วนที่เป็นชุมชนเมืองเก่าโดยเฉพาะด้านวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เมื่อโลกเก่าตามโลกใหม่ไม่ทัน ส่งผลให้พฤติกรรมของคนก็เริ่มเบี่ยงเบนจนทำให้เกิดปัญหาต่างๆ มากขึ้น เช่น พวกลักเล็กขโมยน้อย โจรกรรมของเก่า ส่วนปัญหาอาชญากรรมอย่างอื่น ก็เป็นที่เกี่ยวกับชีวิตร่างกาย การทำร้ายร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นมักทะเลาะวิวาทกันบ่อย ชอบแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง เวลาทะเลาะวิวาทก็ใช้อาวุธปืนมาแก้ปัญหา ผมมองว่ามันเกิดจากปัญหาสังคม การอบรมเลี้ยงดูที่ปลูกฝังให้นิยมความรุนแรง จึงการจับกุมของตำรวจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแล้ว
มองปัญหาที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นในพื้นที่อย่างไร
ผมมองว่าพฤติกรรมของวัยรุ่นใน จ.พระนครศรีอยุธยา มีค่านิยมความรุนแรงในการแก้ปัญหา มีการพกปืน ส่วนใหญ่เป็นปืนประดิษฐ์กันเอง พวกมีดดาบก็เยอะ บ่อยครั้งที่เยาวชนถูกจับเข้าสถานพินิจฯ ควบคู่มาด้วยปัญหายาเสพติดก็มีความรุนแรงไม่แพ้กัน
การแก้ปัญหาวัยรุ่นในพื้นที่
ต้องสร้างค่านิยมใหม่ให้พวกเขา รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตำรวจต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น ไม่ใช่คอยปรามปรามอย่างเดียว ซึ่งที่ทำอยู่ขณะนี้ คือ การตั้งด่านตรวจเพื่อสกัดกั้นการใช้อาวุธของกลุ่มวัยที่ชอบใช้ความรุนแรง ตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้า โดยไม่มีหยุด ผลจากการตั้งด่านที่ผ่านมา สามารถตรวจยึดอาวุธประเภทต่างๆ ได้อยู่เป็นประจำ
สุดท้ายนี้ ผมก็อยากฝากให้ประชาชนในจังหวัดช่วยกันตักเตือนลูกหลาน ให้เคารพกฎจราจร สวมหมวกกันน็อกขณะขับขี่ จะช่วยลดอุบัติเหตุที่มักจะเกิดกับเยาชนได้มาก ที่ผ่านมา ตำรวจก็พยายามป้องปรามเรื่องนี้อยู่ แต่กลับถูกต่อว่าจากผู้ใช้รถใช้ถนนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร โดยเฉพาะการไม่สวมหมวกกันน็อกจนทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งความสูญเสียเช่นนี้ ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก
วัดกรุงเก่า...เหยื่อโจรกรรมพระ
จ.พระนครศรีอยุธยามีวัดเก่าแก่มากมายที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งโจรกรรมพระ อย่างน้อย 5 วัด ใน 5 อำเภอ ที่มักถูกมารศาสนาลักลอบเข้าไปตัดเศียรพระในเวลาติดต่อกัน ได้แก่ วัดแดง ต.ท่าเรือ อ.ท่าเรือ วัดดงหวาย ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง วัดธรรมสินธุ์โสภา ต.หนองน้ำใส อ.ภาชี และวัดใน อ.บางบาล กับ อ.บางปะหัน ซึ่งเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้าย 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ทำงานตามใบสั่งซื้อ กับกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการเงินนั้นจะเน้นโจรกรรมเฉพาะเศียรพระใหม่
คดีโจรกรรมพระสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ได้แก่
- 16 พฤษภาคม 2549 : วัดบางม่วง อ.ท่าเรือ ถูกขโมยพระพุทธรูปแกะสลักด้วยไม้สักเก่าแก่ ปางมารวิชัย สมัยอยุธยา หน้าตักกว้าง 12 นิ้ว สูง 20 นิ้ว และคนร้ายขโมยรูปแพะแกะสลักที่เป็นขั้นบันไดธรรมาสน์ไปด้วย และพบสุนัข 6 ตัวถูกวางยาเบื่อตายทั้งหมด
-19 พฤษภาคม 2551 : วัดผึ่งแดด อ.บางปะหัน ถูกขโมยพระพุทธรูปปางสะดุ้งมารลายดอกพิกุล เนื้อสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 24 นิ้ว พบสุนัขและแมวตายเกลื่อน 7 ตัว
-19 พฤศจิกายน 2551 : วัดดงหวาย อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา คนร้ายตัดเศียรพระพุทธรูปโบราณ สมัยกรุงศรีอยุธยา อายุกว่า 400 ปี ขนาดหน้าตัก 36 นิ้ว 1 องค์ ซึ่งวัดแห่งนี้เคยถูกลอบตัดเศียรพระมาแล้วถึง 3 ครั้ง และวัดแดง อ.ท่าเรือ พระพุทธรูปถูกตัดเศียรไปแล้ว 5 องค์ด้วย
- 18 กุมภาพันธ์ 2552 : วัดพระศรีสรรเพชญ์ ถูกโจรกรรมพระพุทธรูปโบราณ เนื้อหินทราย ที่ฉาบด้วยปูนปั้น ปางมารวิชัย อายุกว่า 400 ปี หน้าตักกว้าง 120 ซม. สูง 150 ซม.
28 ธันวาคม 2552 : วัดบันได ต.บางระกำ อ.นครหลวง ถูกโจรกรรมพระพุทธรูป เป็นพระพุทธรูป พระสังฆ์กระจายจำนวน 2 องค์ ลายดอกพิกุลทอง พระพุทธรูปปางสมาธิ 1 องค์ พระปางห้ามญาติเนื้อทองสัมฤทธิ์ 1 องค์ พระสมเด็จวัดเกศไชไยย้อนยุค 2 ชุด และพระเหรียญอีกจำนวนมาก



